คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 26

กลลวงของมัจจุราช

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรพลิกศพเวลานี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเช่นเคย มันกลับให้กลิ่นอายคล้ายกลิ่นสาบของสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ดร.น่านฟ้า ชะ دست (ชะงัก) ปลายมีดผ่าตัดในมือ ร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลสไม่ใช่ประเด็นที่เขากำลังขบคิดในหัวสมอง แต่มันคือเศษชิ้นส่วนกระดูกชิ้นเล็กๆ ที่ถูกส่งมาพร้อมกับหมายเลขคดีปริศนาเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา กระดูกชิ้นนี้ถูกตัดแต่งด้วยเครื่องมือแพทย์ระดับสูง รอยเลื่อยคมกริบไร้รอยสะดุด บ่งบอกถึงฝีมือของฆาตกรที่ไม่ได้เป็นแค่ฆาตกรโรคจิตทั่วไป แต่มันคือคนที่มีความรู้ทางกายวิภาคไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเอง "คุณกำลังสนใจกระดูกชิ้นนั้น หรือกำลังสนใจเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกห้องชันสูตรกันแน่ครับ, คุณหมอนนท์" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คณิน ก้าวออกมาจากเงาสลัว สวมเสื้อสูทสีเข้มไร้รอยยับเช่นเคย ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นโลหะคู่นั้นกวาดมองหลักฐานบนโต๊ะด้วยความพินิจพิจารณา อัยการหนุ่มผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมแบบตาต่อตาฟันต่อฟันหยุดยืนห่างจากเตียงผ่าตัดเพียงแค่ก้าวเดียว น่านฟ้าไม่หันไปมอง เขาววางมีดผ่าตัดลงบนถาดสแตนเลส เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ง* สะท้อนก้องในห้องที่เงียบงัน "มันไม่ใช่แค่กระดูกครับคุณคณิน" น่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา เรียบสนทนาแต่ทรงพลัง "แต่มันคือลายเซ็น... มันคือการประกาศสงครามที่จงใจทิ้งพิกัดบางอย่างเอาไว้" คณินเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "พิกัด? หรือเป็นแค่หลุมพรางที่พวกมันขุดรอให้คุณเดินลงไปตายอย่างโง่ๆ กันแน่ครับ? คุณก็น่าจะรู้ดีว่าคดีฆาตกรรมครอบครัวคุณเมื่อสี่ปีก่อน... มีคนจงใจใช้รูปแบบเดียวกันนี้เพื่อล่อให้คุณหลุดจากกรอบของความเป็นแพทย์นิติเวช" บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ น่านฟ้าหันขวับไปสบตากับอัยการหนุ่ม แววตาของแพทย์นิติเวชไหววูบไปชั่วขณะด้วยเพลิงแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งในก้นบึ้งของจิตใจ แต่เขาก็ควบคุมมันให้อยู่ใต้หน้ากากความเยือกเย็นได้อย่างรวดเร็ว "ถ้ามันเป็นหลุมพราง... ผมก็ต้องยอมโดนฝังครับ" น่านฟ้าเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "เพราะนี่คือเบาะแสเดียวที่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงไอ้ฆาตกรที่ฆ่ายกครัวผม" "ความแค้นทำให้คุณตาบอดได้ง่ายกว่าความรักนะครับ, ดร.น่านฟ้า" คณินก้าวเข้ามาประชิดตัว น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความเตือนสติที่ซ่อนความท้าทายเอาไว้ลึกๆ "แต่ถ้าคุณอยากจะไปที่นั่นจริงๆ... ผมคงห้ามคุณไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือการเตรียมสำนวนคดีเผื่อกรณีที่คุณไม่ได้กลับออกมา" บนโต๊ะทำงานของน่านฟ้า สมาร์ทโฟนเครื่องหรูสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่แสดงข้อความใหม่ เป็นพิกัด GPS พร้อมภาพถ่ายโคลสอัปของรอยแผลเป็นที่คุ้นตา—แผลเป็นบนข้อมือของน้องสาวเขาเอง ภาพนั้นถูกถ่ายในสถานที่แห่งหนึ่งที่มีแสงไฟสลัว บ่งบอกว่ามันคือตึกร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ดร.น่านฟ้าหยิบกุญแจรถขึ้นมาทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว แผ่นหลังที่ตั้งตรงดุจไม้บรรทัดเดินมุ่งหน้าไปยังประตูทางออก โดยมีสายตาคมปลาบของคณินมองตามราวกับกำลังเฝ้ามองนักโทษประหารที่เดินขึ้นลานประหารด้วยความสมัครใจ รถสปอร์ตสีดำทะยานฝ่าสายฝนโปรยปรายยามตีสองบนถนนสายเปลี่ยว บรรยากาศภายในรถอلبอ้าวกดดัน น่านฟ้ากุมพวงมาลัยแน่นจนข้อนูดขาวโพลน ในหัวของเขามีภาพเหตุการณ์คืนวันนั้นวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า—กลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้อง และความมืดมิดที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตเขา สิบนาทีต่อมา รถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่ลานกว้างหน้าตึกร้างริมแม่น้ำ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ผุกร่อนตั้งตระหง่านท้าทายความมืด มีเพียงแสงไฟกะพริบจากป้ายนีออนเก่าๆ ที่สาดส่องลงมาเป็นระยะ น่านฟ้าก้าวลงจากรถ ปืนสั้นประจำตัวถูกปลดเซฟและกำไว้มั่นในมือขวา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยทุกอณูขุมขน แต่ความกระหายใคร่รู้ในความจริงกลับมีพลังมากกว่า "เก่งมากครับ... คุณหมอน่านฟ้า" เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากความมืดเบื้องบนของชั้นสอง น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง เงาร่างหนึ่งในเสื้อโค้ทสีเข้มยืนพิงระเบียงที่ผุพัง แสงไฟจากเสาไฟด้านนอกสาดส่องให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของชายปริศนาคนนั้น ชายผู้ที่มีแผลเป็นลากยาวจากกกหูลงมาถึงคอ—ร่องรอยเดียวกับที่เขาเคยบันทึกไว้ในรายงานการชันสูตรศพของเหยื่อรายแรกเมื่อสี่ปีก่อน น่านฟ้าก้าวเท้าเข้าไปในตัวตึกอย่างระมัดระวัง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กเตะจมูก ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวขึ้นบันไดขั้นแรก เสียงฝีเท้าฝ่าสายฝนจากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงล็อกประตูกระจกบานใหญ่ที่ปิดตายจากภายนอกอย่างกะทันหัน! น่านฟ้าหันขวับกลับไปมอง แสงไฟฉายสาดส่องผ่านกระจกที่เปียกปอน ร่างของคณิน อัยการหนุ่มผู้ควรจะรอเขาอยู่ที่ห้องชันสูตร กลับยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนตรงหน้าประตูทางเข้า พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—รอยยิ้มเดียวกันกับเงาลึกลับบนชั้นสอง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%