เสียงถอนหายใจยาวนานที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของ ดร.น่านฟ้า ไม่ได้ดังพอจะกลบเสียงกระดาษรายงานผลตรวจดีเอ็นเอที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ในมือของคณินได้ เสียงนั้นแหละที่ทำลายความเงียบอันเปราะบางภายในห้องทำงานส่วนตัวของอัยการหนุ่มในยามวิกาล
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างของคณิน เงาทอดตัวยาวพาดผ่านชั้นหนังสือราคาสูง ภาพของอัยการผู้รักความยุติธรรมกำลังบิดเบี้ยวไปทีละน้อยในสายตาของแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์
“คุณกำลังเสียสติไปใหญ่แล้ว คณิน” น่านฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองอีกฝ่ายราวกับกำลังผศูตรชิ้นเนื้อที่มีเซลล์มะเร็งลุกลาม “การส่งหลักฐานชิ้นนี้ให้สื่อมวลชนก่อนกระบวนการศาลจะเริ่มต้น มันไม่ใช่ความยุติธรรม แต่มันคือการฆาตกรรมทางสังคม”
“แล้วความยุติธรรมในระบบห่วยๆ ที่คุณก้มหน้าก้มตาทำงานให้อยู่ทุกวันนี้มันสะอาดนักหรือไง น่านฟ้า?” คณินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกวาดมองเพื่อนร่วมทางที่ก้าวเดินบนเส้นทางสีเทามาด้วยกันด้วยความกรุ่นโกรธ น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้มแต่สั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ “ฆาตกรตัวจริงกำลังจะลอยนวลเพราะช่องโหว่ทางกฎหมายที่คุณเองก็รู้ดีกว่าใคร ถ้าเราไม่ใช้วิธีสกปรกจัดการกับพวกมันก่อน ป่านนี้เหยื่อรายต่อไปคงนอนอยู่ในห้องผ่าตัดของคุณแล้ว!”
“หน้าที่ของผมคือการค้นหาความจริงจากร่างไร้วิญญาณ ไม่ใช่การตัดสินว่าใครควรอยู่หรือตาย” น่านฟ้าก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางความคิดที่กว้างราวมหาสมุทร “ถ้าคุณก้าวข้ามเส้นนั้นไป คณิน คุณก็ไม่ต่างอะไรกับพวกมัน... ฆาตกรที่สวมเสื้อคลุมนักกฎหมาย”
คำพูดนั้นทำให้อากาศในห้องราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น คณินชะงัก รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเจ็บปวด เขาวางกองเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแฟ้มกระดาษกระเด็น
“คุณพูดได้สิ เพราะคุณซ่อนความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังมีดผ่าตัดได้ไง น่านฟ้า คุณมองศพเป็นเพียงวัตถุพยาน แต่ผมมองเห็นหน้าตาของเหยื่อที่ร้องขอความยุติธรรมทุกครั้งที่หลับตา” คณินกัดฟันกรอด สันกรามคมขบเข้าหากันแน่น “ถ้าวิธีตามตำรามันช่วยอะไรไม่ได้ ผมนี่แหละจะเป็นคนฉีกมันทิ้งเอง”
“ผมยอมรับไม่ได้” น่านฟ้าปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคณินอย่างไร้ความปรานี “ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้แผนนี้... เราคงต้องจบแค่นี้”
คำว่า ‘จบแค่นี้’ แขวนลอยเคว้งคว้างอยู่ในความเงียบงัน คณินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ ราวกับถูกคมมีดที่เฉียบคมที่สุดของน่านฟ้ากรีดลงกลางใจ บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับต้องได้ ความสัมพันธ์ที่ถูกถักทอขึ้นผ่านคดีฆาตกรรมและความลับอันดำมืดกำลังปริร้าวและแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาสามครั้งอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นพอที่จะดึงสติของทั้งคู่ให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความขัดแย้ง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ทั้งน่านฟ้าและคณินหันขวับไปมองบานประตูไม้เนื้อดีพร้อมกันอย่างไร้มิตรจิตมิตรใจ ไม่มีใครเอ่ยปากอนุญาต แต่กลอนประตูกลับค่อยๆ หมุนช้าๆ จากด้านนอกราวกับถูกเปิดออกโดยผู้มีสิทธิ์อันชอบธรรม
ร่างของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในความมืดสลัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนมากับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืน น่านฟ้าหรี่ตาลงเมื่อแสงไฟตกกระทบเข้ากับใบหน้าของผู้มาเยือนใหม่—คนที่ไม่อาจคาดคิดว่าจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในเวลานี้
“คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันเสียจริง...” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก “ผมคงไม่ได้เข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวของท่านอัยการกับคุณหมอนิติเวชหรอกกระมังครับ?”
ในมือของผู้มาเยือนไม่ได้ถือร่มหรือกระเป๋าเอกสาร แต่กลับเป็นแฟ้มสีน้ำตาลอ่อนแฟ้มหนึ่ง—แฟ้มเอกสารลับสุดยอดที่ควรจะอยู่ในตู้นิรภัยของกรมตำรวจ... และมันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่จะพลิกเกมคดีทั้งหมดให้กลายเป็นจุล
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 32
รอยร้าวที่ยากประสาน
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!