กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรพลิกศพยามวิกาล ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวเท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่ระหว่างเราสองคน
"คุณกำลังเล่นเกมกับความตายที่ไม่มีวันชนะหรอกนะ คุณอัยการคณิน"
เสียงของผม—ดร.น่านฟ้า—ดังสะท้อนก้องในห้องสี่เหลี่ยมผนังกระจกฝ้า แสงไฟนีออนสีขาวโพลนส่องกระทบกับถาดสเตนเลสสตีลบนโต๊ะผ่าตัด มันสะท้อนภาพใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มผู้กำลังยืนกอดอกพิงชั้นวางเครื่องมือแพทย์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นไม่ได้มองมาที่ผม แต่ทอดมองไปยังชุดเครื่องมือผ่าตัดที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบราวกับมันคือผลงานศิลปะชิ้นเอก
คณินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเจือความเย้ยหยันที่จงใจปล่อยให้ออกมาเป็นจังหวะ
"ความตายไม่ใช่จุดจบหรอกครับคุณหมอ มันเป็นเพียงบทสรุปของกระบวนการทางกฎหมายที่ล้มเหลวต่างหาก… และในฐานะอัยการ ผมมีหน้าที่ต้องทำให้กระบวนการนั้นสมบูรณ์ แม้จะต้องใช้มือคู่นี้เปื้อนเลือดก็ตาม"
เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร รองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นยางสีเทาเกิดเสียงทุ้มหนักแน่น ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่ถึงสองก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของห้องดับจิตสร้างบรรยากาศที่ชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือ "คืนสุดท้ายก่อนพายุใหญ่" จะโหมกระหน่ำ พายุแห่งหลักฐาน การเมือง และคำพิพากษาที่จะเปลี่ยนทิศทางของประเทศนี้ไปตลอดกาล พรุ่งนี้เช้าสำนวนคดีฆาตกรรมตระกูลศิริวัฒน์จะถูกส่งฟ้องศาล และความลับทั้งหมดที่พวกเราต่างกุมไว้ จะกลายเป็นชนวนระเบิดที่ไม่มีใครควบคุมได้
ผมวางคีมสเตนเลสลงบนถาด เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่คมชัดในความเงียบ
"คุณรู้ดีว่าหลักฐานชิ้นสุดท้ายในคดีนี้... รอยนิ้วมือแฝงบนด้ามมีดผ่าตัดศัลยกรรมชิ้นนั้น มันไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นของจำเลยที่คุณต้องการกำจัด" ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานี้ ดวงตาที่ผมเคยคิดว่าเป็นมิตร แต่ตอนนี้มันคือเหวสีดำสนิท "คุณกำลังจะส่งคนบริสุทธิ์เข้าห้องประหารด้วยเอกสารปลอมแปลงทางนิติเวช"
คณินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความนิ่งงันที่น่ากลัว เขายื่นมือหนาออกมา ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะชันสูตร ใกล้กับรอยคราบเลือดจางๆ ที่ยังล้างไม่ออก
"ความบริสุทธิ์มันกินไม่ได้หรอกครับน่านฟ้า..." คณินเรียกชื่อผมโดยไม่มีคำนำหน้าเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเปี่ยมด้วยแรงขับเคลื่อนภายในที่น่ากลัว "สังคมนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความจริง แต่มันขับเคลื่อนด้วยความสงบเรียบร้อย... คนพวกนั้นสมควรตายตั้งแต่วันที่พวกมันเหยียบย่ำกฎหมายแล้ว หากผมต้องบิดเบือนความจริงเล็กน้อยเพื่อความยุติธรรมที่แท้จริง ผมก็ยินดีจะเป็นปีศาจในสายตาคุณ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างหนักหน่วง สายตาของเราปะทะกันในระยะประชิด ความรู้สึกหลากหลายซัดสาดเข้ามาในอก ทั้งความโกรธเกรี้ยว ความผิดหวัง และ... ความปรารถนาลึกๆ ที่จะฉีกหน้ากากของกันและกันออกให้หมดสิ้น อุดมการณ์ของเราต่างขั้วราวกับขาวกับดำ แต่ความผูกพันผ่านคดีฆาตกรรมนับไม่ถ้วนกลับดึงดูดเราให้ติดอยู่ในวังวนสีเทานี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ผมเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงาน เปิดมันออกเผยให้เห็นแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์ชิ้นล่าสุด และผลวิเคราะห์ดีเอ็นเอระดับโมเลกุลที่เพิ่งพิมพ์ออกมาสดๆ ร้อนๆ จากห้องปฏิบัติการ
"คุณคิดว่าคุณเก็บกวาดร่องรอยได้หมดจดแล้วหรือครับคณิน?" ผมเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา ดุจเครื่องจักรที่ไร้หัวใจ แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวด้วยความตึงเครียด "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ในฐานะแพทย์นิติเวช ผมไม่ได้อ่านแค่ศพ แต่ผมอ่านร่องรอยที่มนุษย์อย่างคุณพยายามซ่อนไว้"
คณินหรี่ตามองแฟ้มเอกสารในมือผม รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าคมสัน เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของผม
"งั้นเหรอครับ... ไหนลองบอกผมซิว่า คุณเจออะไรในคืนที่มืดมิดที่สุดคืนนี้?"
ผมกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่จะพลิกเกมทั้งหมด แต่ทว่า—
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องชันสูตรดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความวิกาลที่ควรจะไม่มีใครอยู่ ร่างของเจ้าหน้าที่เวรเปลคนหนึ่งยืนอยู่หลังกระจกเงา ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด มือสั่นเทากำวิทยุสื่อสารแน่น และก่อนที่เราจะทันได้เอ่ยถามอะไร เจ้าหน้าที่คนนั้นก็พูดผ่านอินเตอร์คอมด้วยเสียงที่ขาดห้วงและสั่นเครือ
"ดร.น่านฟ้าครับ... คุณคณิน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
ผมกับคณินสบตากันโดยสัญชาตญาณ ความตึงเครียดระหว่างเราถูกตัดขาดลงในเสี้ยววินาที
"มีศพปริศนาถูกส่งเข้ามาใหม่... และที่สำคัญที่สุด... ป้ายชื่อที่ปลายเท้าของศพศพนั้น คือชื่อของคุณเองครับ... ดร.น่านฟ้า!"
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ
คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 33
คืนสุดท้ายก่อนพายุใหญ่
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!