เสียงกลอนประตูเหล็กกล้าที่ปิดล็อกลงอย่างหนักหน่วงดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องแล็บนิติเวช มันไม่ใช่เสียงของการปิดประตูเพื่อรักษาความปลอดภัย แต่มันคือเสียงของกรงขังที่ขยับเข้ามาบีบพื้นที่หายใจของผมให้เหลือน้อยลงทุกที
ดร.น่านฟ้า วางมีดผ่าตัดในมือลงบนถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานผิดปกติในความเงียบที่กดดัน ผมยืนอยู่ท่ามกลางความเย็นยะเยือกของระบบปรับอากาศที่ควบคุมอุณหภูมิห้องเก็บศพ ไฟนีออนสีขาวนวลเหนือศีรษะเริ่มกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของคนตาย
"คุณทำอะไรลงไป คณิน"
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า แม้จะรู้ดีว่าอัยการหนุ่มผู้ปราดเปรื่องคนนั้นไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้า แต่กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่ตกค้างอยู่ในอากาศราวกับจะย้ำเตือนว่า เขาเพิ่งก้าวออกไปเมื่อครู่นี้เอง
บนโต๊ะผ่าศพ ร่างไร้วิญญาณที่ผมกำลังตรวจสอบหลักฐานเมื่อห้านาทีก่อนว่างเปล่า หลักฐานชิ้นสำคัญ—ชิ้นส่วนกระสุนปืนที่มีร่องเกลียวผิดปกติจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎี—หายไปแล้ว มันไม่ได้หายไปโดยอุบัติเหตุ แต่มันถูก 'ขโมย' ไปโดยคนที่รู้จุดอ่อนในระบบรักษาความปลอดภัยของสถาบันนี้ดีที่สุด
ผมเดินไปที่ประตูกระจกนิรภัย พยายามใช้คีย์การ์ดสแกนอีกครั้ง ไฟสีแดงฉานสว่างวาบแทนที่สีเขียวปกติ ระบบสื่อสารภายในถูกตัดขาด ผมไม่สามารถติดต่อใครได้เลย นี่คือห้องแล็บที่ออกแบบมาเพื่อกักเก็บความลับของผู้ตาย แต่ตอนนี้ มันกำลังกักเก็บความตายที่ยังมีลมหายใจของผมเอาไว้
"แผนการที่แยบยลเหลือเกินนะอัยการ" ผมแค่นหัวเราะกับตัวเอง มือข้างหนึ่งกำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเย็นจากผนังห้องแล็บเริ่มแทรกซึมผ่านเสื้อกาวน์เข้าไปถึงกระดูก
หากนี่คือกับดัก คณินไม่ได้ต้องการฆ่าผมในตอนนี้ เขาต้องการบีบให้ผมจนมุม เพื่อให้ผมเห็น 'ความจริง' ในรูปแบบที่เขาต้องการให้เห็นเท่านั้น
ผมหันกลับมาที่ร่างบนเตียงอีกครั้ง ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ผมไม่ใช่นักนิติเวชที่กำลังทำตามขั้นตอนอีกต่อไป แต่เป็นนักล่าที่กำลังค้นหาเศษเสี้ยวของร่องรอยที่คนร้ายหลงลืมเอาไว้ สายตาของผมกวาดผ่านถุงมือยางที่เปื้อนเลือดจางๆ ของคนร้ายที่ถูกทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ขยะอันตราย
ถุงมือข้างซ้าย... มีรอยฉีกขาดเล็กน้อยที่ปลายนิ้วชี้
หัวใจผมกระตุกวูบ ความทรงจำย้อนกลับไปถึงวันที่เราพบกันครั้งแรกในห้องพิจารณาคดี คณินมักจะใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะเป็นจังหวะเมื่อเขาต้อนจำเลยจนมุม และนิ้วนั้น... มักจะมีพลาสเตอร์ปิดแผลอยู่เสมอ
ผมก้มลงสำรวจพื้นห้องแล็บอีกครั้งอย่างละเอียด แสงไฟกะพริบดับลงชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาสว่างโร่อีกครั้ง และในเสี้ยววินาทีนั้น ผมเห็นบางอย่างสะท้อนแสงอยู่ใต้รถเข็นอุปกรณ์ผ่าศพ มันไม่ใช่กระสุน แต่มันคือป้ายชื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ควรจะออกเวรไปแล้วตั้งแต่วันก่อน
ผมหยิบมันขึ้นมา ป้ายชื่อนั้นไม่ได้ถูกวางทิ้งไว้ แต่มันถูกเสียบไว้ในซอกเหล็กอย่างตั้งใจ เหมือนกับเป็นคำเชื้อเชิญให้ผมเดินตามไปในห้องเก็บศพเย็นจัด (Cold Storage) ที่อยู่ถัดไป
ผมรู้ดีว่านั่นคือกับดักที่อันตรายที่สุด แต่ในฐานะนักนิติเวชที่เติบโตมากับความยุติธรรมที่บิดเบี้ยว ผมไม่มีทางเลือกอื่น ความลับของคดีนี้ไม่ได้อยู่ในรายงานการชันสูตร แต่มันอยู่ในความมืดที่คณินจงใจผลักผมเข้าไป
ผมก้าวผ่านประตูเชื่อมไปยังห้องเก็บศพ กลิ่นฟอร์มาลีนที่เข้มข้นจนแสบจมูกต้อนรับผม ความเงียบที่นี่รุนแรงกว่าห้องแล็บหลายเท่า ผมเดินผ่านล็อกเกอร์เก็บศพทีละแถว ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องจากเงามืดด้านหลังเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
แล้วผมก็หยุดกึก... ที่สุดปลายทางเดินนั้น ผมเห็นบางอย่างวางอยู่บนรถเข็นร่างผู้เสียชีวิต
มันไม่ใช่หลักฐาน... แต่มันคือแฟ้มประวัติคดีฆาตกรรมครอบครัวของผมเอง! แฟ้มที่ควรจะถูกทำลายไปนานแล้วตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
"ดร.น่านฟ้า... คุณกำลังตามหาความจริง หรือคุณกำลังวิ่งหนีอดีตกันแน่?"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังมาจากด้านหลังในความมืดสนิท ผมไม่ได้หันกลับไป แต่ผมรู้ดีว่านั่นคือคณิน เขาไม่ได้ถูกขังอยู่ข้างนอก เขาอยู่ในห้องนี้กับผมตลอดเวลา
เขาก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวๆ ตกกระทบบนใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่อาจนิยามได้ ในมือของเขาไม่ได้ถือปืน แต่ถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมตามหามาตลอด—กระสุนนัดนั้น และรอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้ตัวว่า คืนนี้เราทั้งคู่จะไม่มีวันกลับออกไปเป็นคนเดิมอีกแล้ว
"คดีนี้ไม่มีคำว่าถูกหรือผิดหรอกครับน่านฟ้า... มีเพียงแค่คนที่เหลือรอด กับคนที่กลายเป็นศพในห้องผ่าศพของตัวเอง"
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจ และก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว เขาก็โน้มตัวลงกระซิบข้างหูผมด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
"รู้ไหมครับ... คนที่ฆ่าครอบครัวคุณในวันนั้น ตอนนี้กำลังยืนถือมีดผ่าตัดอยู่ในมือคุณนั่นแหละ"
แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับเข้าสู่ความมืด ทิ้งไว้เพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้น... ติ๋ง... ติ๋ง... ติ๋ง... ซึ่งดังก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบที่ผมไม่อาจหลีกหนี
หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมว่าความจริงนั้นเปราะบางเพียงใด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ดร.นิติเวช
คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 8
กับดักในห้องผ่าศพ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!