นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย•ตอนที่ 10

บันทึกของคนตาย

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นฟอร์มาลีนและโลหะสนิมเขรอะในห้องใต้ดินไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะเลือกใช้เป็นสถานที่จิบกาแฟยามวิกาล แต่สำหรับดร.อคินแล้ว มันคือห้องนั่งเล่นที่ซื่อตรงที่สุด ไม่มีหน้ากากทางสังคม ไม่มีรอยยิ้มจอมปลอม มีเพียงความจริงอันเย็นเยียบของเนื้อหนังที่เน่าเปื่อยและกระดูกที่แตกหักซึ่งไม่เคยโกหกใคร นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางสีขาวสะอาดกำลังคีบชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบวางลงบนสไลด์แก้ว แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับกรอบแว่นโลหะของเขาจนเกิดประกายวาบวับ ท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้แช่ศพในมุมห้อง และเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่ได้รับเชิญ รินลดาไม่ได้เคาะประตู เธอไม่เคยทำเช่นนั้น และอคินก็ไม่เคยคาดหวังมารยาทแบบนั้นจากทนายสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องการฉีกกฎหมายเป็นชิ้นๆ เพื่อชนะคดี "คุณกำลังเล่นกับไฟ, อคิน" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าแฝงความเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในกำมะหยี่ เธอเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะชันสูตร ดวงตาสีเข้มกวาดมองเครื่องมือแพทย์ที่เรียงราย ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของแพทย์นิติเวชหนุ่ม อคินไม่เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ เขายังคงหมุนปุ่มปรับโฟกัสช้าๆ "ไฟมักจะให้ความอบอุ่นแก่คนที่หนาวเหน็บเสมอครับ, คุณรินลดา... แม้ว่ามันจะแผดเผาคนที่เข้าใกล้เกินไปจนมอดไหม้ก็ตามที" "แต่ไฟกองนี้ไม่ได้แค่ให้ความอบอุ่น มันกำลังจะเผาทำลายทุกอย่างที่เราสองคนพยายามสร้าง... หรือพูดให้ถูกคือ สิ่งที่คุณกำลังพยายามขุดคุ้ยขึ้นมาจากหลุมศพ" รินลดาโน้มตัวลงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเธอกับอคินลดแคบลงจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเจือจางกับกลิ่นอายความกดดันที่เธอจงใจแผ่ออกมา อคินถอนหายใจเบาๆ เขาถอดถุงมือออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าสบตากับทนายสาว แววตาของเขาว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น ราวกับมหาสมุทรลึกที่ไม่มีใครหยั่งถึง "ความจริงไม่มีวันถูกเผาให้สูญสลายไปได้หรอกครับ มันก็แค่เปลี่ยนสถานะ... จากควันสีดำให้กลายเป็นเขม่าคราบสกปรกที่ติดอยู่ตามซอกเล็บของผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง" "ความจริงเหรอ?" รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ในโลกของกฎหมาย ความจริงไม่ได้มีค่าเท่ากับหลักฐานที่ถูกกฎหมายยอมรับ และหลักฐานที่คุณกำลังตามหามัน... มันอยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคุณ ดร.อคิน" "บางครั้ง กฎหมายก็เป็นเพียงเครื่องมือของคนบาปที่ใช้ฟอกตัวให้สะอาดในวันอาทิตย์ไม่ใช่หรือครับ?" อคินย้อนถาม น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่นัยยะกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณเองก็รู้ดีแก่ใจ ทนายรินลดา... คดีฆาตกรรมในห้องปิดตายเมื่อสามปีก่อน ไม่ได้จบลงด้วยความยุติธรรม แต่มันจบลงด้วยความพึงพอใจของผู้มีอิทธิพลต่างหาก" บรรยากาศในห้องแล็บลดฮวบลงจนแทบเยือกแข็ง บทสนทนาที่เฉียบคมราวกับคมดาบปะทะกันกลางอากาศ ไม่มีใครยอมหลบสายตา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ทำงานแข่งกับเวลา รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอย่อมรู้ดีว่าอคินกำลังพูดถึงอะไร คดีที่เธอเคยต้องจำใจใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายช่วยผู้ต้องหาให้พ้นผิด ทั้งที่ในใจลึกๆ เธอก็แคลงใจในความบริสุทธิ์นั้นเช่นกัน แต่หน้าที่คือกรอบที่เธอต้องก้าวเดิน อุดมการณ์กับความเป็นจริงมักเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน และเธอก็เลือกที่จะอยู่ข้างหลังเส้นขนานฝั่งที่ให้ผลลัพธ์ ไม่ใช่ฝั่งที่แสวงหาความจริงอันเจ็บปวดแบบแพทย์หนุ่มตรงหน้า "คุณดื้อรั้นเกินไป อคิน" รินลดากระซิบเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวในแววตาก่อนหน้าเจือจางลงเหลือเพียงความห่วงใยอันซับซ้อนที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดมั่น "การที่คุณแอบเปิดแล็บลับนี้ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนหลักฐานชุดนั้นอีกครั้ง... มันไม่ได้ทำให้คุณเป็นฮีโร่ แต่มันกำลังทำให้คุณกลายเป็นเป้าหมายของกระสุนที่มองไม่เห็น" อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม "ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ... แต่ผมไม่ได้ต้องการเป็นฮีโร่ ผมแค่อยากให้คนตายได้นอนหลับอย่างสนิทใจจริงๆ เสียที" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่โปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวยิ่งทำให้เขาดูน่าเกรงขาม อคินเดินผ่านร่างของทนายสาวไปยังตู้เก็บสารเคมีที่มุมห้อง ก่อนจะหยิบกุญแจดอกเล็กออกมาไขแม่กุญแจที่คล้องล็อกลิ้นชักชั้นในสุดไว้อย่างแน่นหนา "คุณจะทำอะไร?" รินลดาขมวดคิ้วสงสัย ก้าวเท้าตามไปติดๆ "ผมบอกแล้วไงครับว่าความจริงไม่เคยตาย" อคินดึงลิ้นชักเหล็กออกมาช้าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหูในความเงียบ ภายในลิ้นชักนั้น ไม่ได้มีเพียงสารเคมีหรือชิ้น0เนื้อเยื่อทางการแพทย์ แต่มันกลับมีกล่องไม้เก่าแก่ฝุ่นเขรอะวางอยู่ใบหนึ่ง กล่องที่ถูกผนึกด้วยครั่งสีแดงเข้มตราประทับรูปกางเขนหัวกลับ—สัญลักษณ์ที่สาบสูญไปพร้อมกับคดีอื้อฉาวเมื่อสิบปีก่อน รินลดาเบิกตากว้าง ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ เมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างกล่องนั้น มันคือ "บันทึกประจำวัน" ปกหนังสีดำที่เปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้ม... คราบเลือดที่แห้งกรังมานานนับทศวรรษ "นี่มัน..." เสียงของเธอสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะแตะต้อง แต่กลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ อคินหยิบบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง ราวกับมันเป็นวัตถุโบราณที่เปราะบางที่สุดในโลก ดวงตาของเขาจ้องมองหน้าปกที่มีรอยกรีดลึกเป็นทางยาว ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับทนายสาวด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง "นี่คือบันทึกของคนตายครับ... และหน้าสุดท้ายของมัน กำลังจะเปิดเผยว่าใครคือฆาตกรตัวจริงที่ยังลอยนวลอยู่ท่ามกลางพวกเรา" ทว่า... ก่อนที่อคินจะทันได้พลิกเปิดหน้ากระดาษแผ่นแรก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางบันไดทางลงห้องใต้ดิน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูปังๆ อย่างไร้มารยาท และเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ "ตำรวจศาล! ดร.อคิน คุณถูกกล่าวหาว่าซ่อนเร้นหลักฐานในคดีอาญาสำคัญ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" รินลดาหน้าถอดสี หันขวับไปมองที่ประตูเหล็กหนาก่อนจะหันกลับมามองอคินที่ยังคงยืนนิ่งสงบราวกับคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว แววตาของแพทย์หนุ่มไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความท้าทายที่ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความมืดมิด อคินยัดสมุดบันทึกเล่มนั้นใส่มือของรินลดาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดว่า "เก็บมันไว้ให้ดี... เพราะตอนนี้ เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ครับ" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%