“คุณแม่คะ! รบกวนวางรูปถ่ายพวกนี้ลงก่อนได้ไหมคะ สิ่งที่แม่เห็นน่ะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิดเลยสักนิด!”
เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของบริษัท รูปถ่ายหลายใบที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ยังคงวางระเกะระกะ ภาพของพายในมุมกล้องที่ดูหมิ่นเหม่กับชายแปลกหน้าในโรงแรมหรู ดูห่างไกลจากความเป็นจริงที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง
คุณหญิงรำไพหันมามองลูกชายด้วยสายตาที่เย็นเยียบ มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ “สิ่งที่แม่เห็นคือความจริงที่ทนโท่ ธันวา! ผู้หญิงโก๊ะๆ ซุ่มซ่ามคนนี้กำลังไต่เต้าโดยใช้เรือนร่างของเธอ ถ้าลูกยังไม่เลิกยุ่งกับเลขานี่ แม่จะจัดการเอง... และแม่รับรองว่าพายจะไม่มีที่ยืนในสังคมนี้อีกเลย”
ธันวาเม้มปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งวางอยู่กลางอก เขาไม่ใช่ผู้ชายหูเบา และที่สำคัญกว่านั้น... เขาเชื่อมั่นในแววตาซื่อตรงของพายมากกว่าภาพถ่ายที่ถูกจัดฉากอย่างจงใจเหล่านี้
“ผมขอโทษนะครับคุณแม่ แต่พายไม่ใช่คนแบบนั้น” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “และผมเชื่อใจเธอ... มากพอที่จะบอกคุณแม่ว่า ผมจะปกป้องเธอด้วยทุกอย่างที่ผมมี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
เมื่อคุณหญิงรำไพเดินออกไปพร้อมความเดือดดาล ธันวาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างเบามือ ร่างเล็กของพายเดินเข้ามาพร้อมกับถาดกาแฟที่เธอพยายามประคองสุดชีวิต แต่อนิจจา ความซุ่มซ่ามเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเธอเสมอ เธอสะดุดพรมแผ่นหนาเข้าอย่างจังจนกาแฟในแก้วกระฉอกออกมาเกือบครึ่ง
“อุ๊ย! ตายแล้ว! ขอโทษค่ะคุณธันวา พายไม่ได้ตั้งใจนะ!” พายรีบวางถาดลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับโต๊ะอย่างลนลาน ดวงตากลมโตของเธอวูบไหวเมื่อเห็นบรรยากาศที่ดูแปลกไป “คุณธันวาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าเครียดจัง หรือว่า... เพราะพายทำกาแฟหกอีกแล้ว”
ธันวามองดูหญิงสาวที่กำลังลนลานขอโทษขอโพยด้วยความเอ็นดู ความกังวลที่เกาะกุมใจเขาก่อนหน้านี้มลายหายไปจนเกือบหมดสิ้น เขาเอื้อมมือไปจับมือเล็กๆ ของพายที่กำลังเช็ดโต๊ะจนสั่นเทา
“พาย... ฟังผมนะ” เขาดึงมือเธอให้หยุดนิ่ง “ไม่ว่าใครจะพูดอะไร หรือมีภาพอะไรหลุดออกมา ไม่ว่าใครจะพยายามทำให้เราแตกแยกกัน ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า ผมเชื่อใจคุณคนเดียว”
พายชะงัก สายตาที่ซื่อใสของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมของเขา “คุณธันวาพูดเรื่องอะไรคะ?”
“ไม่มีอะไรครับ” เขาเลือกที่จะยิ้มให้เธอแทนการอธิบายความเจ็บปวดที่เขาเพิ่งได้รับมา “แค่จะบอกว่า ไม่ว่ายังไง ผมก็อยู่ข้างคุณเสมอ”
ทว่าความสุขในห้องทำงานนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะดังขึ้นรัวๆ พายเหลือบไปเห็นหน้าจอข่าวกอสซิบออนไลน์ที่พาดหัวตัวโตด้วยชื่อของเธอ ‘เลขาหน้าซื่อ... ลับหลังคาวลึก!’ พร้อมรูปถ่ายในมุมที่แย่ที่สุด พายหน้าถอดสีทันที มือของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา
“นั่นมัน... รูปพวกนี้มัน...” เสียงของพายขาดห้วง “พายไม่ได้ไปที่นั่นเลยนะคะคุณธันวา พายสาบานได้! วันนั้นพายมัวแต่ช่วยคุณน้าข้างบ้านเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านพักต่างหาก!”
ธันวาคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น “ผมรู้ พาย ผมรู้ดีว่าคุณไม่ได้ทำ”
“แต่คนอื่นไม่รู้!” พายพยายามจะผละออกด้วยความกังวล “ถ้าคุณธันวาเก็บพายไว้ พายจะทำให้ชื่อเสียงบริษัทมัวหมอง พายไม่อยากให้คุณต้องลำบากเพราะความผิดที่พายไม่ได้ก่อ!”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังกอดกันด้วยความอึดอัด ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่ได้เคาะ พร้อมกับมินตราที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ ราวกับผู้ชนะ เธอไม่สนใจสายตาที่โกรธเกรี้ยวของธันวา แต่ตรงดิ่งไปที่พายพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย
“ละครฉากนี้เล่นกันจบหรือยังคะธันวา?” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “เพราะสิ่งที่ฉันกำลังจะให้เธอดูเนี่ย... มันอาจจะทำให้ ‘ความเชื่อใจ’ ของคุณที่มีต่อยัยเลขานี่ พังไม่เป็นท่าเลยก็ได้”
เธอกดเล่นคลิปวิดีโอในโทรศัพท์อย่างช้าๆ ภาพในจอคือพายที่กำลังเดินเข้าไปในโรงแรมแห่งนั้นจริงๆ แต่กิริยาท่าทางในคลิปกลับดูสุขุมและเย็นชา ผิดกับพายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “นั่น... นั่นไม่ใช่พายนะคะ! คนในคลิป... หน้าเหมือนพายมาก แต่พายไม่เคยใส่ชุดแบบนั้น!”
ธันวาจ้องมองคลิปนั้นอย่างใจเย็น แม้ในใจจะเริ่มสั่นไหว แต่เขาก็สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ บางอย่างที่มินตรามองข้ามไป... ปานที่ต้นคอของหญิงสาวในคลิป... มันหายไป
“มินตราครับ” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน “คุณพยายามมากเกินไปหรือเปล่า? คลิปนี้อาจจะดูแนบเนียน แต่คุณลืมรายละเอียดสำคัญไปอย่างหนึ่ง... สิ่งที่ยืนยันว่าพายคือพาย ไม่ใช่คนหน้าเหมือนที่คุณไปจ้างมา”
มินตราหน้าซีดลงทันที เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งก่อนจะกระตุกยิ้ม “คุณหมายความว่ายังไง?”
“ผมไม่ได้หมายความว่ายังไง” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันให้มินตราต้องถอยไปชิดกำแพง “ผมแค่จะบอกว่า วันนี้ผมเพิ่งไปตรวจกล้องวงจรปิดของโรงแรมนั้นมา... และคนที่อยู่ในคลิปจริงๆ ไม่ใช่พาย แต่เป็นผู้หญิงที่ศัลยกรรมหน้าให้เหมือนพายเพื่อทำลายเรา”
“คุณ... คุณไปรู้ได้ยังไง!” มินตราอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
พายยืนอึ้ง มองธันวาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความซาบซึ้ง เธอไม่ได้นึกเลยว่าคนอย่างเขาจะลงทุนทำถึงขนาดนี้เพื่อเธอ ในขณะที่มินตรากำลังจะอ้าปากเถียง เสียงโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
เขาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“มินตรา ผมว่าคุณควรฟังนี่” ธันวาเปิดลำโพงโทรศัพท์ เสียงที่ดังออกมาจากปลายสายคือเสียงของคนที่มินตราสนิทที่สุด “คุณหนูคะ แผนที่เราตกลงกันไว้เรื่องการแฉเลขานั่น... ทางเราโดนตำรวจจับแล้วค่ะ พวกเขามีหลักฐานว่าเราเป็นคนจ้างวาน!”
มินตราหน้าซีดเป็นไก่ต้ม โทรศัพท์ในมือเธอร่วงหล่นลงพื้น พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่พลิกผันเกินคาดเดา ทว่าในตอนนั้นเอง ธันวาก็ขยับเข้าไปใกล้พาย ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอเบาๆ
“แต่พายครับ... เรื่องคนจ้างวานน่ะ ผมพอจะเดาออกแล้ว แต่คนที่ส่งข้อมูลนี้ให้ผม... เขาเพิ่งบอกผมว่า ‘ของจริง’ กำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อเฉลยความลับที่คุณแม่คุณเองก็ยังไม่เคยรู้มาก่อน”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าห้องทำงาน ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบที่ดูคุ้นตา... คนที่ธันวาไม่คิดว่าจะได้พบในเวลานี้
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ ก่อนที่ชายคนนั้นจะเอ่ยชื่อหนึ่งออกมา... ชื่อที่ทำให้พายถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความช็อก
เค้กวานิลลาหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะยังคงติดตามและเอาใจช่วยความรักของพายและธันวากันต่อไปนะคะ
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 38
ความเชื่อใจถูกทดสอบ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!