วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 26

คำสารภาพในความมืด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ถ้าคุณคิดว่าจะใช้ความเงียบมาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองรอดพ้นจากคำถามเมื่อสักครู่ล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่ามันไม่ได้ผลหรอกค่ะ พาย" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะเจือความเข้มงวดตามวิสัยของท่านประธานหนุ่มในยามปกติ บัดนี้กลับเจือไปด้วยความสั่นพร่าบางเบาที่ยากจะซ่อนเร้น ท่ามกลางความมืดมิดของห้องเก็บเอกสารสำรองชั้นสิบห้า ที่หลอดไฟนีออนเจ้ากรรมดันมาเสียกะทันหันในวินาทีที่ประตูปิดล็อกลงด้วยระบบอัตโนมัติ พายสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน มือซุ่มซ่ามตามเคยเผลอไปปัดโดนกล่องกระดาษใส่แฟ้มเก่าจนเกือบจะร่วงหล่นลงมาพื้น ดีที่ธันวาเคลื่อนตัวเข้ามาคว้าขอบกล่องนั้นไว้ได้ทัน ปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาเกือบจะเฉียดเข้ากับกลุ่มผมนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เธอใช้ประจำ "ระวังหน่อยสิคะ... ถึงมืดจนมองไม่เห็นทาง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะซุ่มซ่ามเป็นพิเศษได้นี่นา" ธันวาเอ่ยแซ้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าเดิมหลายส่วน ไอร้อนจากฝ่ามือหนาที่ยังคงประคองกล่องกระดาษทับอยู่บนมือเล็กของเธอ ทำให้พายแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดและไร้ซึ่งแสงสว่างเช่นนี้ ทำให้หัวใจของเลขาฯ ตัวโก๊ะเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าตอนโดนเรียกเข้าห้องเย็นเพื่อตักเตือนเรื่องเอกสารพิมพ์ผิดเสียอีก ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงหัวค่ำลอยวนกลับเข้ามาในหัว คำพูดของมินตราที่เดินเชิดหน้าเข้ามาเยาะเย้ยถึงหน้าโต๊ะทำงานว่า *'คนอย่างเธอ... เหมาะแค่เป็นเงาในเอกสาร ไม่คู่ยืนเคียงข้างเขาในแสงสว่างหรอกค่ะ'* คำพูดนั้นบาดลึกเข้ามาในความรู้สึก ทำให้พายพยายามที่จะถอยหลังหนี แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นเหล็กเย็นเฉียบเสียแล้ว "ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเงียบนะคะท่านประธาน" พายพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แค่... แค่ไม่คิดว่าคุณจะสนใจเรื่องไร้สาระแบบที่มินตรา... เอ๊ย คุณมินตราเธอพูดหรอกค่ะ" ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ความมืดทำให้ประสาทสัมผัสด้านอื่นของเขารับรู้ถึงตัวตนของหญิงสาวตรงหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความกังวล ความไม่มั่นใจ และกำแพงบางๆ ที่เธอก่อขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองจากความแตกต่างระหว่างฐานทางสังคม "เรื่องไร้สาระงั้นเหรอคะ?" ธันวาพูดทวนคำ น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนพายต้องเงยหน้าขึ้นมอง แม้จะมองไม่เห็นดวงตาคมกู๊ดคู่นั้นชัดเจนในความมืด แต่เธอกลับรับรู้ได้ถึงประกายความจริงจังที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "สำหรับคุณ พายอาจจะมองว่ามันเป็นแค่คำพูดกระทบกระแทกจากคนอื่น... แต่สำหรับฉัน ทุกคำ ทุกอากัปกิริยา และทุกความตั้งใจของคุณ มันมีความหมายมากกว่าที่คุณคิดเสมอ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน พายรู้สึกเหมือนอ็อกซิเจนรอบตัวกำลังค่อยๆ ลดลง สมองที่มักจะประมวลผลเรื่องงานเอกสารได้อย่างรวดเร็ว กลับหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อเจอสายตา (ที่แม้จะมองไม่เห็นแต่รับรู้ได้) และคำพูดที่อบอุ่นจนเกินขอบเขตความเป็นเจ้านายและลูกน้อง "คุณธันวา... พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?" พายถามเสียงแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าถ้าพูดดังเกินไปความฝันนี้จะสลายหายไป "ฉันไม่ใช่คนโรแมนติก พายก็รู้ดี..." ธันวาเริ่มพูดต่อ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้มานานแรมปี นับตั้งแต่เขาต้องก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทตั้งแต่อายุน้อยเพื่อแบกรับความคาดหวังของตระกูล ความโดดเดี่ยวคือเพื่อนสนิทที่สุดของเขา จนกระทั่งวันที่เลขาฯ จอมซุ่มซ่ามคนนี้เดินถือแฟ้มเอกสารสะดุดขาโต๊ะเข้ามาในชีวิต "ชีวิตของฉันถูกกำหนดไว้หมดแล้วว่าควรจะเดินไปทางไหน ต้องแต่งงานกับใครเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ต้องยิ้มแบบไหนต่อหน้าสื่อมวลชน... ทุกอย่างมันถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับเอกสารในแฟ้มที่ไม่มีวันทำผิดพลาด" พายฟังเงียบๆ หัวใจบีบตัวแน่นด้วยความเข้าใจ เธอรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มสุภาพและท่าทีสุขุมของประธานหนุ่ม เขาต้องแบกรับอะไรไว้มากมายเพียงใด "แต่คุณรู้ไหมคะว่า... ตั้งแต่มีคุณเข้ามาในห้องทำงานนั้น" ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนพายได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความเย็นของห้อง "ระเบียบที่ฉันสร้างขึ้นมันพังทลายไม่เป็นท่า คุณทำกาแฟหกใส่เอกสารสำคัญ คุณพิมพ์รายงานผิดจนฉันต้องแก้ใหม่หมด คุณเดินชนขอบประตูจนฟกช้ำดำเขียว... แต่แปลกมากเลยนะคะ..." น้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบในยามค่ำคืน "แทนที่ฉันจะรู้สึกหงุดหงิดเหมือนเวลาที่คนอื่นทำผิดพลาด... ฉันกลับเฝ้ารอที่จะได้เห็นรอยยิ้มขอโทษและท่าทางโก๊ะๆ ของคุณในทุกๆ เช้า ฉันพบว่าตัวเองแอบมองคุณผ่านกระจกห้องทำงานบ่อยขึ้น และที่แย่ที่สุดคือ... ฉันเริ่มทนไม่ได้เวลาที่เห็นใครต่อใครพยายามจะทำให้คุณร้องไห้ หรือทำลายความสดใสที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ" พายรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน แม้ในความมืดเธอก็รู้ว่าตอนนี้หน้าของตัวเองคงจะแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก พายพยายามจะหาคำพูดมากลบเกลื่อนความเขินอายตามนิสัยเวลาทำอะไรไม่ถูก "ท่านประธานกำลังพูดจาแปลกๆ นะคะ สงสัยจะเครียดกับงานโปรเจกต์ใหญ่มากเกินไปแน่เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพายชงชาคาโมมายล์อุ่นๆ ลดความเครียดให้ดีไหมคะ..." "พายคะ..." ธันวาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและนุ่มนวลจนเธอต้องเงียบเสียงลง "ฉันไม่ได้พูดเล่น และไม่ได้เครียดเรื่องงาน..." จังหวะนั้นเอง มือหนาที่ถือกล่องกระดาษอยู่ก็ค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนที่ฝ่ามืออุ่นจะเอื้อมมาสัมผัสกับแก้มเนียนของพายอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับกลีบดอกไม้ แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่างของหญิงสาว พายตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างในความมืด "ฉันกำลังสารภาพความรู้สึกของตัวเอง... ให้ผู้หญิงซุ่มซ่ามคนหนึ่งฟังต่างหากล่ะค่ะ" ธันวาเอื้อมมืออีกข้างมาจับมือเล็กที่กำลังกำชายเสื้อตัวเองแน่นขึ้นมาประคองไว้ "ฉันไม่อยากให้คุณต้องกังวลเรื่องคำพูดของมินตรา หรือเรื่องความแตกต่างอะไรทั้งนั้น เพราะตำแหน่ง 'เลขาฯ ตัวโก๊ะ' คนนี้... ฉันไม่ได้จ้างมาเพื่อให้ทำงานเอกสารอย่างเดียวหรอกนะคะ" พายรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมาไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความตื้นตันใจที่เอ่อล้นจนจุกอก คำว่ารักหรือชอบอาจจะยังไม่ได้หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มตรงๆ แต่ทุกการกระทำ ทุกคำสารภาพในความมืดมิดครั้งนี้ มันชัดเจนยิ่งกว่าตัวหนังสือพิมพ์ในรายงานฉบับใดในโลก "คุณธันวา..." พายกระซิบเสียงสั่น เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อตอบรับความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาในหัวใจ *กริ๊ก! แกร๊ก...* เสียงสัญญาณไฟฉุกเฉินและไฟสำรองของอาคารดังขึ้นพร้อมกัน แสงไฟสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นทั่วห้องเก็บเอกสาร ทำให้พายและธันวาต้องรีบผละออกจากกันตามสัญชาตญาณด้วยความเขินอาย ใบหน้าของพายแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู เธอก้มหน้ามองพื้นทันทีด้วยความทำตัวไม่ถูก ขณะที่ธันวาก็กระแอมเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นท่านประธานผู้เคร่งขรึมคนเดิม แต่ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดต่อหลังจากแสงไฟกลับมาสว่าง เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะโดยไม่รออนุญาต "ธันวาคะ! อยู่ข้างในนี้จริงๆ ด้วย... แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องประชุมใหญ่แล้วค่ะ!" ร่างผอมเพรียวของมินตราก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งธันวาและพายต้องช็อกจนพูดไม่ออก ไม่ใช่สีหน้าของมินตรา... หากแต่เป็นเอกสารแฟ้มสีแดงฉานที่มินตราถืออยู่ในมือ ซึ่งเป็นเอกสารลับสุดยอดของโปรเจกต์หลักที่ควรจะอยู่ในตู้นิรภัยของท่านประธานเท่านั้น แต่ตอนนี้มันกลับถูกเปิดออก และหน้ากระดาษด้านในก็ถูกฉีกขาดหายไปเกือบครึ่ง... พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างมิดชิดของคู่หมั้นสาว ที่หันมามองพายด้วยสายตาราวกับผู้ชนะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ — เค้กวานิลลา
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%