กลิ่นฟอร์มาลินเจือจางในห้องชันสูตรยามวิกาลไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดเชื้อเหมือนเช่นเคย สำหรับผมแล้ว มันคือกลิ่นอายของความลับที่กำลังเน่าเปื่อย และในค่ำคืนนี้ ความลับเหล่านั้นดูจะมีน้ำหนักมากกว่าทุกครั้ง เมื่อร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังโต๊ะสแตนเลส โดยไม่มีการเคาะประตูขออนุญาต
คณินไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบกริบเหมือนยามที่เขาต้องยืนแถลงต่อหน้าบัลลังก์ศาล อัยการหนุ่มในยามนี้ปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตสีเข้มเม็ดบนออก เผยให้เห็นลำคอแกร่งและร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคมกริบ เขากวาดสายตามองคราบจางๆ บนถาดเครื่องมือแพทย์ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาผม นิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่างในใจ
"คุณหมอน่านฟ้ากำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากสำนวนคดี หรือแค่กำลังปกป้องความโง่เขลาของตัวเองกันแน่ครับ"
น้ำเสียงของคณินเรียบสนิท แต่ทว่าบาดลึก มันไม่ใช่คำถามเชิงหาเรื่อง หากแต่เป็นการเปิดฉากเจรจาด้วยการใช้มีดผ่าตัดกรีดลงตรงกลางแผลสด
ผมวางมีดสแตนเลสลงบนถาด เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* กังวานท่ามกลางความเงียบงัน ผมถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น ช้าๆ เพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เผลอเร่งเร้าไปตามแรงกดดันจากผู้ชายตรงหน้า
"ห้องชันสูตรไม่ใช่ศาลอาญา คุณคณิน และผมไม่ใช่จำเลยที่คุณจะมาใช้สำนวนโวหารกดดันเพื่อหาคะแนนเสียงจากคณะลูกขุน" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไม่แพ้กัน ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องมองอัยการหนุ่มราวกับกำลังประเมินระยะห่างของรอยแผลฉีกขาดบนผิวหนัง "ถ้าคุณมาเพื่อจะบอกผมแค่นี้ เชิญออกไปทางเดิมครับ ผมยังมีรายงานที่ต้องสะสาง"
คณินไม่ขยับเขยื้อน เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก มันคือกลิ่นอายของอำนาจและการควบคุม—สิ่งที่คณินมีล้นเหลือ และเป็นสิ่งที่ผมมักจะพยายามหลีกหนี
"ตัวจริง... ไม่ใช่คนที่พวกเรากำลังไล่ล่าอยู่ในสำนวนคดีนี้หรอกครับ"
ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้มือที่กำลังจะหยิบแฟ้มประวัติผู้ตายของผมชะงักค้างกลางอากาศ ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง คราวนี้ความเย็นชาในแววตาของผมถูกแทนที่ด้วยความสงสัยที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้กรอบเหตุผล
"คุณหมายความว่ายังไง" ผมถามเสียงต่ำ
"หมายความว่า ตำรวจกำลังวิ่งตามเงาที่ผู้มีอำนาจสร้างขึ้น อัยการอย่างผมก็กำลังเซ็นสำนวนตามเกมที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า... และคุณหมอนิติเวชผู้เที่ยงตรง ก็กำลังตรวจศพที่ถูกจัดฉากอย่างประณีต เพื่อให้ทุกอย่างมันลงล็อกพอดีเป๊ะ" คณินยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของคนที่จนตรอกแต่เลือกที่จะกัดฟันสู้ "พวกมันไม่ได้ต้องการความยุติธรรมครับคุณน่านฟ้า พวกมันต้องการแค่แพะรับบาปที่สมบูรณ์แบบ"
ห้องชันสูตรตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่คอยรักษากลุ่มอุณหภูมิความเย็นให้คงที่ ผมมองลึกลงไปในดวงตาของอัยการหนุ่ม ค้นหาพิรุธ ค้นหาการโกหก หรือแม้แต่ความทะเยอทะยานที่บิดเบี้ยว แต่สิ่งที่ผมเห็นสะท้อนกลับมาในความมืดมิดของนัยน์ตาคู่นั้น มีเพียงความเดือดดาลที่ถูกกักขังไว้ภายใต้หน้ากากของนักกฎหมายผู้เยือกเย็น
"แล้วทำไมคุณถึงมาบอกผม" ผมตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์ "ในฐานะอัยการ คุณมีอำนาจในมือมากกว่าผม ทำไมไม่จัดการตามกระบวนการ"
"เพราะกระบวนการยุติธรรมมันเน่าเฟะไปถึงรากเหง้าแล้วยังไงล่ะครับ" คณินโน้มตัวลงมาเหนือโต๊ะชันสูตร มือทั้งสองข้างทาบลงบนขอบสแตนเลสเย็นเฉียบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและกดดันขึ้น "ถ้าผมขยับตัวโดยไม่มีหลักฐานที่เด็ดขาดพอ ผมจะหายไปจากสารระบบก่อนที่จะได้แตะชายเสื้อของพวกมัน... แต่คุณ... คุณหมอน่านฟ้า ผู้ชายที่ไม่มีอะไรจะเสียตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไปเมื่อห้าปีก่อน คุณคือคนเดียวที่เข้าถึง 'ความจริง' ในระดับโมเลกุลโดยที่ไม่มีใครกล้าสงสัย"
คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าในใจผมอย่างแม่นยำ ผมขยับกรามแน่นจนสันนูนขึ้น สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้ผมผลักไสเขาออกไป แต่สมองส่วนเหตุผลกลับกำลังประมวลผลข้อเสนอของเขาอย่างรวดเร็ว
"คุณกำลังชวนผมเต้นรำบนปากเหว" ผมเอ่ยเสียงลอดไรฟัน
"ผมกำลังชวนคุณลากคอมันออกมาจากเงาครับ" คณินยื่นมือขวาออกมาข้างหน้า ฝ่ามือแบออกนิ่งสนิท ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีขาวโพลนของห้องชันสูตร "ร่วมมือกับผม คุณหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีใครลบได้ ผมใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายกระชากหน้ากากมันออก เราต่างคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน... หาตัวจริงให้พบ ก่อนที่พวกมันจะเก็บเราทั้งคู่"
ผมมองมือคู่นั้น นิ่งนาน ความคิดนับร้อยวิ่งพล่านอยู่ในหัว ข้อเสนอนี้อันตรายเกินไป มันคือการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างผู้รักษากฎหมายกับผู้ทำลายกฎหมาย มันคือความสัมพันธ์สีเทาที่จะดึงผมดำดิ่งลงไปในวังวนที่อาจไม่มีวันได้กลับขึ้นมา
ผมยกมือขึ้น ยื่นไปสัมผัสกับฝ่ามือของเขา ชั่วขณะที่ผิวเนื้อสัมผัสกัน ความเย็นเยียบของถุงมือที่ถูกถอดออกถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกาย มันคือการทำสัญญาปีศาจ... แต่เป็นปีศาจที่เราสองคนต่างรู้ดีว่าจำเป็นต้องมี
"ตกลงครับ" ผมเอ่ยรับคำ "แต่ถ้าคุณตลบหลังผม ผมจะเป็นคนผ่าศพคุณด้วยมือของผมเอง"
คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งแต่น่าหลงใหลอย่างประหลาด เขากระชับมือที่จับกับผมแน่นขึ้นนิดหนึ่งก่อนจะปล่อยออก "ดีมากครับคุณหมอ งั้นเรามาเริ่มจาก..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดภายในห้อง ประตูห้องชันสูตรค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่เวรเปลที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด หอบหายใจราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมาจากที่ไกล
"ด...ดร.น่านฟ้าครับ!" เสียงของเจ้าหน้าที่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เกิดเรื่องแล้วครับ... ศพในห้องเย็นหมายเลข 4... ศพของคดีฆาตกรรมนักการเมืองเมื่อคืนนี้... มันหายไปครับ!"
ผมกับคณินหันขวับไปมองหน้ากันทันที ประกายตาคมกริบของอัยการหนุ่มวับโรจน์ขึ้นในความมืด ขณะที่สัญชาตญาณดิบในตัวผมกรีดร้องเตือนภัย
เราไม่ได้เป็นฝ่ายคุมเกมอีกต่อไปแล้ว... และใครบางคนกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้เร็วกว่าที่เราคาดคิด
หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมว่าความจริงนั้นเปราะบางเพียงใด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดร.นิติเวช
คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 9
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!