"ความจริงกับความตายเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เคยรับสินบนจากใคร... ดร.อคิน"
เสียงแหบพร่าของผู้มีอิทธิพลระดับประเทศดังขึ้นในความมืดของลานจอดรถใต้ดิน บรรยากาศรอบกายอัดแน่นไปด้วยกลิ่นไอร้อนระอุจากเครื่องยนต์ที่เพิ่งดับลง เงาร่างสีดำสามร่างก้าวออกมาจากมุมอับ ปิดตายทางหนีทีไล่ของแพทย์นิติเวชหน้านิ่งผู้ถือครองหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะสั่นสะเทือนบัลลังก์ของผู้มีอำนาจ
ดร.อคินไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงยืนไขว้มืออยู่ในเสื้อคลุมกราวน์สีขาวสะอาด ร่างกายไร้ซึ่งอาวุธ มีเพียงแฟ้มเอกสารชันสูตรพลิกศพในมือที่เปรียบเสมือนคมมีดที่พร้อมจะกรีดกระชากหน้ากากของฆาตกร
"ความจริงก็เหมือนรอยแผลเป็นบนศพครับ... ต่อให้พยายามเย็บปิดซ่อนเร้นด้วยด้ายราคาแพงแค่ไหน รอยแยกก็ยังคงฟ้องความเน่าเฟะข้างในอยู่ดี" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาราวกับกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศกับเพื่อนร่วมงาน ท่าทีสงบนิ่งอย่างไร้ความหวาดกลัวนั้น ยิ่งทำให้ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิด
มือหนาของบอดี้การ์ดคนสนิทชักอาวุธปืนพกติดกระบอกเก็บเสียงขึ้นเล็งตรงมาที่หน้าอกของแพทย์หนุ่ม ความเย็นชาของโลหะสะท้อนแสงไฟนีออนวับวับ แววตาของมือสังหารไร้ซึ่งความลังเล
"ถ้าอย่างนั้น... ให้ความตายช่วยเย็บปากคุณให้สนิทไปตลอดกาลคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสินะครับหมอ" ผู้มีอิทธิพลกล่าวเสียงเย็น พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้ลงมือ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่นิ้วชี้กำลังจะเหนี่ยวไก เสียงยางรถยนต์กรีดร้องแหลมสูงก็ดังสนั่นก้องลานจอดรถ แสงไฟหน้ารถเบนซ์คันหรูสาดส่องเข้าเต็มตาจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปัดป้อง ร่างปราดเปรียวของทนายความสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำก้าวลงจากรถพร้อมเสียงส้นสูงที่กระแทกพื้นอย่างมั่นคงและดุดัน
"อุ๊ย! ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันขับรถไม่ค่อยแข็ง... แต่ดูเหมือนฉันจะขับมาชน 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' เข้าพอดีเลยใช่ไหมคะท่าน"
รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอันตราย เธอยืนพิงประตูรถโดยมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่เกรงกลัวต่อปากกระบอกปืนที่หันเหความสนใจมาทางเธอชั่วขณะ
ผู้มีอิทธิพลหันมามองหน้าทนายสาวด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม "ทนายรินลดา... นี่ไม่ใช่เรื่องของห้องพิจารณาคดี อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
"แน่นอนค่ะท่านว่ามันไม่ใช่เรื่องในศาล... เพราะถ้าเป็นเรื่องในศาล พวกท่านคงติดคุกหัวโตไปนานแล้วโดยที่ฉันไม่ต้องเหนื่อยขับรถมาส่งยิ้มให้ถึงที่นี่" รินลดาเดินน่องตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างอคิน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูกของแพทย์หนุ่ม อคินเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอเพียงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมของเขาไหววับด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำ
"คุณไม่ควรมาที่นี่ รินลดา" อคินเอ่ยเบาๆ ระหว่างที่สายตายังไม่ละจากปลายกระบอกปืน
"ฉันไม่ได้มาเพื่อเป็นฮีโร่ให้คุณหรอกนะคะ ดร.อคิน... ฉันแค่มาทวงหนี้" รินลดาตอบโดยไม่หันมามองเขา สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ "คุณติดคดีความที่ฉันยังไม่ได้คิดบัญชี และฉันไม่อนุญาตให้พยานปากเอกของฉันต้องมาตายฟรี... ก่อนที่ฉันจะชนะคดีนี้เด็ดขาด"
บรรยากาศในลานจอดรถตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันจากอำนาจมืดและการเผชิญหน้าอย่างไร้ความกลัวของสองมืออาชีพจากต่างขั้ว สร้างมิติความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นระรัว
ผู้มีอิทธิพลแค่นหัวเราะในลำคอ "คิดว่าผู้หญิงคนเดียวกับหมอติ๋มๆ สักคน จะเดินออกจากที่นี่ได้งั้นรจัดการซะ"
คำสั่งเด็ดขาดถูกส่งออกไป มือสังหารขยับนิ้วบนไกปืนทันที แต่ทว่ารินลดาไม่ได้มาตัวเปล่า เธอดีดนิ้วขึ้นครั้งหนึ่ง เสียงปลดล็อกประตูรถยนต์และเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น พร้อมกับกลุ่มชายชุดสูทนับสิบคนที่ก้าวออกมาจากเสาปูนด้านหลัง พวกเขาคือทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวระดับสูงที่เธอจ้างมาด้วยเม็ดเงินมหาศาลเพื่อคุมเชิงสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ
"ความลับจะไม่มีวันตายตามคนหรอกค่ะท่าน... เพราะถ้าหมอคนนี้ตาย เอกสารทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังสำนักข่าวทุกสำนักภายในสามวินาที" รินลดายกสมาร์ทโฟนขึ้นมาโชว์หน้าจอที่กำลังนับถอยหลังการส่งข้อมูลอัตโนมัติ "อยากลองเสี่ยงดูไหมล่ะคะว่ากระสุนนัดเดียวของคุณ จะเร็วกว่าปลายนิ้วฉันหรือเปล่า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผู้มีอิทธิพลขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน เขารู้ดีว่าหากข้อมูลนั้นหลุดรอดออกไป อณาจักรที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตาอย่างแน่นอน
"ฝากไว้ก่อนเถอะ... หมอ, ทนาย" เขากัดฟันกรอด ก่อนจะโบกมือให้ลูกน้องถอยร่นขึ้นรถแล้วขับหายไปจากความมืดอย่างรวดเร็ว
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา รินลดาถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธหันมามองอคินที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน
"คุณนี่มัน... บ้าสิ้นดี" อคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ
"คำชมเหรอคะ?" รินลดาเลิกคิ้วสูง ยิ้มเยาะ
"ความโง่เขลาต่างหากที่เอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่" อคินหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้"
"ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ..." รินลดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลที่มักจะซ่อนความจริงเอาไว้เสมอ "ฉันทำเพื่อ 'ความยุติธรรม' ในแบบของฉัน... และอีกอย่าง ฉันเกลียดการเป็นหนี้บุญคุณใคร"
อคินนิ่งงันไปชั่วขณะ คำพูดและแววตาของทนายสาวทำให้หัวใจที่ด้านชาของแพทย์นิติเวชเกิดรอยร้าวเล็กๆ ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เคมีอันตรายระหว่างความถูกต้องเชิงประจักษ์กับช่องโหว่ทางกฎหมายหลอมรวมกันในความมืดมิดของลานจอดรถแห่งนี้
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนสบตากันด้วยความหมายอันลึกซึ้ง เสียงฝีเท้าฝีหนืดย่ำลงบนพื้นปูนเปียกชื้นดังแว่วมาจากทางบันไดหนีไฟด้านหลัง มันไม่ใช่เสียงของกลุ่มคนที่เพิ่งจากไป และไม่ใช่เสียงของทีมรักษาความปลอดภัย
รินลดาขมวดคิ้ว หันขวับไปมองความมืดเบื้องหน้า
อคินหรี่ตาลง สัญชาตญาณแพทย์นิติเวชบอกเขาว่าเสียงฝีเท้านั้น... มีจังหวะการเดินที่คุ้นเคยอย่างประหลาด
แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับวัตถุบางอย่างในมือที่สะท้อนแสงไฟวับวับ—มันคือแฟ้มเอกสารคดีเก่าที่ควรจะถูกเผาทำลายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน และเจ้าของเงาร่างนั้นกำลังเอ่ยชื่อของอคินด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย•ตอนที่ 7
มิตรภาพบนคมมีด
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหน้าตายกับทนายไร้พ่าย: ฆาตกรรมไร้ร่องรอยในห้องปิดตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!