วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 2

เลขาฯ มือใหม่หัดซิ่ง

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“ยินดีด้วยนะครับ คุณพาย” เสียงทุ้มต่ำของเลขาส่วนตัวคนสนิทของคุณธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องประชุมขนาดใหญ่ ฉันแทบหยุดหายใจ มือที่กำสายกระเป๋าสะพายใบเก่าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พลันความรู้สึกอื้ออึงก็แล่นเข้าสู่โสตประสาท มินตราที่ยืนอยู่ข้างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธ สายตาของเธอกรีดแทงลงมาบนตัวฉันราวกับจะฉีกกระชากให้ขาดวิ่น “หมายความว่ายังไงคะ... คุณธันวา?” มินตราเอ่ยถาม เสียงของเธอไม่ได้สั่น แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่แฝงด้วยคำขู่ ฉันหันไปมองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบริษัท เขาไม่ได้หันมามองฉันแม้แต่น้อย แต่ทอดสายตามองผ่านหน้าต่างบานสูงออกไปสู่ทิวทัศน์เมืองหลวงที่ดูวุ่นวาย แผ่นหลังกว้างภายใต้สูทสั่งตัดเนี้ยบกริบนั้นดูโดดเดี่ยวเกินกว่าที่ตำแหน่งประธานบริษัทควรจะเป็น “ผมว่าผมพูดชัดเจนแล้วนะ” ธันวาหมุนเก้าอี้กลับมา สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ฉัน “คุณพายไม่มีประวัติการทำงานที่หวือหวา ไม่ได้จบมหาวิทยาลัยชั้นนำของต่างประเทศ และที่สำคัญ... ดูจากสภาพแล้ว เธอแทบจะทำแก้วกาแฟหกใส่เอกสารสำคัญของผมเสียด้วยซ้ำ” ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกจี้จุดเปราะบาง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย ใช่... เมื่อครู่ฉันเพิ่งจะสะดุดพรมจนเกือบจะหน้าคว่ำต่อหน้าเขา แถมเอกสารที่เตรียมมานำเสนอยังยับย่นไปบ้าง แต่ที่เขาบอกว่าฉันไม่มีอะไรเลย... นั่นมันก็จริง “แล้วทำไมถึงเลือกเธอ!” มินตราเค้นเสียง “เพราะทุกคนในที่นี้พยายามนำเสนอสิ่งที่ผมอยากฟัง แต่มีเพียงเธอคนเดียวที่กล้าพูดว่า... ‘การที่บริษัทมีผลประกอบการสูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าพนักงานจะมีความสุขเท่าเดิม’ ประโยคเดียวที่คุณพูดออกมาตอนที่สะดุดล้มลงไปกับพื้นนั่นแหละ” ธันวาขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกที่ฉันเห็น ซึ่งมันดูไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ฉันยืนอึ้ง พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง “คือ... ดิฉันแค่พูดตามความรู้สึกค่ะ พอดีเห็นพนักงานแผนกต้อนรับนั่งกุมขมับตอนดิฉันเดินผ่าน... ก็เลย...” “ความซื่อตรงที่ไร้การปรุงแต่ง” ธันวาขัดขึ้น “ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยหน้ากาก ผมเบื่อที่จะต้องเดาใจคนเต็มที เลขาของผมไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดในโลก แต่ต้องไม่โกหกผม” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แบบผู้ชายสะอาดสะอ้านโชยมาแตะจมูกเมื่อเขาเดินผ่านหน้าฉันไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง “เริ่มงานพรุ่งนี้แปดโมงเช้า ห้ามสาย ห้ามทำพรมเปื้อน และถ้าทำกาแฟหกใส่เอกสารผมอีก... คุณเตรียมตัวถูกไล่ออกได้เลย” เขาเดินออกไปทิ้งให้ฉันยืนเคว้งคว้างกลางห้องประชุม มินตรากระแทกไหล่ฉันแรงๆ จนฉันเกือบทรงตัวไม่อยู่ เธอหันมาแสยะยิ้มที่ทำให้ฉันขนลุก “อย่าคิดว่าชนะ พาย... คนอย่างเธอ อยู่ได้ไม่เกินสามวันหรอก” ... คืนนั้น ฉันแทบไม่ได้นอน ห้องเช่าเล็กๆ ของฉันเต็มไปด้วยเอกสารที่ขอยืมมาจากพี่ในแผนกเดิม หัวใจฉันเต้นรัวเหมือนกลองรบ พาย... เธอจะทำได้ยังไง งานระดับประธานบริษัท กับความซุ่มซ่ามระดับทำแก้วแตกได้ทุกเช้าของเธอเนี่ยนะ! เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเร็วกว่าที่คิด วันต่อมาฉันพยายามแต่งตัวให้ดูเป็นมืออาชีพที่สุด แต่เสื้อเชิ้ตตัวเก่งดันไปเกี่ยวเข้ากับซอกโต๊ะจนกระดุมเม็ดบนหลุดกระเด็น ฉันใช้เข็มกลัดซ่อนปลายจัดการอย่างเร่งรีบ วิ่งหน้าตั้งเข้าบริษัทให้ทันเวลา “แฮ่ก... แฮ่ก...” ฉันยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้องท่านประธาน ก่อนจะรวบรวมสติแล้วเคาะประตู “เข้ามา” เสียงนิ่งๆ ตอบรับ ฉันผลักประตูเข้าไป แต่จังหวะนั้นเอง ปลายรองเท้าคัทชูของฉันดันเกี่ยวเข้ากับขอบประตูที่ปิดไม่สนิท ร่างของฉันเซไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ เอกสารในมือปลิวว่อนไปในอากาศ ราวกับใบไม้ร่วงที่ไร้ทิศทาง และที่แย่ไปกว่านั้น มือของฉันคว้าหมับไปที่ขอบโต๊ะทำงานใหญ่เพื่อประคองตัว แต่ดันไปกดโดนสวิตช์เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติที่เพิ่งซื้อมาใหม่ น้ำร้อนสีเข้มพุ่งออกมาจากเครื่องทันที! ฉันรีบกระโจนเข้าไปหมายจะหยุดมัน แต่กลับลื่นพรมจนร่างกระแทกเข้ากับอกแกร่งของธันวาที่เดินสวนออกมาพอดี กาแฟถ้วยนั้นหกราดลงบนแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของเขาจนเป็นวงกว้าง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันโอ่อ่า ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ ธันวาก้มลงมองแขนเสื้อตัวเองที่เปียกชุ่มด้วยกาแฟร้อนๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองฉัน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความนิ่งสนิทที่ดูน่ากลัวกว่าเดิม “ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!” ฉันรีบหยิบกระดาษทิชชูในกระเป๋าออกมาจะซับให้ แต่ด้วยความที่มือสั่นและลนลาน เข็มกลัดซ่อนปลายที่เสื้อของฉันดันหลุดออกมาทิ่มนิ้วตัวเองเข้าอย่างจัง “โอ๊ย!” ฉันร้องลั่นพร้อมกับทำทิชชูเปียกๆ หล่นลงบนรองเท้าหนังขัดเงาของเขาอีกรอบ ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือฉันไว้แน่นเพื่อหยุดความวุ่นวาย มือของเขาเย็นเฉียบและทรงพลัง “คุณพาย...” เขาก้มหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกับหน้าผากของฉัน “นี่คือวันแรกของการทำงาน หรือวันแรกของการทำลายบริษัทผมกันแน่?” ฉันเม้มปากแน่น ตาเริ่มร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกผิดและสมเพชตัวเอง “ดิฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างค่ะ... จะให้หักเงินเดือน หรือจะให้ทำอะไร...” “ถ้าอย่างนั้น” ธันวาพูดตัดบท เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อยขณะจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน “คืนนี้ มีงานเลี้ยงการกุศลที่ผมต้องไป และคู่ควงที่นัดไว้ดันยกเลิกกะทันหัน” ฉันนิ่งค้าง “คะ?” เขายกยิ้มที่ดูอันตราย “คุณต้องไปกับผม ในฐานะเลขาฯ ที่ต้องคอยดูแลความเรียบร้อย... และถ้าคุณทำชุดของผมเลอะอีกแม้แต่หยดเดียว พาย... ผมจะหักเงินเดือนคุณไปตลอดชีวิต” เขาสลัดข้อมือฉันออกแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ แต่ก่อนที่ฉันจะได้ถอนหายใจ เขาก็หยุดกึกแล้วหันกลับมา “อ้อ... อีกอย่าง มินตรากำลังมาที่นี่ และถ้าเธอเห็นคุณในสภาพนี้ เธอคงไม่ปล่อยให้คุณกลับบ้านไปถึงพรุ่งนี้แน่ๆ” เสียงฝีเท้าส้นสูงดังมาจากหน้าห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต! “ธันวาคะ! ฉันนำข่าวร้ายมาบอก... อุ๊ย! พาย? ทำไมเธอถึงมาอยู่ในสภาพน่าเกลียดแบบนี้ในห้องทำงานของธันวา!” มินตราเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย แต่สายตาของเธอเหลือบเห็นคราบกาแฟบนเสื้อของธันวาและความใกล้ชิดของพวกเรา เธอกรีดร้องเบาๆ ก่อนจะพุ่งตรงมาหาฉันด้วยความโกรธเกรี้ยว ความวุ่นวายในเช้าวันแรกเพิ่งเริ่มต้นขึ้น... และดูเหมือนฉันจะก้าวขาพลาดไปติดกับดักที่มองไม่เห็นเข้าเสียแล้ว ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับพายในก้าวแรกที่แสนโกลาหลค่ะ เค้กวานิลลา
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%