คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 34

หน้ากากหลุด

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลเจียระไนระยิบระยับสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาของห้องบอล룸โรงแรมระดับหรู เสียงดนตรีคลาสสิกบรรلوเบาๆ ทว่าไม่อาจกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งของแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติในงานกาล่าประจำปีของสภาทนายความและอัยการได้เลย งานเลี้ยงสังสรรค์ที่ฉาบเคลือบด้วยเปลือกนอกอันงดงาม ทว่าเบื้องหลังกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของการชิงดีชิงเด่น และการซ่อนเร้นความลับอันโสมمไว้ใต้พรมแดงผืนหนา ดร.น่านฟ้า ยืนนิ่งสนิทอยู่ริมเสาหินอ่อนสีขาว ทอดสายตาผ่านเลนส์แว่นตากรอบบางไปยังกลุ่มคนที่กำลังจิบแชมเปญหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน ในชุดสูททักซิโดสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต เขากลับดูราวกับสิ่งแปลกปลอมในงานนี้—ร่างที่เย็นชาดุจเครื่องจักรกลการแพทย์ ผู้ซึ่งผ่านการผ่าศพและคุ้ยเขี่ยความตายมานับไม่ถ้วน ย่อมยากที่จะกลมกลืนกับโลกของผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่และกำลังสวมหน้ากากเข้าหากัน "คุณกำลังมองหาอะไรอยู่หรือครับ, คุณหมอ... หรือว่ากำลังคำนวณน้ำหนักของกระดูกซี่โครงของใครบางคนในงานนี้เผื่อไว้ล่วงหน้า" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยขึ้นข้างกาย พร้อมกับการปรากฏตัวของคณิน อัยการหนุ่มผู้กุมอำนาจและคดีสำคัญไว้ในมือหลายคดี วันนี้คณินอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้ม ริมฝีปากหยักลึกประดับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดแทงคู่สนทนาได้ทุกเมื่อ น่านฟ้าไม่หันไปมอง เขายกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่าน "ผมไม่ได้มองหาศพหรอกครับ... แต่ผมกำลังมองหา 'รอยแตก' ต่างหาก" "รอยแตก?" คณินทวนคำ รอยยิ้มบนมุมปากขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย "ในงานที่เต็มไปด้วยนักกฎหมายผู้ทรงคุณวุฒิและผู้รักษากฎหมายสูงสุดของประเทศ จะมีรอยแตกอะไรให้คุณหมอนิติเวชผู้เคร่งขรึมต้องมาคอยกังวลกันล่ะครับ" "กฎหมายถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปิดบังความจริง หรือเพื่อเปิดเผยมันกันแน่... คุณน่าจะรู้ดีกว่าใครนะ, ท่านอัยการ" น่านฟ้าหันมาสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาคู่คมนิ่งสงบไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับกดดันจนคนมองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "รอยเย็บแผลที่เนียนแค่ไหน หากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า เนื้อเยื่อข้างใต้ก็เน่าเฟะจนส่งกลิ่นเหม็นอยู่ดี... เหมือนกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่พวกเรากำลังไล่ล่าตัวฆาตกรอยู่ตอนนี้" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองนิ่งงันลงชั่วขณะ แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกัน ทว่าพื้นที่รอบตัวพวกเขากลับเหมือนถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก มันคือการปะทะกันของสองมันสมองที่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ น่านฟ้าผู้ยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยโกหกใคร กับคณินผู้เชื่อว่าความยุติธรรมบางครั้งก็ต้องแลกมาด้วยมือที่เปื้อนเลือด "บางครั้ง... ความตายก็ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการมีชีวิตอยู่เพื่อพบว่าความจริงมันไร้ความหมายหรอกนะครับ" คณินโน้มตัวเข้าไปกระซิif 1 ใกล้ น้ำเสียงเจือความหมายแฝงที่ชวนให้ฉุกคิด "คุณอาจจะเจอหลักฐานระดับอะตอมใต้กล้องจุลทรรศน์ของคุณ แต่ถ้าหลักฐานชิ้นนั้นมันจะทำลายความสงบสุขทั้งหมดลง คุณยังจะยืนกรานที่จะขุดมันขึ้นมาอีกไหม?" "หน้าที่ของผมคือการพูดแทนคนตาย ไม่ใช่การปกป้องความรู้สึกของคนเป็น" น่านฟ้าตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจคมมีด ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงดนตรีบรรเลงในงานก็หยุดลงกะทันหัน ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่บนเพดานสาดส่องลงไปยังเวทีกลางห้องบอลรูม พิธีกรประจำค่ำคืนนี้ก้าวขึ้นไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้างเพื่อกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และเรียนเชิญประธานจัดงานขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ทว่า ในวินาทีที่ไฟดวงอื่นๆ หรี่แสงลงเพื่อให้ทุกคนหันไปมองเวที ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของแพทย์นิติเวชอย่างน่านฟ้ากลับจับสังเกตความผิดปกติบางอย่างได้ กลิ่น... กลิ่นบางอย่างที่เขาคุ้นเคยดีจากการอยู่ห้องผ่าตัดมาค่อนชีวิต กลิ่นของฟอร์มาลีนผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะนาสิกท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมราคาแพง น่านฟ้าขมวดคิ้วมุ่น กวาดสายตาดุจเรดาร์ไปยังความมืดสลัวบริเวณระเบียงด้านข้างของห้องโถง ขณะที่คณินเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติทางภาษากายของแพทย์หนุ่ม รอยยิ้มบนใบหน้าของอัยการหนุ่มค่อยๆ เลือนหายไป กลายเป็นความระแวดระวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่ง บนเวที ประธานสภาทนายความกำลังกล่าวเปิดงานด้วยน้ำเสียงกังวาน "ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ค่ำคืนนี้ถือเป็นวาระอันดีที่เราจะได้มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความยุติธรรมและความโปร่งใส..." *พรึบ!* หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์และสปอตไลท์ทุกดวงในห้องบอลรูมดับลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ชั่วพริบตา เสียงอุทานด้วยความตกใจดังเซנקแซ่จากแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิต ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืด "เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!" เสียงใครบางคนตะโกนขึ้น ในความมืดนั้น น่านฟ้าไม่ขยับเขยื้อnไปไหน ร่างสูงสง่ายืนหยัดนิ่งสนิท ดวงตาสอดส่องผ่านความมืดด้วยสัญชาตญาณดิบ เขารับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ความขัดข้องทางไฟฟ้าธรรมดา แต่เป็นความจงใจ *แกร๊ก...* เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังเวที เสียงนั้นก้าวเดินอย่างมั่นคง ท่ามกลางเสียงแตกตื่นของผู้คน เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับจังหวะนาฬิกาดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของบางสิ่ง ทันใดนั้นเอง สปอตไลท์ดวงเดี่ยวสีกระจ่างก็สว่างวาบขึ้น... แต่มันไม่ได้ส่องไปที่ประธานบนเวที แสงไฟสีขาวนวลนั้นสาดส่องตรงไปยังเก้าอี้ประธานกรรมการสอบสวนคดีทุจริตระดับประเทศ ซึ่งตั้งอยู่แถวหน้าสุด ตรงนั้น... ร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือด ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก และที่ลำคอเหี่ยวย่นนั้น มีรอยแผลถูกกรีดด้วยของมีคมลึกจนเห็นหลอดเลือดดำขาดสะบั้น เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักย้อมเสื้อสูทสีเทาจนชุ่มโชก ความเงียบสงัดชั่วขณะเข้าปกคลุมห้อง ก่อนที่เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวจะดังสนั่นหวั่นไหว แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของดร.น่านฟ้า บนผนังเบื้องหลังเก้าอี้ตัวนั้น มีข้อความขนาดใหญ่ถูกเขียนด้วย 'เลือดสดๆ' ตัวอักษรบิดเบี้ยวแต่ชัดเจน อ่านใจความได้ว่า: **"ความยุติธรรมที่พวกมึงสร้าง... กูเป็นคนพิพากษาเอง"** และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิท สวม 'หน้ากากโลหะ' รูปใบหน้าไร้อารมณ์ยืนตระหง่านอยู่ข้างๆ ศพ มือข้างหนึ่งสวมถุงมือหนังสีดำถือมีดผ่าตัดเล่มยาวที่มีหยดเลือดหยดติ๋งๆ ลงสู่พื้นหินอ่อน ฆาตกรปรากฏตัวกลางงานกาล่ากฎหมายอย่างอุกหาญ โดยไม่เกรงกลัวต่อสายตาของผู้พิทักษ์กฎหมายนับร้อยชีวิตในห้องนี้เลยแม้แต่น้อย ฆาตกรหันใบหน้าที่สวมหน้ากากโลหะมาทางมุมเสาที่น่านฟ้าและคณินยืนอยู่ ดวงตาสอดประสานผ่านความมืดสลัวและแสงไฟสาดส่อง ภายใต้หน้ากากนั้นส่งเสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอที่ฟังดูเย้ยหยันและคุ้นหูอย่างน่าประหลาด คณินก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือของอัยการหนุ่มเอื้อมไปจับขอบสูทแน่นโดยสัญชาตญาณ ขณะที่น่านฟ้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว แววตาของแพทย์นิติเวชหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นลักษณะการจับมีดผ่าตัดของคนร้าย มันเป็นองศาการกรีดเนื้อเยื่อแบบเดียวกับที่เขาเคยพบในศพรายแรก... และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ปลอกมีดสีเงินที่เหน็บอยู่ที่เอวของฆาตกร สลักอักษรย่อภาษาอังกฤษตัวเดียวกับที่หายไปจากโต๊ะทำงานของเขาเองเมื่อคืนก่อน น่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นฟอร์มาลีนและเลือดตีรวนขึ้นมาในอก ขณะที่สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด ฆาตกรไม่ได้เป็นคนอื่นไกล... และหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่ตำรวจตามหามาตลอด ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลตัวเลย *ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ*
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%