กลิ่นคาวสนิมเหล็กและสารฟอร์มาลีนเจือจางในอากาศของห้องชันสูตรยามวิกาล ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวเท่ากับรอยเลือดสีคล้ำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนเสื้อเชิร์ตสีขาวของแพทย์นิติเวชผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ
ดร.น่านฟ้ายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลส สะเก็ดกระสุนปืนและร่องรอยการต่อสู้ในคดีล่าสุดทิ้งภาระทางอารมณ์ไว้เบื้องลึก ดวงตาคู่คมที่มักจะมองซากมนุษย์ด้วยความว่างเปล่า บัดนี้กำลังสะท้อนภาพเงาของตัวเองในกระจกเงาที่เต็มไปด้วยคราบเขม่า
ประตูห้องสืบสวนส่วนตัวถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง คณินก้าวเข้ามาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ อัยการหนุ่มผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาโดยไม่มีคำสนทนาใดๆ นำทาง ความเงียบระหว่างพวกเขามีนํ้าหนักมากพอที่จะกดทับกระดูกสันหลังให้โค้งงอ
"คุณปล่อยให้แผลที่หัวไหล่เปิดกว้างแบบนั้น... ตั้งใจจะใช้ความเจ็บปวดมาลงโทษตัวเองแทนคนตายอีกแล้วหรือครับ, คุณหมอ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ คณินวางกล่องยาลงบนโต๊ะทำงานตัวเก่งของน่านฟ้า ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดร่างที่ยังคงยืนแข็งทื่อ น่านฟ้าไม่ได้ถอยหนี ดวงตาสนเท่ห์และเย็นชาตวัดมองผู้มาเยือนด้วยความระแวดระวัง ราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่พร้อมจะตะปบใครก็ตามที่ล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขต
"มันเป็นแค่รอยถลอก... ผมคุ้นเคยกับเลือดมากกว่าที่คุณคิด, คุณอณิน" น่านฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท พยายามขยับตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่ความเจ็บแปล๊บที่หัวไหล่ขวาทำให้กล้ามเนื้อกระตุกวูบ
คณินไม่ฟังคำปฏิเสธ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวของอีกฝ่ายไว้ด้วยแรงที่ไม่อณุญาตให้ขัดขืน แม้สัมผัสจะหนักแน่นแต่ก็ไม่ได้รุนแรงเกินความจำเป็น ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวและลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้วที่เย็นเฉียบของน่านฟ้า สองร่างยืนนิ่งอยู่ภายใต้แสงไฟนีออนสีนวล ที่ขับให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย
"นั่งลงครับ... ถ้าไม่อยากให้แผลติดเชื้อจนต้องมานอนบนเตียงผ่าตัดที่ตัวเองเป็นคนควบคุม" คณินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างผิดวิสัย น่านฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะยอมทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างจำยอม
เสื้อเชิร์ตสีขาวถูกปลดกระดุมออกทีละเม็ดด้วยเรียวนิ้วของอัยการหนุ่ม การกระทำนั้นเชื่องช้า ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยความระมัดระวังราวกับกำลังจัดการกับวัตถุพยานชิ้นสำคัญที่สุดในคดีฆาตกรรม ผิวเนื้อเนียนละเอียดบริเวณหัวไหล่มีรอยฟกช้ำสีม่วงอมแดงและแผลฉีกขาดที่เกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรง เลือดซิบๆ ไหลซึมออกมาตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ
คณินหยิบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชือกขึ้นมา น่านฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายสำลีเย็นเฉียบแตะลงบนบาดแผล กล้ามเนื้อแผ่นหลังเกร็งกระตุกตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"อดทนหน่อยครับ... มันจะแสบนิดหน่อย" คณินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มและอ่อนโยนอย่างไร้เหตุผล ความนุ่มนวลนี้ไม่ใช่สิ่งที่อัยการหนุ่มผู้เย็นชาและเจ้าเล่ห์ควรจะมี แต่มันกลับแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติในยามที่เขาอยู่กับแพทย์นิติเวชผู้โดดเดี่ยวคนนี้
ริมฝีปากของคณินเม้มเข้าหากันเล็กน้อยขณะที่เขาก้มลงเป่าลมเบาๆ ที่แผลเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดให้ ไออุ่นจากลมหายใจที่รดรินลงบนผิวเนื้อบอบช้ำทำให้น่านฟ้าชะงักงัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอดุจเครื่องจักรกล กลับสะดุดวูบอย่างไม่น่าเชื่อ น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้ตนอย่างจริงจัง แววตาที่มักจะซ่อนคมดาบไว้เบื้องหลังบัดนี้มีความสั่นไหวระลอกเล็กๆ ปรากฏขึ้น
"ทำไมคุณถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย... คณิน" น่านฟ้าเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "เรายืนอยู่คนละฝั่งของความยุติธรรม... ผมคือกฎหมายที่ไร้ความรู้สึก ส่วนคุณคือกฎหมายที่ใช้ความแค้นตัดสิน ผมควรจะเป็นศัตรูที่คุณต้องกำจัด ไม่ใช่คนที่คุณมานั่งทำแผลให้แบบนี้"
คณินหยุดมือที่กำลังพันผ้าก๊อซลงชั่วขณะ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับแพทย์หนุ่มตรงๆ นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
"นั่นสินะครับ... บางทีผมอาจจะแค่อยากพิสูจน์ว่า ภายใต้เกราะเหล็กที่คุณสวมใส่ไว้ตลอดเวลา หัวใจข้างในนั้นมันยังคงเต้นอยู่หรือเปล่า" คณินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจแทบจะประสานกัน "และตอนนี้... ผมก็ได้คำตอบแล้วว่ามันยังเต้นอยู่... และมันก็เต้นเพื่อผมด้วย"
บรรยากาศในห้องอับทึบราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขตของเพื่อนร่วมงานหรือคู่ปรับทางคดี ทำให้สติสัมปชัญญะของน่านฟ้าพร่าเลือนชั่วขณะ นิ้วมือแกร่งของคณินเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากชื้นเหงื่อของแพทย์หนุ่มออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ทำลายกำแพงป้องกันทั้งหมดที่น่านฟ้าสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีลงอย่างราบคาบ
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยของสถาบันนิติเวชก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
ไฟสำรองสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้องชันสูตร พร้อมกับเสียงล็อกประตูอัตโนมัติที่ดังขึ้น *คลิก!* ร่างทั้งสองร่างผละออกจากกันอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณดิบ
หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานของน่านฟ้าที่ถูกตั้งค่าให้สตรีมมิ่งข้อมูลลับจากฮาร์ดไดรฟ์คดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน จู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง ภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องเก็บศพชั้นใต้ดินปรากฏขึ้นบนหน้าจอ และภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายของทั้งสองคนเย็นเฉียบ
ร่างของเหยื่อรายล่าสุดที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงชันสูตร... กำลังลุกขึ้นนั่งช้าๆ หันหน้าตรงมามองกล้องวงจรปิดด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... มีเงาร่างปริศนาอีกหนึ่งร่างยืนอยู่ข้างเตียงนั้น พร้อมกับยกนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณ "จุ๊ๆ" ให้กล้อง
คณินหันขวับมามองหน้าน่านฟ้าทันที แววตาของอัยการหนุ่มเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในเสี้ยววินาที
"ดูเหมือนว่า... หลักฐานชิ้นสำคัญที่เรากำลังตามหา ไม่ได้นอนรอเราอยู่ในห้องเก็บศพอย่างที่คิดหรอกครับ, คุณหมอ" คณินกระซิบเสียงลอดไรฟัน ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก และกำลังมุ่งตรงมาที่ห้องนี้!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
- ดร.นิติเวช -
คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 22
ความเจ็บปวดที่เยียวยากัน
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!