"เก็บมันไปซะ มินตรา... ถ้าคิดว่าเศษกระดาษพวกนี้จะทำลายสิ่งที่ฉันสร้างมาได้ ก็เชิญฝันหวานต่อไปเถอะค่ะ"
พายสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นมือที่สั่นเทาไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้หญิงที่ยืนตระหง่านราวกับนางพญาในชุดสูทสีแดงเพลิง มินตรากวาดสายตามองเศษแก้วที่แตกกระจายบนพื้นห้องทำงานของธันวาก่อนจะแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะของเธอเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกขนลุกซู่
"ความมั่นใจน่ะดีค่ะพาย แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าเธอรู้จักประเมินสถานการณ์ให้เป็น" มินตราก้าวเข้ามาใกล้จนพายได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วห้อง "โปรเจกต์ระดับชาตินี้ บริษัทของฉันถือไพ่เหนือกว่า และถ้าเธอยังอยากให้ธันวาประสบความสำเร็จ... ก็ควรจะรู้จักถอยออกไปให้ห่างจากชีวิตเขาซะ"
พายจ้องมองใบหน้าที่สวยสง่านั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ความลับในรูปถ่ายใบนั้น—ภาพที่ถ่ายมุมมืดทำให้ดูเหมือนว่าเธอแอบเอาข้อมูลความลับบริษัทไปขาย—มันบีบคั้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก แต่ในขณะเดียวกัน ความเชื่อใจที่ธันวามอบให้ในทุกๆ วันที่ผ่านมา กลับกลายเป็นเกราะป้องกันเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เธอยืนหยัดอยู่ได้
"ความสำเร็จของบริษัทเขา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่ฉันต้องถอยไปไหนหรอกค่ะ แต่มันขึ้นอยู่กับว่า... เขาเลือกจะเดินหน้าไปกับใคร" พายตอบโต้ด้วยเสียงที่เริ่มหนักแน่นขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ
มินตราเม้มปากแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตู ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงจนติดลบ "งั้นก็คอยดูกันค่ะ ว่าวันเปิดตัวโปรเจกต์... เธอจะยังมีหน้ามาปรากฏตัวอยู่ในฐานะเลขาฯ ของเขาได้อีกไหม"
ประตูห้องทำงานปิดลงพร้อมกับแรงปะทะที่สั่นสะเทือนไปถึงขอบหน้าต่าง พายทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของธันวาที่ยังว่างอยู่ มือเรียวหยิบรูปถ่ายที่มินตราทิ้งไว้ขึ้นมาพินิจดูอีกครั้ง ภาพของเธอกับชายแปลกหน้าที่คาเฟ่เมื่อสัปดาห์ก่อนถูกถ่ายออกมาได้น่าสงสัยเสียเหลือเกิน เธอจำได้ดีว่าคนในรูปคือใคร เขาคือคนข้ามถนนที่เธอช่วยพยุงไว้เพราะเขาเกือบจะล้มลงไปกลางสี่แยก แต่ในสายตาของคนอื่น... มันคือการแลกเปลี่ยนความลับทางธุรกิจที่ชัดเจนที่สุด
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอีกครั้ง พายสะดุ้งสุดตัวจนทำรูปถ่ายร่วงลงพื้น ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขายังคงดูดีในชุดสูทสีเทาเข้ม แต่รอยยิ้มอบอุ่นที่เธอเคยได้รับกลับหายไป แทนที่ด้วยความกังวลที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คมนั้น
"มินตรามาทำอะไรที่นี่?" ธันวาเอ่ยถามพลางเดินตรงมาหาพาย เขาเหลือบมองเศษแก้วที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ก่อนจะขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้น พาย... เธอเป็นอะไรไหม?"
พายส่ายหน้าช้าๆ พยายามซ่อนรูปถ่ายใบนั้นไว้ใต้กองเอกสารบนโต๊ะ "ไม่มีอะไรค่ะท่านประธาน แค่... แค่แก้วกาแฟมันตกลงมาแตกน่ะค่ะ พายซุ่มซ่ามเอง"
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาวตรงหน้า เขาเดินเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดขอบโต๊ะ ก่อนจะวางมือลงบนมือที่สั่นเทาของพาย "พาย... ผมรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำแก้วแตกเพราะความซุ่มซ่ามปกติ มินตราพูดอะไรกับเธอ?"
"ท่านคะ... เรื่องโปรเจกต์ใหญ่ระดับชาตินี้ มินตราเขาดูเหมือนจะกดดันเรามากเลยนะคะ พายกลัวว่า..."
"ผมไม่สนหรอกว่าโปรเจกต์นี้จะสำคัญแค่ไหน" ธันวาตัดบทเสียงนุ่มแต่หนักแน่น "สิ่งที่ผมสนคือความรู้สึกของเธอ ถ้ามินตราทำอะไรเกินเลย หรือสร้างความลำบากใจให้เธอ ผมมีวิธีจัดการในแบบของผม... ต่อให้ต้องเสียโปรเจกต์นี้ไป ผมก็ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเลขาส่วนตัวของผมหรอกนะ"
คำพูดนั้นทำให้ขอบตาของพายร้อนผ่าว เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ แต่ความลับในรูปถ่ายยังคงเป็นเหมือนหนามยอกอกที่รอเวลาจะทิ่มแทง
"แต่บริษัทกำลังต้องการการร่วมมือครั้งนี้... พายไม่อยากเป็นตัวปัญหาค่ะ"
"พาย ฟังผมนะ" ธันวาโน้มตัวลงมาสบตาเธออย่างจริงจัง "เธอไม่ใช่ตัวปัญหา เธอคือหัวใจสำคัญของงานนี้ และในชีวิตผมด้วย"
ช่วงเวลานั้นดูเหมือนโลกทั้งใบจะหยุดหมุน ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความรู้สึกมากมาย แต่แล้ว เสียงโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศแสนหวานนั้น เขาถอนหายใจยาวก่อนจะรับสาย
"ครับ... อะไรนะ? ได้ครับ ผมจะรีบเข้าไปดูเดี๋ยวนี้"
ธันวาวางสายด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดกว่าเดิม เขามองพายด้วยสายตาที่บอกว่ามีเรื่องด่วนเกิดขึ้น "มีคนปล่อยข่าวเรื่องความลับโปรเจกต์เราออกมาในเว็บบอร์ดบริษัท... พาย ผมต้องรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ เธออยู่ที่นี่นะ อย่าเพิ่งไปไหน"
ธันวารีบวิ่งออกจากห้องไป ทิ้งให้พายนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพังด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น เธอตัดสินใจหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ... บนมุมภาพมีรอยประทับตราของเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องเก่าที่เธอเคยใช้เมื่อวานนี้
ไม่ใช่ฝีมือมินตรา... แต่เป็นคนในบริษัท?
พายรีบลุกขึ้นตรงไปที่ห้องเอกสารของฝ่ายบัญชีที่ตั้งอยู่ชั้นล่าง เธอต้องหาหลักฐานให้ได้ว่าใครเป็นคนขโมยรูปถ่ายนี้ไปขยายความ แต่เมื่อเธอก้าวเข้าไปในห้องที่มืดสลัว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเดิมที่เธอเพิ่งได้กลิ่นจากมินตราเมื่อครู่กลับลอยมาเตะจมูกอีกครั้ง
"หาอะไรอยู่หรือคะ พาย?"
เสียงกระซิบที่คุ้นหูดังมาจากเงามืดด้านหลังของเธอ พายหมุนตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
มินตราไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว... เธอมีคนยืนขนาบข้าง และคนคนนั้นคือ 'คุณมาวิน' หัวหน้าฝ่ายการตลาดที่ธันวาไว้ใจที่สุด ซึ่งในมือเขามีแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุข้อมูลลับทั้งหมดของโปรเจกต์ระดับชาติเตรียมจะส่งมอบให้กับคู่แข่งทางธุรกิจของธันวาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า!
"เลือกเอาสิคะพาย" มินตราเหยียดยิ้มพลางชี้มาที่พาย "จะอยู่นิ่งๆ ให้ฉันป้ายความผิดจนธันวาไล่ออกไป หรือจะยอมเซ็นชื่อลงในเอกสารลาออกนี้ซะดีๆ แล้วฉันจะปล่อยธันวาไป... โดยที่ไม่ต้องหมดตัว!"
เค้กวานิลลาหวังว่าตอนที่ 28 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความลำบากใจของพายนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ•ตอนที่ 28
โปรเจกต์ใหญ่ระดับชาติ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วุ่นนัก รักนี้ฉบับคุณเลขาตัวโก๊ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!