เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในความมืดไม่ได้นำพามาซึ่งความช่วยเหลือ แต่มันคือเสียงสะท้อนของกาลเวลาที่กำลังบีบไล่หลัง ดร.อคิน ไม่ได้ขยับเขยื้อnกาย เขาปล่อยให้แสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำอาบไล้กรอบหน้าคมคายที่เรียบเฉยราwanรูปสลักหิน ขณะที่ ทนายรินลดา ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ กลับซ่อนลมหายใจที่ไหวสั่นไว้ภายใต้รอยยิ้มเยرانเยือก มุมมืดของห้องเก็บวัตถุพยานแคบลงทุกขณะ ประตูเหล็กถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทกอันไร้ความปรานี แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากโถงทางเดินสาดตัดความมืดมิดกระจุยกระจาย เผยให้เห็นเงาร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและนายตำรวจเวรที่ถือกระบองไฟวิ่งกรูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก แต่ก่อนที่ความวุ่นวายจะทันทำลายสมาธิอันเปราะบาง อคินก็ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อบังกล่องไม้พยานชิ้นเอกไว้เบื้องหลังอย่างแนบเนียน
สี่วันต่อมา...
โถงกลางของศาลอาญากรุงเทพใต้เนืองแน่นไปด้วยฝูงชนและเสียงกระซิบกระซาบที่ดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกตัu กลิ่นอายของความยุติธรรมและอำนาจเงินตราอบอวลปะปนไปกับละอองฝนที่ซัดสาดกระทบกระจกบานใหญ่ด้านนอก ทนายรินลดาในชุดสูทผ้าไหมสีชาคลาสสิกก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและสง่างาม ส้นรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานที่บ่งบอกถึงความมั่นใจในทุกตารางนิ้วของชัยชนะที่เธอถือครอง ทว่าสายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ยืนพิงเสากลมสไตล์นีโอคลาสสิกอยู่ไม่ไกล ดร.อคินยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวั่นเกรงต่อบรรยากาศกดดันรอบตัวแม้แต่น้อย เขารอคอย... รอคอยที่จะใช้ตรรกะแห่งความจริงมาทำลายล้างวาทศิลป์อันแพรวพราวของเธอ
"คุณดูไม่ค่อยเหมาะกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกฎหมายและความอยุติธรรมที่ถูกแต่งแต้มด้วยคำพูดสวยหรูเลยนะครับ, คุณหมอ" รินลดาเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยคมมีด รอยยิ้มมุมปากของเธอไม่ได้ไปถึงดวงตา
อคินหันมามองช้าๆ สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อเยื่อเพื่อหาความจริง "กฎหมายมีไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม, คุณรินลดา... แต่ความจริงทางนิติเวชมีไว้เพื่อไม่ให้คนตายต้องถูกฆ่าซ้ำสองด้วยคำโกหกคำโตในศาล"
รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันแต่มีเสน่ห์เหลือร้าย เธอก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าจางๆ ลอยแตะจมูกท่ามกลางความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในโถงศาล "ความจริงเหรอครับ? ความจริงบนโต๊ะชันสูตรของคุณมันแข็งทื่อและไร้ซึ่งชีวิตชีวา มันบอกได้แค่ว่ากระดูกหักตรงไหนและสารพิษชนิดใดไหลเวียนอยู่ในเลือด แต่รอยหยักในสมองของมนุษย์... แรงผลักดันจากความแค้น ความรัก หรือความสิ้นหวังที่คุณไม่มีวันเข้าใจ นั่นต่างหากคือความจริงที่ศาลแห่งนี้ใช้ตัดสิน ไม่ใช่มีดผ่าตัดทื่อๆ ของคุณ"
อคินไม่หลบสายตา เข้มข้นและนิ่งสนิท ร่างกายของเขาขยับเข้าใกล้จนรินลดาต้องเป็นฝ่ายหยุดฝีเท้า "คุณกำลังปกป้องฆาตกรที่ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายพรากชีวิตคนอื่นไป เพียงเพราะจำเลยของคุณจ่ายค่าจ้างราคาแพงเพื่อให้คุณใช้คารมบิดเบือนพยานหลักฐาน นั่นไม่ใช่ความยุติธรรม, คุณรินลดา... นั่นมันคือการค้ากำไรบนคราบน้ำตาของเหยื่อ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ผู้คนรอบข้างที่เดินผ่านไปมาเริ่มชะลอฝีเท้าลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางความคิดที่ดุเดือดระหว่างทนายไร้พ่ายและนิติเวชหน้าตายคู่นี้ รินลดากัดริมฝีปากเล็กน้อย ดวงตาของเธอวาวโรจน์ขึ้นด้วยความถือดี เธอยกเอกสารในมือขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่อกเสื้อสูทของอคินอย่างจงใจ
"คุณหมออคิน... คุณคิดว่าคุณคือนักบุญผู้ถือคบเพลิงแห่งความสว่างไสวสินะครับ?" รินลดากระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลึกที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จำไว้ว่าคดีนี้ไม่มีใครขาวสะอาด 100% แม้แต่ตัวคุณเอง... ถ้าคุณมั่นใจนักว่าหลักฐานในห้องเก็บพยานคืนนั้นมันชี้ชัดว่าลูกความของฉันผิด ทำไมคุณถึงยังเก็บงำรอยนิ้วปริศนาชุดนั้นไว้เป็นความลับล่ะครับ? หรือว่า... คุณเองก็กำลังกลัวความจริงบางอย่างที่อาจจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการนิติเวชไทยไปตลอดกาล?"
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของอคินหรี่แคบลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งสงบราวกระจกเงาเมื่อครู่สั่นไหวไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่วเสี้ยววินาทีที่รินลดาจับสังเกตได้และจุดประกายความได้เปรียบขึ้นในแววตา
ก่อนที่อคินจะทันได้ตอบโต้ เสียงระฆังประกาศเวลาเปิดพิจารณาคดีจากห้องโถงใหญ่ก็ดังขึ้นกังวานบาดแก้วหู พร้อมกับเจ้าหน้าที่ศาลที่เดินมาประกาศเรียกคู่ความเข้าสู่บัลลังก์ รินลดาปรายตามองอคินด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า เธอกลับหลังหันแล้วก้าวเดินจากไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้อคินยืนอยู่ลำพังท่ามกลางผู้คน
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน เขายกมือขึ้นจัดเนกไทให้เข้าที่ ขณะกำลังจะเดินตามเข้าไปในห้องพิจารณาคดี สายตากลับเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่วางอยู่บนม้าหินอ่อนข้างเสาต้นที่เขายิงพิงอยู่เมื่อครู่ บนหน้าซองไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทด้วยตัวบรรจงว่า...
*'แด่ ดร.อคิน: ความจริงที่คุณตามหา... อยู่ในศพที่ห้าของคดีเมื่อสามปีก่อนที่ถูกคุณเซ็นอนุมัติเผาทำลายไปแล้ว'*
หัวใจของนิติเวชหน้านิ่งกระตุกวูบอย่างแรง ลมหายใจสะดุดกะทันหันเมื่อตระหนักว่า... คดีนั้นเขาเป็นผู้ชันสูตรด้วยตนเอง และไม่มีทางที่ใครจะล่วงรู้ความลับใต้รอยแผลผ่าตัดนั้นได้นอกจากตัวเขาเองและ... ศพที่ไม่มีวันพูดได้อีกต่อไป
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย•ตอนที่ 4
จุดยืนที่แตกต่าง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!