นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย•ตอนที่ 9

อดีตที่ฝังกลบ

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับชื้นของกระดาษคดีความเก่าเก็บนับสิบปีคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในแสงไฟนีออนสลัวยามวิกาล แฟ้มคดีสีน้ำตาลเข้มปึกใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างไม่ใส่ใจ เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบสะท้อนก้องในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของสำนักงานอัยการ "คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินลดา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับเครื่องมือวัดชีพจรดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ดร.อคิน ก้าวเท้าพ้นเงาสลัวออกมา ชายหนุ่มสวมเสื้อสูทสีเข้มที่ยับย่นเล็กน้อยจากการนั่งทำงานข้ามคืน ดวงตาหลังกรอบแว่นโลหะคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกลงไปถึงเนื้อร้าย ความนิ่งสงบของเขาคือความกดดันขั้นสุดยอดที่มักทำให้คู่สนทนาหายใจไม่ทั่วท้อง รินลดาไม่สะทกสะท้าน เธอเพียงแต่ปรายตามองแฟ้มคดีที่ปิดตายมานาน เธอไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าแววตากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นตัวเลขคดีบนหน้าปก "ฉันไม่ได้เล่นกับไฟหรอกค่ะ—อ้อ, ขอโทษที ผมชินกับการพูดแบบเป็นทางการมากกว่า" เธอยิ้มมุมปาก ยอมรับความผิดพลาดทางสรรพนามของตัวเองด้วยความแพรพราว "พูดให้ถูกคือ ฉันกำลังเดินเข้าไปในกองเพลิงด้วยความสมัครใจต่างหากล่ะครับ, ดร.อคิน" อคินสาวเท้าเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นจางๆ ของเธอยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำจากห้องชันสูตรเมื่อวาน แต่วันนี้ บรรยากาศรอบตัวเธอกลับอบ2อวลไปด้วยร่องรอยของอดีตที่ถูกขุดคุ้ย "กฎหมายมีไว้เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เครื่องมือชุบชีวิตบาปให้ใครบางคน" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ศพบนโต๊ะของผมบอกความจริงเสมอ รอยฟกช้ำ ทิศทางของมีด บาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้... สิ่งเหล่านี้ไม่เคยโกหก แต่คุณ... ทนายผู้ไม่เคยแพ้ กลับเลือกที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อช่วยฆาตกร แค่เพราะเขาเป็นจำเลยที่มีมลทินอย่างนั้นหรือครับ" รินลดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข มีเพียงความเย้ยหยันและรอยร้าวลึกในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง เธอลุกขึ้นยืน ประชิดตัวเข้าหาแพทย์นิติเวชหน้านิ่งจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณเห็นแค่รอยแผลบนศพ, หมออคิน... แต่คุณเคยเห็นรอยแผลในใจของคนที่ยังหายใจอยู่บ้างไหม" เธอเอ่ยเสียงกระซิบ แผ่วเบาแต่บาดลึก "คุณคิดว่าฉันปกป้องเขาเพราะเงินทองหรือชื่อเสียงงั้นเหรอ? คุณมองโลกเป็นขาวกับดำมาตลอดชีวิต จนลืมไปว่าโลกใบนี้มันมีพื้นที่สีเทาที่กว้างใหญ่ไพศาล... และพื้นที่ตรงนั้นแหละ คือที่ที่ฉันยืนอยู่" อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความใกล้ชิด แต่เป็นเพราะรังสีความเจ็บปวดที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวตรงหน้า มันคือความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น สัญชาตญาณความเป็นแพทย์นิติเวชบอกให้เขาวิเคราะห์ความผิดปกติทางจิตวิทยา แต่สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์กลับบอกให้เขารับฟัง "เล่าให้ผมฟังซิ" อคินเปลี่ยนน้ำเสียงให้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย โดยไม่รู้ตัวว่าความสนใจของเขาที่มีต่อเธอได้ก้าวข้ามขอบเขตของความเป็นมืออาชีพไปแล้ว "ทำไมทนายมือหนึ่งอย่างคุณ ถึงยอมเอาชื่อเสียงและอนาคตมาแขวนไว้บนเส้นด้ายเพื่อจำเลยคนนี้" รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นกอดอกราวกับต้องการปกป้องตัวเองจากสายตาวิเคราะห์อันเฉียบคมของแพทย์หนุ่ม เธอมองเลยผ่านไหล่ของอคินไปยังความมืดนอกหน้าต่างบานเล็กที่มองเห็นแสงไฟสลัวของท้องถนนยามค่ำคืน "สิบห้าปีก่อน..." เสียงของเธอเริ่มสั่นระริกเล็กน้อย ก่อนจะบังคับให้มันกลับมานิ่งเรียบ "มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่มุมห้องในสถานีตำรวจ เธอจำรายละเอียดทุกอย่างไม่ได้ จำได้แค่เสียงกรีดร้องของแม่ และภาพของชายคนหนึ่งที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกร ทั้งที่ความจริง... เขาแค่พยายามปกป้องน้องสาวจากเงื้อมมือของอสูรกายในคราบมนุษย์" อคินขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องเริ่มประมวลผลข้อมูล "เด็กผู้หญิงคนนั้น... คือคุณ?" รินลดาไม่ได้ตอบรับด้วยคำพูด เธอเพียงแต่คลายมือที่กอดอกออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือซ้าย ซึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้แขนเสื้อสูทมาโดยตลอด มันเป็นแผลเป็นที่เกิดจากคมมีด ไม่ใช่การพยายามจบชีวิต แต่เป็นร่องรอยจากการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในคืนที่มืดมนที่สุดของชีวิต "กระบวนการยุติธรรมในตอนนั้น ปิดตาข้างหนึ่งและเลือกที่จะตัดสินประหารชีวิตคนบริสุทธิ์ เพียงเพราะเขากล้าลุกขึ้นสู้กับผู้มีอิทธิพล" รินลดากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงเรื่อยๆ "ตำรวจทำสำนวนลวกๆ อัยการเร่งปิดคดี และศาลตัดสินตามเอกสารที่ถูกปั้นแต่ง... ฟังดูคุ้นไหมคะ ดร.อคิน? มันก็เหมือนกับคดีที่คุณกำลังชันสูตรอยู่ทุกวันนี่แหละ" "ความยุติธรรมไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ" อคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน "มันต้องถูกสร้างขึ้นด้วยหลักฐานและตรรกะ ถ้าเราปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาครอบงำคำพิพากษา สังคมก็จะล่มสลาย" "ถ้างั้นตรรกะของคุณคงไม่เคยเข้าใจว่า 'ความผิดพลาด' ของระบบ มันพรากชีวิตคนไปได้ทั้งเป็นยังไง" รินลดาจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ "จำเลยในคดีนี้... เขาคือเด็กผู้ชายคนเดียวกับที่เคยปกป้องเด็กผู้หญิงคนนั้นในคืนนั้น ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นคนมีมลทิน มีประวัติอาชญากรรม และสังคมตราหน้าว่าเขาเป็นฆาตกร แต่สำหรับฉัน... เขายังคงเป็นคนเดียวในโลกที่เคยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องฉัน" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ อคินยืนนิ่ง ความรู้สึกขัดแย้งตีรวนอยู่ในอก เขาเป็นคนที่ศรัทธาในความจริงเชิงประจักษ์ แต่เรื่องราวเบื้องหลังของรินลดากลับสั่นคลอนความเชื่อมั่นของเขา ทว่า ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เขารู้ดีว่าความจริงมักมีหลายด้านเสมอ และด้านที่ซ่อนอยู่มักจะน่ากลัวและบิดเบี้ยวที่สุด "คุณกำลังใช้คดีปัจจุบัน เพื่อล้างมลทินให้คดีในอดีตที่ระบบกฎหมายเคยทำพลาดสินะครับ" อคินสรุปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด "ฉันไม่ได้ล้างมลทินให้ใคร ฉันแค่ทวงคืนความยุติธรรมในแบบที่กฎหมายห่วยๆ เล่มนี้ไม่เคยให้ต่างหากล่ะค่ะ" รินลดายิ้มเศร้าๆ "และถ้าคุณฉลาดจริงอย่างที่ใครเขาลือกัน คุณก็น่าจะรู้ว่า... ศพที่คุณกำลังผ่าพิสูจน์อยู่ตอนนี้ ไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ หรือแม้แต่ฝีมือของจำเลยของฉัน" คิ้วของอคินขมวดเข้าหากันทันที "คุณหมายความว่ายังไง" ก่อนที่รินลดาจะได้เอ่ยคำตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้องกังวานก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่เวรยาม แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเข้ามาใกล้ห้องเก็บเอกสารทีละน้อย... ทีละน้อย... จนกระทั่งหยุดลงที่หน้าประตูเหล็กบานหนา ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนช้าๆ พร้อมกับแสงไฟลอดผ่านร่องประตูก่อนที่บานประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น—บุคคลที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลสในห้องดับจิตของดร.อคินเมื่อสองชั่วโมงก่อน! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%