วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 22

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“เอกสารสำคัญแบบนี้ คุณกล้าปล่อยให้มันไปอยู่ในที่แบบไหนกันคะ ธันวา!” เสียงกรีดร้องของมินตราแทรกผ่านสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดลงมาบนระเบียงทางเดิน เธอกระแทกแฟ้มสีน้ำเงินลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหรูจนเสียงดังสนั่น พายสะดุ้งสุดตัว ร่างบางถอยกรูดไปชนกับขอบประตูกระจกจนแทบเสียหลัก ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอไม่ได้กลัวความโกรธของมินตราเท่ากับกลัวว่างานที่ธันวาไว้ใจให้เธอรับผิดชอบจะกลายเป็นเศษกระดาษที่ไร้ค่าเพราะความซุ่มซ่ามของเธอ ธันวาไม่ได้ตอบโต้ทันที เขายืนนิ่ง ใบหน้าคมสันเรียบเฉยทว่าแววตาไหวระริก เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปรับแฟ้มจากมือมินตราด้วยท่าทีสุขุม ผิดกับหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้มือสั่นเทาจนต้องกำชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองไว้แน่น “ผมเป็นคนสั่งให้พายนำเอกสารชุดนี้ไปเข้าเล่มเองครับมินตรา หากจะมีใครผิด ก็คงเป็นผมที่ไว้วางใจให้คนไม่รอบคอบทำเรื่องสำคัญ” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าประโยคสุดท้ายเขากลับหันมาสบตาพาย สายตาคู่นั้นไม่ได้แฝงไปด้วยความตำหนิอย่างที่พายหวาดกลัว แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออกซ่อนอยู่... มันดูอ่อนโยนและปกป้องอย่างน่าประหลาด มินตราแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปาก “ไว้วางใจ? หรือว่าหลงใหลจนลืมหูลืมตากันแน่คะธันวา ผู้หญิงคนนี้ทำพลาดมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ถ้าคุณยังดึงดันจะเก็บเลขาฯ ซุ่มซ่ามคนนี้ไว้ข้างตัว ฉันเกรงว่าตำแหน่งบริหารที่คุณทุ่มเทมาตลอดชีวิตอาจจะสั่นคลอนนะคะ” พายก้มหน้ามองพื้น หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบจนแทบหยุดเต้น คำพูดของมินตรากรีดลงกลางใจ เธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นจุดอ่อน เป็นตัวปัญหาที่คอยแต่จะสร้างภาระให้ธันวาตลอดเวลา ‘ฉันควรจะไปเสียที’ ความคิดนั้นผุดขึ้นในหัวพร้อมกับความขมปร่าที่โคนลิ้น “ออกไปก่อนเถอะพาย” ธันวาสั่งเสียงนุ่ม พายเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงชั่วครู่ แววตาของธันวาในวินาทีนี้ต่างจากทุกวันที่เธอเคยเห็น มันไม่มีความถือดีแบบประธานบริษัท ไม่มีกำแพงที่เขาชอบสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก แต่มันคือความรู้สึกว้าวุ่นใจที่เขากำลังพยายามเก็บกดเอาไว้ พายหมุนตัวเดินฝ่าม่านฝนออกไป หัวใจของเธอเต้นรัวแรงไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความสับสนที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา ความรู้สึกที่ธันวาแสดงออกเมื่อครู่ มันไม่ใช่ท่าทีของเจ้านายที่กำลังปกป้องลูกน้อง แต่มันเป็นความรู้สึกของ ‘ผู้ชาย’ คนหนึ่งที่กำลังปกป้องสิ่งที่เขารัก เธอวิ่งไปหยุดหอบอยู่ตรงบันไดหนีไฟ ความเหน็บหนาวของอากาศไม่เท่าความหนาวเหน็บในใจ พายยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองที่เต้นเป็นจังหวะแปลกประหลาด “ทำไมต้องปกป้องล่ะธันวา... ทั้งที่คุณควรจะไล่ฉันออกไปตั้งนานแล้ว” เธอนั่งลงบนขั้นบันไดอย่างหมดแรง พลางนึกถึงเหตุการณ์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ความโก๊ะของเธอที่ทำให้น้ำหกใส่สูทราคาแพง ความซุ่มซ่ามที่ทำให้เธอสะดุดล้มทับเขาในลิฟต์... ทุกครั้งที่เธอพลาด ธันวามักจะขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจและยื่นมือมาดึงเธอขึ้นเสมอ มือคู่นั้นอบอุ่นจนเธอเสพติดมันโดยไม่รู้ตัว ขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พายสะดุ้งรีบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหันไปมอง “มานั่งทำอะไรตรงนี้ครับ?” ธันวายืนอยู่ตรงนั้น เสื้อสูทของเขามีรอยเปียกชื้นจากการฝ่าฝนออกมา “คุณธันวา... ทำไมถึงออกมาคะ? แล้วคุณมินตราล่ะ?” พายถามเสียงอ้อมแอ้ม ธันวาเดินเข้ามานั่งข้างๆ เธอ บนขั้นบันไดที่เย็นเฉียบและคับแคบ เขาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่มีหยดฝนเกาะพราว “ผมไล่เธอกลับไปแล้ว เรื่องเอกสาร... ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว มันไม่ได้เสียหายอะไรหรอก” “แต่คุณมินตราโกรธมากนะคะ พายทำพลาดอีกแล้ว พายไม่เหมาะกับงานนี้จริงๆ ด้วย” พายพูดพลางก้มหน้ามองรองเท้าคัทชูที่หัวถลอกของตัวเอง ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่ของเขาแตะกับไหล่ของเธอ กลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ของเขาทำเอาพายแทบลืมหายใจ “พายครับ... รู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมทนกับความซุ่มซ่ามของคุณมาได้ถึงขนาดนี้?” พายหันไปมองเขา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหม่า “เพราะ... สงสารเหรอคะ?” ธันวาแค่นหัวเราะเบาๆ เขาหันมาสบตาเธอตรงๆ สายตาที่แฝงไปด้วยความซับซ้อนนั้นทำให้พายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน “ถ้าผมบอกว่าเพราะความโก๊ะของคุณมันทำให้ตารางชีวิตที่แสนน่าเบื่อของผมมีสีสันขึ้นมาล่ะ? เวลาเห็นคุณทำอะไรเปิ่นๆ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของผม... มันกลับเต้นผิดจังหวะทุกที” พายรู้สึกเหมือนหน้าร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู เธอพยายามจะหาคำพูดมาตอบโต้ แต่สมองเจ้ากรรมกลับขาวโพลนไปหมด “คุณ... คุณธันวาหมายความว่ายังไงคะ?” ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขายกมือขึ้นหมายจะปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอ แต่แล้วก็ชะงักมือไว้กลางอากาศก่อนจะเลื่อนลงไปแตะที่ไหล่ของเธอแทน “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน... แต่ผมรู้แค่ว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีคนคอยเดินสะดุดล้มให้ผมช่วยดึงไว้ ผมคงจะเหงาแย่เลย” บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านราวกับพายุฝนข้างนอก พายรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนข้างๆ กลิ่นอายความหวั่นไหวปกคลุมไปทั่วพื้นที่แคบๆ นี้ ทว่า... ทันใดนั้น เสียงเคาะรองเท้าส้นสูงดังสะท้อนมาตามทางเดินหนีไฟอย่างรีบร้อน ทั้งคู่สะดุ้งแยกออกจากกันทันที พายรีบลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ธันวาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาสุขุมเย็นชาตามเดิม ประตูบันไดหนีไฟถูกเปิดผางออกอย่างแรง ร่างของมินตราก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจากการโกรธจัด แต่สิ่งที่ทำให้พายหัวใจร่วงไปถึงตาตุ่มไม่ใช่ท่าทีของมินตรา... แต่เป็นสิ่งที่มินตราถืออยู่ในมือ “ธันวา! ฉันยังคุยกับคุณไม่จบ!” มินตราตะโกนลั่น ก่อนจะชูรูปถ่ายปึกหนึ่งขึ้นมาในอากาศ “แล้วนี่มันคืออะไรคะ?! รูปที่พนักงานคนนี้แอบเอาความลับบริษัทไปขายให้คู่แข่ง... คุณจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง!” พายเบิกตากว้าง รูปถ่ายในมือมินตราคือรูปของเธอขณะยืนคุยกับชายแปลกหน้าที่คาเฟ่หน้าบริษัทเมื่อวันก่อน... ชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งรู้จัก แต่ทำไมมินตราถึงมีรูปนี้? และทำไมรูปพวกนี้ถึงดูเหมือนหลักฐานมัดตัวเธอว่ากำลังทรยศบริษัท! ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าของเขาสงบนิ่งทว่าแววตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “มินตรา... คุณไปได้รูปพวกนี้มาจากไหน?” “ไม่ต้องสนว่าฉันได้มาจากไหน! สนแค่ว่าตอนนี้คนของคุณกลายเป็นสายลับให้คนอื่นแล้ว และถ้าคุณยังปกป้องแม่ผู้หญิงโก๊ะนี่อีกละก็... ข่าวนี้จะถึงหูคณะกรรมการบริษัทในเช้าวันพรุ่งนี้แน่นอน!” พายได้แต่ยืนตัวสั่น น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลกลับรื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่ได้ทำ... เธอไม่ได้ทรยศธันวา แต่หลักฐานในมือมินตรามันชัดเจนจนเธอก็ยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเอาใจช่วยพายและธันวากันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%