กลิ่นหอมกรุ่นของอราบิก้าคั่วบดละเอียดที่ลอยฟุ้งอยู่ในห้องทำงานใหญ่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดนี้น่าอภิรมย์ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย พายยืนตัวลีบเป็นแมวค้างคาวอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สักทองขัดเงา ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ มองกองกระดาษเอกสารสำคัญสำหรับประชุมผู้ถือหุ้นในอีกไม่ถึงสี่สิบนาทีข้างหน้า ซึ่งบัดนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยของเหลวสีน้ำตาลเข้ม ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนกิน... แต่ผิดเวลาและผิดสถานที่อย่างมหันต์
"พาย..."
เสียงเรียกที่ลอดไรฟันออกมาเบาๆ นั้นราบเรียบจนน่ากลัว ธันวาไม่ได้ตบโต๊ะ ไม่ได้ตะคอก หรือแม้แต่ถอนหายใจเสียงดัง เขายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังเก้าอี้พนักพิงสูง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสายตาจดจ้องอยู่ที่มุมกระดาษแผ่นบนสุด ซึ่งหมึกพิมพ์ราคาแพงกำลังค่อยๆ ละลายเลือนหายไปกลายเป็นสีน้ำตาลเปรอะเปื้อนอย่างไม่มีวันซักออก
"ขอโทษค่ะคุณธันวา! คือว่า... คือพายไม่ได้ตั้งใจ พายแค่..." พายละล่ำละลักแก้ตัว มือไม้พันกันจนเผลอคว้าชายเสื้อสูทของตัวเองมาขยำเสียจนยับยู่ยี่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างในความรู้สึกผิดและความซุ่มซ่ามของตัวเองตีรวนขึ้นมาจุกที่คอหอย "พายเห็นคุณธันวานั่งทำงานตั้งแต่ตีสาม พายก็เลยหวังดีอยากจะชงกาแฟดำอุ่นๆ มาให้เพิ่มพลัง... แต่สงสัยว่าแขนเสื้อพายจะไปเกี่ยวเข้ากับหูกาแฟตอนที่กำลังวางพอดิบพอดีค่ะ"
ธันวายกมือขึ้นปัดแว่นตาออกเล็กน้อย เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างอดกลั้น ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังทำหน้าเหมือนเด็กน้อยเตรียมตัวจะร้องไห้ เธอใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งกับกระโปรงพลีทที่ดูอย่างไรก็เหมือนเด็กมัธยมปลายมากกว่าเลขานุการผู้บริหารระดับสูง
"คุณพายครับ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แต่แฝงความเหนื่อยอ่อน "นี่เป็นเอกสารงบการเงินไตรมาสสุดท้าย ที่ผมต้องใช้พรีเซนต์กับบอร์ดบริหารในอีกครึ่งชั่วโมง และตัวเลขกำไรสุทธิที่คุณทำมันเปียกปอนจนกลายเป็นกาแฟลาเต้ไปเรียบร้อยแล้ว"
"พายซักแห้งให้... เอ๊ย เช็ดให้... เอ๊ย คัดลอกใหม่ทันค่ะ!" พายรีบก้าวพรวดเข้าไปใกล้โต๊ะเพื่อจะหยิบทิชชьюขึ้นมาซับน้ำกาแฟ แต่ความซุ่มซ่ามที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวก็ไม่เคยทรยศเธอ ปลายรองเท้าส้นเตี้ยดันไปสะดุดเข้ากับมุมพรมเปอร์เซียผืนหนาเข้าอย่างจัง
ร่างบางเสียหลักถลาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับปีกหัก ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ เขาผุดลุกขึ้นยืนแล้วคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะหน้าคะมำลงไปฟาดกับมุมโต๊ะทำงาน
*ตุ้บ!*
แม้จะไม่ล้มหัวฟาดโต๊ะ แต่แรงเหวี่ยงกลับทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปกองบนพรมเนื้อนุ่มด้วยกันทั้งคู่ โดยมีร่างบางของพายทับอยู่บนอกแกร่งของท่านประธานหนุ่มพอดิบพอดี ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวของพายผสมผสานกับกลิ่นกาแฟและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมประจำตัวของธันวา ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างกัน
พายเบิกตากว้างจนแทบถลน สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อตระหนักว่าตอนนี้จมูกของเธอกำลังชนเข้ากับกระดูกไหปลาร้าใต้รอยกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา และมือข้างหนึ่งของเธอกำลังแปะอยู่บนแผงอกอุ่นๆ ที่หัวใจกำลังเต้นโครมครามอยู่ใต้ฝ่ามือ
"เอ่อ..." พายส่งเสียงครางในลำคอ ใบหน้าร้อนผ่าวราชาถูกไฟลน ลามเลียไปจนถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง "พะ... พายขอโทษค่ะคุณธันวา พายไม่ได้ตั้งใจจะปล้ำคุณนะคะ!"
คำพูดซื่อๆ แต่พาคิดไปไกลลิบทำให้ธันวาที่กำลังตกตะลึงถึงกับมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน แม้ในสถานการณ์ที่น่าปวดหัวที่สุด ผู้หญิงคนนี้ก็ยังหาวิธีทำให้เขาหลุดยิ้มออกมาได้เสมอ
"ถ้าคุณยังไม่ลุกขึ้นจากตัวผม เอกสารชุดนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่เสียหายนะ, คุณเลขานุการ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ใกล้ใบหู ทำเอาพายสะดุ้งสุดตัว รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความลนลานจนเกือบจะสะดุดล้มอีกรอบ แต่ธันวาเอื้อมมือมาคว้าข้อศอกเธอไว้เสียก่อนเพื่อพยุงให้ทรงตัวได้
พายยืนหน้าแดงก่ำ ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตา ขณะที่ธันวายืนขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองด้วยความใจเย็นอย่างน่าประหลาด ผิดวิสัยคนเจ้าระเบียบที่ปกติแค่เอกสารวางเอียงก็หงุดหงิดแล้ว ชายหนุ่มก้มมองกองเอกสารเปื้อนกาแฟแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองพายที่ยืนเม้มปากแน่น รอรับทัณฑ์บนอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
"ไปหยิบแท็บเล็ตกับแฟลชไดรฟ์สำรองในลิ้นชักโต๊ะของผมมาสิครับ" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองมาไม่ได้มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับมีประกายความเอ็นดูเจืออยู่จางๆ "ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในนั้น... ส่วนเรื่องกาแฟหก ถือว่าเป็นการเริ่มต้นเช้าวันนี้ที่... น่าจดจำก็แล้วกัน"
พายเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความซาบซึ้งใจจนเกือบจะมีน้ำMนคลอเบ้า "คุณธันวาไม่ด่าพายเหรอคะ? ไม่ไล่พายออกจริงๆ ใช่ไหม"
"ถ้าผมไล่คุณออกแล้วใครจะมาชงกาแฟรสชาติแปลกๆ ให้ผมดื่มอีกล่ะครับ?" ธันวาแกล้งเลิกคิ้วแซมรอยยิ้มมุมปากที่ทำเอาใจของพายกระตุกวูบอย่างแรง
ทว่า ก่อนที่พายจะได้ทันเอ่ยปากขอบคุณหรือแก้ตัวอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็กดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้บานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง
ร่างเพรียวระหงในชุดสูทแบรนด์ดังระดับโลกก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยตามแบบฉบับหญิงสาวผู้เพียบพร้อม มินตราส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ธันวา แต่สายตาที่กวาดมองมายังพายที่ยืนหัวยุ่งเหยิงอยู่ใกล้ๆ นั้น กลับเต็มไปด้วยประกายความเหยียดหยันและเยือกเย็นอย่างเห็นได้ชัด
"ธันวาคะ... ว้าว กลิ่นอะไรหอมจัง หรือว่าจะมีใครทำอะไรหกเลอะเทอะอีกแล้วคะเนี่ย?" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีด "ดูท่าทางแล้ว... เลขาฯ คนใหม่ของคุณดูจะสร้าง 'ความทรงจำ' ให้คุณตั้งแต่เช้าเลยนะคะ น่าอิจฉาจัง..."
ธันวาหันไปมองคู่หมั้นสาว สีหน้าอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยทันทีอย่างเห็นได้ชัด เขายังไม่ทันได้อ้าปากตอบโต้ มินตราก็ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วหยิบกระดาษแผ่นที่เปื้อนกาแฟขึ้นมาดูด้วยปลายนิ้วราวกับมันเป็นสิ่งสกปรก พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม
"แย่จังเลยนะคะคุณธันวา เอกสารสำคัญขนาดนี้... ถ้าบอร์ดบริหารรู้ว่าคุณปล่อยให้คนซุ่มซ่ามแบบนี้มาทำงานสำคัญ ความน่าเชื่อถือของคุณคงลดลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว... ว่าไหมคะ?" มินตราหันมาสบตาพายด้วยรอยยิ้มพิฆาต "บางที... ฉันคิดว่าถึงเวลาที่คุณธันวาควรจะพิจารณา 'ปลด' คนไม่มีความสามารถคนนี้ออกเสียทีนะคะ"
พายหน้าซีดเผือดลงทันที ความรู้สึกด้อยค่าที่ฝังรากลึกอยู่ในใจถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้ง มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเตรียมจะอ้าปากอธิบายและยอมรับผิดแต่โดยดีเพื่อไม่ให้ธันวาต้องลำบากใจ
แต่ทว่า... ธันวาขยับตัวก้าวเข้ามาขวางระหว่างมินตรากับพายอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่บังร่างของหญิงสาวไว้เกือบมิด เขามองคู่หมั้นสาวด้วยแววตาเย็นชาจนมินตราต้องชะงัก
"เรื่องงานของผม... ผมจัดการเองได้ครับคุณมินตรา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที "และที่สำคัญ... พนักงานของผมคนนี้ ไม่ใช่คนที่ใครจะมาไล่ออกได้ง่ายๆ ตามอำเภอใจ... โดยเฉพาะคุณ"
มินตราเบิกตากว้างด้วยความไม่พอใจ สีหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะก่อนจะปรับให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว พายที่ยืนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความอบอุ่นประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากแผ่นหลังของคนที่เธอเพิ่งทำกาแฟหกใส่เมื่อครู่
*รี้ดเดอร์คะ... ความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนท่ามกลางสงครามธุรกิจและเงาของคู่หมั้นสาวคนนี้ จะดำเนินต่อไปอย่างไรเมื่อความรู้สึกของธันวากำลังเปลี่ยนไป... โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้ด้วยนะคะ!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะคะ
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วแรกที่จำไม่ลืม
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!