กลิ่นฉุนของฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์ล้างแผลในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับระยะห่างเพียงสองก้าวระหว่างโต๊ะสแตนเลสเย็นเฉียบกับร่างระหงในชุดสูทสีชาคูลต์ที่ยืนกอดอกนิ่ง
ดร.อคิน ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากรายงานผลผ่าศพบนจอแท็บเล็ต แสงสีฟ้าสะท้อนในแว่นกรอบบางของเขา ราวกับดวงตาของหุ่นยนต์ที่ไร้จิตวิญญาณ ทว่าประสาทสัมผัสด้านการรับรู้กลับตื่นตัวเต็มที่ต่อทุกย่างก้าวที่ทนายรินลดาเพิ่งเดินเข้ามาเหยียบย่างในอาณาจักรแห่งความตายนี้
"คุณมาช้าไปสิบสี่นาที ทนายรินลดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง "ความตายไม่เคยรอคอยใคร และคดีที่คุณกำลังวิ่งเต้นอยู่ ก็กำลังเน่าเฟะพอๆ กับซากศพตรงหน้าผมนี้แหละครับ"
รินลดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือด้วยความเย้ยหยันแต่นุ่มลึก เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะชันสูตรมากขึ้น ปลายรองเท้าส้นสูงหยุดลงตรงเส้นแบ่งเขตระหว่างความเป็นและความตาย ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองร่างไร้วิญญาณแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแพทย์นิติเวชหน้านิ่งราวกับจะค้นหาพิษร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใน
"ความตายอาจไม่รอใคร ดร.อคิน แต่ความยุติธรรม... บางครั้งก็จำเป็นต้องรอให้หลักฐานที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมถูกกวาดออกมาเสียก่อนนะคะ... อ๊ะ ผมหมายถึง 'นะครับ' เกือบเผลอหลุดปากตามความคุ้นเคยเสียแล้ว" รินลดาแย้มยิ้มมุมปากอย่างผู้กุมความลับ
อคินชะงักนิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอ เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ความเฉียบคมในสายตาคู่นั้นคืออาศัยตรรกะและหลักฐานหักล้างผู้คนมานับไม่ถ้วน แต่กับผู้หญิงคนนี้... ทนายความสาวผู้พร้อมจะพลิกขาวให้เป็นดำเพื่อลูกความ เธอมักจะมีช่องว่างที่ตรรกะทางวิทยาศาสตร์เจาะไม่ถึงเสมอ
"คุณต้องการอะไรกันแน่ รินลดา" อคินวางแท็บเล็ตลง เสียงโลหะกระทบกระจกดังชัดเจนในความเงียบ "ข้อตกลงที่เราคุยกันไว้ทางโทรศัพท์เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน มันไม่มีน้ำหนักพอที่จะทำให้คุณบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามตอนตีสองแบบนี้หรอกครับ ถ้าคุณไม่มีหลักฐานที่ใหญ่พอจะแลกเปลี่ยน"
รินลดากลั้วหัวเราะเบาๆ เธอดึงซองเอกสารสีน้ำตาลกันน้ำออกจากกระเป๋าถือหนังแท้ วางมันลงบนโต๊ะชันสูตร ใกล้กับถาดเครื่องมือผ่าตัดที่เต็มไปด้วยคราบเลือดจางๆ
"ถ้าผมบอกว่า... คดีฆาตกรรมในห้องปิดตายที่คุณกำลังหัวหมุนหาทางพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันมีความเกี่ยวพันกับคดีฮั้วประมูลโครงการสร้างทางหลวงเมื่อสามปีก่อน ที่สำนักงานอัยการกำลังพยายามกลบเกลื่อนอยู่ล่ะครับ?"
อคินหรี่ตาลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขยับนูนขึ้นวูบหนึ่ง นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมชู้สาวหรือความแค้นส่วนตัวอย่างที่รายงานเบื้องต้นระบุ รินลดาชี้นำไปสู่รอยต่อของอำนาจมืดระดับโครงสร้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์นิติเวชอย่างเขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของวิชาชีพ
"คุณกำลังเล่นกับไฟ รินลดา" อคินเอ่ยเตือน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน "การดึงคดีอาญาเข้ามาผูกกับคดีการเมืองระดับประเทศ มันไม่ได้ทำให้คุณดูฉลาดขึ้น แต่มันกำลังทำให้คุณมีโอกาสถูกเก็บก่อนที่จะได้ขึ้นศาลนัดแรก"
"แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวความตายหรือคะ... เออ ครับ" รินลดาแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรมากขึ้น ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าจางๆ เจือปนกับกลิ่นฟอร์มาลีนอย่างประหลาด "ฉันเป็นทนายที่ไม่เคยแพ้คดี ไม่ใช่เพราะฉันเก่งกาจอะไรหรอกนะ ดร.อคิน แต่เป็นเพราะฉันรู้ว่าใครคือคนที่กุมปุ่มกดระเบิด และฉันก็รู้ด้วยว่าคุณเอง... ก็กำลังหาตัวคนคนนั้นอยู่เหมือนกัน"
อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของหญิงสาว เขารู้ดีว่าเธอกำลังพูดถึงใคร ศพตรงหน้า... ผู้บริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่เสียชีวิตอย่างไร้ร่องรอยในห้องที่ถูกล็อคกลอนจากด้านใน ไม่ได้ตายเพราะหัวใจวายเฉียบพลันตามใบมรณบัตรปลอมๆ นั่น แต่เขากำลังจะแฉชื่อของนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลในเช้าวันถัดมา
"ไฟล์เสียงในโทรศัพท์เครื่องนั้น... คือสิ่งที่คุณมีใช่ไหม?" อคินถามเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไอเย็นยะเยือกของห้องดับจิต
รินลดายิ้มรับอย่างผู้เหนือกว่า เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนซองเอกสารเบาๆ สามครั้ง
"ในซองนั้นมีผลชันสูตรลับที่คุณทำตกหล่นไป... หรือพูดให้ถูกคือ มีสำเนาอีกชุดที่ตำรวจยังไม่ได้รับ" รินลดากระซิบเสียงพร่า แววตาเป็นประกายวับวาวด้วยความท้าทาย "เรามาทำข้อตกลงกันเถอะ ดร.อคิน คุณให้ข้อมูลทางนิติเวชที่พิสูจน์ว่าสารพิษชนิดนั้นถูกส่งผ่านทางไหน และฉันจะมอบกุญแจดอกสำคัญที่จะเปิดประตูห้องปิดตายบานนั้นให้คุณ พร้อมกับรายชื่อของผู้มีอุดมการณ์เดียวกับเรา... ในกระทรวง"
อคินมองหน้าเธอนิ่งนาน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชันสูตรอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้แช่ศพด้านหลังที่คอยย้ำเตือนถึงความจริงอันหนาวเหน็บ ในโลกที่เต็มไปด้วยความเท็จ การร่วมมือกับปีศาจอาจเป็นหนทางเดียวที่จะได้พบความสว่าง
มือหนาของแพทย์นิติเวชยื่นออกไปแตะที่มุมซองเอกสารสีน้ำตาล เขาดึงมันเข้าหาตัวช้าๆ ขณะที่สายตายังคงไม่ละไปจากดวงตาคู่สวยที่ซ่อนเร้นความลับอันตรายเอาไว้
"ตกลงครับ... ทนายรินลดา" อคินเอ่ยรับคำ พร้อมกับเปิดซองเอกสารออกมาช้าๆ "เรามาดูกันว่าความจริงของคุณกับความจริงของผม ใครจะราคาแพงกว่ากัน"
ทว่า... ก่อนที่นิ้วของอคินจะสัมผัสโดนกระดาษแผ่นแรกด้านใน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่โถงทางเดินด้านนอก เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังใกล้เข้ามาด้วยความเร็วสูง และไม่มีทีท่าว่าจะช้าลงเลยแม้แต่น้อย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงทุบประตูกระจกฝ้าของห้องชันสูตรดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตู
"ดร.อคิน! รีบหนีเร็วเข้า! มีคนกำลังพยายามบุกเข้ามาในตึก... พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว!"
อคินและรินลดาหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกัน ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลอดไฟนีออนเหนือศีรษะก็กระพริบถี่รัวสองครั้งก่อนจะดับลงสนิท ทิ้งให้ทั้งห้องจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอแท็บเล็ตส่องกระทบใบหน้าของศพบนโต๊ะชันสูตร และเสียงกลอนประตูด้านนอกที่กำลังถูกงัดด้วยชะแลงเหล็กอย่างรุนแรง!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย•ตอนที่ 8
ก่อนพายุจะเข้า
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!