กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นโอโซนจางๆ จากเครื่องพิมพ์สามมิติขนาดอุตสาหกรรม ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่โล่งกว้างสไตล์ลอฟท์ของ ‘เทค-เกียร์ สตูดิโอ’ ที่ในยามนี้บรรยากาศรอบตัวกำลังตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด แผ่นกระดาษข้อเสนอซื้อกิจการแผ่นนั้นยังคงวางค้างอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว รณกรไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบกริบหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความฉุนเฉียวและความท้าทาย
พิมพ์ชนกไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาคุกคามนั้นแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกอย่างมั่นใจ ชุดสูทสีเทาเข้มสั่งตัดพิเศษเข้ารูปขับเน้นบุคลิกภาพที่เฉียบคมและน่าเกรงขาม รองเท้าส้นสูงสีดำเงาวับข้างหนึ่งวางนิ่งสนิทอยู่บนพื้น แต่อีกข้างหนึ่ง... กำลังเหยียบอยู่บนแผงวงจรอัจฉริยะรุ่นต้นแบบที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นพรมอย่างพอดิบพอดี
"ผมคิดว่าคนที่มีการศึกษาและมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้านักวิเคราะห์การเงิน น่าจะมีสายตาที่ดีพอนะครับคุณพิมพ์ชนก หรือว่าการมองเห็นตัวเลขในตลาดหุ้นมันทำให้ประสาทสัมผัสในการมองโลกความเป็นจริงของคุณบกพร่องไปหมด"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นเอ่ยขึ้น รณกรขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและเส้นเลือดที่ปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์คุกรุ่น เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างกดดัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงใจแขกผู้มาเยือนเลยสักนิด
พิมพ์ชนกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอก้มมองตามสายตาของชายหนุ่มลงไปยังพื้น ก่อนจะพบว่าส้นแหลมปรี๊ดของเธอกำลังบดขยี้แผงวงจรสีเขียวเข้มที่มีชิปประมวลผลราคาแพงระยับอยู่ใต้พื้นรองเท้า หญิงสาวไม่ได้ตกใจหรือรีบยกเท้าหนີทันทีตามสัญชาตญาณของคนทั่วไป เธอกลับขยับน้ำหนักตัวลงเล็กน้อยราวกับจะทดสอบความทนทานของมัน
"อุ๊ย... ตายจริง" น้ำเสียงของเธอราบเรียบจนเกือบจะเป็นการเยาะเย้ย "ฉันนึกว่าขยะชิ้นนี้เป็นแค่เศษซากโปรเจกต์ที่บริษัทใกล้เจ๊งเขี่ยทิ้งเสียอีกค่ะคุณรณกร เพิ่งรู้ว่านี่คือ 'งานศิลปะ' ราคาแพงที่ต้องระวังเป็นพิเศษด้วย... แย่จังนะคะ สงสัยฉันต้องเรียกฝ่ายประเมินความเสียหายมาหักกลบลบหนี้กับข้อเสนอซื้อกิจการของเราเสียแล้วมั้งคะ"
รณกรขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น3เหลี่ยม ความอดทนของวิศวกรผู้หวงแหนผลงานยิ่งกว่าชีวิตกำลังจะหมดลง เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสะอาดสดชื่นปะปนกับกลิ่นเฉพาะตัวของหญิงสาวลอยเข้าแตะจมูก แต่บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน
"ถอดรองเท้าของคุณออกจากผลงานของผมซะ แล้วก็ไสหัวออกไปจากบริษัทของผม ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วโยนเอกสารบ้าๆ นี่ลงถังขยะ" รณกรก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและอันตรายจนคนฟังต้องกลั้นหายใจชั่วขณะ
แต่พิมพ์ชนกไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมก้มหัวให้ใครขู่ เธอเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเกือบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว
"ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะคะ..." เธอย้อนถาม เสียงกระซิบตอบกลับนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน "คุณจะทำอะไรฉัน จะแจ้งความข้อหาบุกรุก ทำลายทรัพย์สิน หรือว่าจะใช้กำลังกับผู้หญิงมือเปล่าคะคุณวิศวกรอัจฉริยะ ลองทำดูสิคะ ฉันจะได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มให้อีกสักสิบล้านดีไหม"
รณกรจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดจายียวนนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ในอกข้างซ้ายจังหวะการเต้นของหัวใจมันรัวเร็วกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่ถูกความอวดดีของผู้หญิงคนนี้ดึงดูดเข้าอย่างจัง ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย แต่ทำไมสายตาถึงละไปจากใบหน้าเฉี่ยวคมนี่ไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว
เขายื่นมือออกไป... พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อยคิดว่าเขาจะใช้กำลังจริงๆ แต่รณกรกลับเอื้อมมือไปหยิบแผงวงจรที่อยู่ใต้รองเท้าของเธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับมันคืออัญมณีล้ำค่า เขาดึงมันออกมาได้สำเร็จโดยที่ส้นสูงของเธอยังคงเหยียบอยู่บนพื้นที่ว่าง
"คุณมัน... เย่อหยิ่งไร้มารยาทสิ้นดี" รณกรพ่นคำพูดออกมาผ่านไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวไล่ตั้งแต่หน้าผากจรดเรียวปากอิ่ม
"และคุณก็ปากร้าย เย็นชา และไร้มนุษยสัมพันธ์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเหมือนกันค่ะ" พิมพ์ชนกตอกกลับทันควัน เธอขยับถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ทว่าความตึงเครียดในอากาศกลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย รังสีความดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่กลับพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ
วิศวกรหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ เขาซ่อนแผงวงจรไว้ข้างหลัง ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นจนน่าขนลุก
"ฟังให้ดีนะคุณนักวิเคราะห์... เทค-เกียร์ ไม-ทาง-ขาย ไม่ว่าคุณหรือใครหน้าไหนจะเอาเงินมาฟาดหัวเท่าไหร่ก็ตาม กลับไปบอกเจ้านายของคุณซะ ว่าอย่าเสียเวลามาเดินเกมตื้นๆ แบบนี้กับผมอีก"
พิมพ์ชนกยิ้มมุมปาก เธอยกเอกสารข้อเสนอซื้อกิจการขึ้นมาสะบัดเบาๆ ก่อนจะสอดมันเก็บไว้ในกระเป๋าเอกสารหนังแท้ของตัวเองอย่างใจเย็น
"คำตอบรับของคุณ บันทึกเรียบร้อยแล้วค่ะคุณรณกร..." เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทาย "แล้วเราจะได้เห็นกันว่า... ระหว่างความอวดดีของคุณ กับเกมหุ้นในมือฉัน อะไรมันจะพังก่อนกัน"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องแลปด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องกระจกใส
"ว้าว... บรรยากาศเร่าร้อนดีนี่ครับ นึกว่าผมเดินเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญเสียอีก"
ร่างสูงโปรดของ 'ธนวินท์' ก้าวเข้ามาในห้องแลปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาแพรวพราวกวาดมองรณกรที่ยืนหน้าบึ้งตึงสลับกับพิมพ์ชนกที่ยืนถือกระเป๋าด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ
รณกรขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นหน้าศัตรูตัวฉกาจ ขณะที่พิมพ์ชนกชะงักฝีเท้าลงเมื่อพบว่าแขกผู้มาใหม่คนนี้คือใคร
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกของเกมหุ้นและหุ่นยนต์อัจฉริยะด้วยกันนะครับ
เซียนเกมหุ้นกับคุณชายนักประดิษฐ์•ตอนที่ 2
ห้องแลปเดือดกับสูทสั่งตัด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมหุ้นกับคุณชายนักประดิษฐ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!