คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 25

คำสารภาพที่ยังไม่พูด

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและสารฟอร์มาลีนเจือจางลอยอวลอยู่ในอากาศยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนบนพื้นกระเบื้องยางเคลือบเงาในห้องชันสูตรศพ ให้ความรู้สึกหนทบหนาวราวกับยืนอยู่ท่ามกลางขั้วโลกใต้ คณินขยับเนคไทสีเข้มของตนเองเล็กน้อยยามเมื่อปะทะกับความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ประโยคที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ยังคงแขวนลอยอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ดร.น่านฟ้าไม่ได้ขยับกายไปไหน ร่างโปร่งในชุดกาวน์สีขาวยังคงยืนพิงโต๊ะสเตนเลสสตีล ดวงตาเรียบนิ่งคู่นั้นมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตา มองตรงมายังอัยการหนุ่มราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของคำพูดที่เพิ่งหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของอีกฝ่าย "ดูเหมือนว่า... คืนนี้เราคงยังไม่ได้กลับบ้านกันง่าย ๆ แล้วสินะครับ, น่านฟ้า" คณินกล่าวซ้ำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะตีความได้เพียงมิติเดียว เขาสกิดปลายนิ้วลงบนแฟ้มเอกสารคดีเก่าที่ถูกวางทับซ้อนกันอยู่บนโต๊ะชันสูตร เอกสารชุดนั้นไม่ใช่สำนวนคดีปัจจุบันที่พวกเขากำลังทำร่วมกัน แต่มันคือแฟ้มคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญเมื่อสิบปีก่อน—คดีเพลิงไหม้บ้านพักตากอากาศของตระกูลแพทย์ชื่อดัง ซึ่งทิ้งปมปริศนาไว้ด้วยศพของคนในครอบครัวที่ถูกเผาเกรียม และเด็กชายคนหนึ่งที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ น่านฟ้ายังคงนิ่งเงียบ ปลายนิ้วเรียวยาวประสานกันไว้เหนือหน้าท้อง ความนิ่งงันของแพทย์นิติเวชผู้นี้ไม่เคยหมายถึงความอ่อนแอ ตรงกันข้าม... มันคือเกราะป้องกันชั้นดีที่ถูกหล่อหลอมด้วยความตายและความจริงอันบิดเบี้ยวที่เขาต้องผ่าพิสูจน์มานับครั้งไม่ถ้วน "คุณกำลังพยายามจะบอกอะไรผมกันแน่ครับ, คณิน" น่านฟ้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายสัตว์นักล่าที่กำลังจับตามองเหยื่อที่เดินเข้ามาในอาณาเขต "ผมไม่ได้พยายามจะบอกอะไรทั้งนั้นครับ น่านฟ้า... ผมแค่กำลังสงสัย" คณินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างอัยการและแพทย์นิติเวชลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจ์จาง ๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายความเคร่งเครียดของห้องชันสูตร "ว่าทำไม... แพทย์นิติเวชผู้เชี่ยวชาญด้านการอ่านรอยกระสุนและรอยแผลเป็น ถึงได้จงใจปกปิดรายงานการตรวจพิเศษชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องล่าสุด เมื่อมันมีร่องรอยการลงมือที่ 'คุ้นเคย' จนน่าประหลาดใจ" คำพูดนั้นทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา ร่องรอยที่คุ้นเคย... คณินไม่ได้มองที่แฟ้มคดีปัจจุบันอีกต่อไป สายตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของน่านฟ้า เจตนาที่ซ่อนเร้นภายใต้รอยยิ้มสุภาพถูกเปิดเปลือยทีละน้อย ราวกับมีดผ่าตัดที่ค่อย ๆ กรีดเปิดผิวหนังเพื่อค้นหาเนื้อร้ายที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด "คุณกำลังล้ำเส้น, คณิน" น่านฟ้ากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นIสันนูน แม้สีหน้าจะยังคงควบคุมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอและการเต้นของชีพจรที่ชีพจรข้างขมับก็ทรยศความนิ่งงันนั้น "หน้าที่ของอัยการคือการพิจารณาสำนวนคดีตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่มานั่งรื้อฟื้นบาดแผลที่ปิดสนิทไปแล้วของคนอื่นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในเกมอำนาจของคุณ" "บาดแผลเหรอครับ?" คณินทวนคำ น้ำเสียงของเขามีความเยียบเย็นปนอยู่ด้วยความเห็นอกเห็นใจที่บิดเบี้ยว "คุณเรียการปล่อยให้ฆาตกรตัวจริงลอยนวลเพื่อแลกกับการปกป้อง 'อดีต' ที่เน่าเฟะ ว่าเป็นบาดแผลที่ควรปล่อยให้ปิดสนิทอย่างนั้นหรือครับ, น่านฟ้า? คุณเป็นหมอที่ต้องค้นหาความจริงให้คนตาย แต่คุณกลับเลือกที่จะปิดปากคนตายเสียเอง เพียงเพราะรอยแผลเป็นบนศพเหล่านั้น... มันมีรอยประทับของคนในครอบครัวที่คุณพยายามลืมมาตลอดสิบปี!" ประโยคนั้นพุ่งชนเป้าหมายอย่างแม่นยำ ราวกับกระสุนปืนที่เจาะทะลุกะโหลกศีรษะ น่านฟ้าสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่เคยเยือกเย็นไหววับไปชั่วขณะ ภาพเปลวเพลิงสีส้มแดงที่โหมกระหน่ำ เสียงกรีดร้อง และกลิ่นเนื้อไหม้เกรียมในคืนนั้นผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ฉายวนเวียนอยู่ในหัวใจที่ตายด้าน คณินเกือบจะหลุดปากพูดชื่อนั้นออกมาแล้ว—ชื่อของบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน ชื่อที่ถูกซ่อนไว้ในซอกหลืบที่มืดมิดที่สุดของสำนวนคดีลับที่อัยการหนุ่มแอบไปค้นพบโดยบังเอิญ บรรยากาศในห้องชันสูตรตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด ความเงียบที่ปกคลุมอยู่เต็มไปด้วยแรงระเบิดทางอารมณ์ที่รอวันปะทุ น่านฟ้าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่หลุดลอยกลับมา เขากวาดสายตามองหน้าคณินด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความโกรธเกรี้ยวและความผิดหวังอย่างรุนแรง มือข้างที่ถือปากกาหมึกซึมกำแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด "คุณรู้มากเกินไปแล้ว, คณิน" น่านฟ้ากระซิบเสียงต่ำ รอดไรฟัน ความกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของแพทย์นิติเวช "การที่คุณขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา มันไม่ได้ทำให้ความยุติธรรมงอกเงยขึ้นมาหรอกครับ... แต่มันกำลังจะทำให้เราทุกคนต้องจมดิ่งลงไปในนรก" "ผมยอมลงนรก... ถ้านั่นคือทางเดียวที่จะได้ความจริง" คณินตอบกลับทันควัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะถอยแม้แต่ก้าวเดียว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอัยการหนุ่ม "โดยเฉพาะความจริงที่ว่า... ฆาตกรที่คุณกำลังตามล่าในคดีปัจจุบัน ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็น..." *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกห้องชันสูตรดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบอันหนักอึ้งและขัดจังหวะคำสารภาพที่กำลังจะหลุดออกจากปากของคณินอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งคณินและน่านฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่น่านฟ้าจะหันไปมองผ่านกระจก ร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจเวรยามยืนกระสับกระส่ายอยู่ด้านนอก พร้อมกับแฟ้มเอกสารด่วนพิเศษในมือ สีหน้าของนายตำรวจผู้นั้นซีดเผือดราวกับเพิ่งไปเห็นผีมา น่านฟ้าขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เขากลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงไปในลำคอ ก่อนจะหันมามองหน้าคณินด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับจะเตือนว่าการสนทนาของเรายังไม่จบ จากนั้นจึงสาวเท้าเดินไปเปิดประตูห้องชันสูตร "มีอะไรครับดึกดื่นขนาดนี้" น่านฟ้าเอ่ยถามเสียงเรียบ เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลให้ด้วยมือที่สั่นเทา หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับวิ่งหนีอะไรบางอย่างมาตลอดทาง "ดร.น่านฟ้าครับ... คุณคณิน... คือว่า... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ" นายตำรวจละล่ำละลักพูด "เราเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากจุดเกิดเหตุใหม่... ศพของเหยื่อรายล่าสุดที่เพิ่งถูกส่งมาเมื่อหัวค่ำ... หายไปจากห้องเก็บศพสำรองแล้วครับ!" น่านฟ้าชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองหน้าคณินที่ยืนอยู่กลางห้องชันสูตร ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่กะพริบไหวราวกับสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวยิ่งกว่าเดิม --- โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและผ่าความมืดไปกับผมเสมอนะครับ)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%