คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 10

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟีนอลผสมกับกลิ่นโลหะเย็นเฉียบของโต๊ะชันสูตรสเตนเลสสตีล คือออกซิเจนเดียวที่ ดร.น่านฟ้า รู้สึกว่าคุ้มค่าพอจะสูดเข้าปอดในยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากเพดานห้องผ่าศพสาดกระทบลงบนร่างไร้วิญญาณของเหยื่อรายล่าสุด รอยแผลฉีกขาดบนผิวหนังถูกเย็บปิดไว้อย่างลวกๆ ด้วยด้ายไนลอนสีดำ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของแพทย์นิติเวชหนุ่มกลับไม่ใช่ร่องรอยภายนอก หากแต่เป็นชิ้นเนื้อเยื่อขนาดเท่าหัวแม่มือที่ถูกดองไว้ในขวดแก้วโหลชาไทยสีอำพันบนถาดเครื่องมือ "คุณกำลังใช้มันเป็นเครื่องต่อรอง มากกว่าจะเป็นหลักฐานนะครับ อัยการคณิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน น่านฟ้าไม่ได้หันไปมองผู้มาเยือน เขายังคงสวมถุงมือยางสีขาว ปลายปฏักในมือเขี่ยชิ้นเนื้อเยื่อภายใต้กล้องจุลทรรศน์สเตอริโออย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะเพ่งมองโครงสร้างระดับเซลล์ที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีชาคูลรีดเรียบก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังแสงไฟ คณินซุกมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋าเสื้อกางเกง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาคู่คมพินิจพิเคราะห์แผ่นหลังของแพทย์นิติเวชราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของมีคม "ความจริงก็เหมือนวัตถุพยานนั่นแหละครับ ดร.น่านฟ้า มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะส่องมันด้วยเลนส์มุมไหน ถ้าคุณใช้เลนส์ของกฎหมาย คุณจะเห็นแค่ถูกกับผิด แต่ถ้าคุณใช้เลนส์แบบผม... คุณจะเห็นอำนาจที่ซ่อนอยู่หลังรอยกรีดนั้น" คณินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะชันสูตรอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออก น่านฟ้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบราวกับใบมีดผ่าตัดหันขวับมาสบตากับอีกฝ่าย ความเย็นชาในแว่นตานั้นไม่ได้ลดทอนลงเลยแม้แต่น้อย เขายืดตัวตรง ถอดถุงมือยางทีละข้างด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "คุณอัยการคงลืมไปแล้วกระมังครับว่า ห้องนี้คืออาณาเขตของวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศาลเตี้ยที่คุณจะบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสนองวาระซ่อนเร้นของตัวเอง ศพบนโต๊ะนี้บอกเล่าเรื่องราวที่แท้จริงเสมอ และมันไม่มีวันโกหกเหมือนมนุษย์" "แต่ศพพูดไม่ได้นะครับ ดร.น่านฟ้า" คณินก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะชันสูตร โน้มตัวลงเล็กน้อยจนใบหน้าคมสันอยู่ห่างจากน่านฟ้าเพียงคืบ แววตาท้าทายแฝงความเยาะหยันลึกซึ้ง "และต่อให้มันตะโกนความจริงออกมาดังแค่ไหน ถ้าไม่มีคนอย่างผมคอยถือไมโครโฟนขยายเสียงให้ ความจริงของคุณก็เป็นได้แค่ขยะเปียกๆ ในห้องใต้ดินแห่งนี้เท่านั้น" บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันราวกับเสือสองตัวที่ต้องมาอยู่ในถ้ำเดียวกัน อุดมการณ์ที่ต่างขั้ว—ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในความถูกต้องตามหลักวิชาการอย่างไร้หัวใจ แต่อีกฝ่ายกลับยอมเหยียบย่ำทุกสิ่งแม้แต่คุณธรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ—กลับดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงโน้มถ่วงมืดมนที่ยากจะปฏิเสธ น่านฟ้าไม่ถอยหลังหนี เขากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น พยายามค้นหาเศษเสี้ยวของมนุษยธรรมที่อาจหลงเหลืออยู่ใต้รอยยิ้มเยือกเย็น "ถ้าอย่างนั้น เรามาลองเดิมพันกันดูไหมล่ะครับ" น่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ในเมื่อเราจำต้องขึ้นเรือลำเดียวกันเพื่อตามหาฆาตกรตัวจริง... คุณช่วยเก็บความเย่อหยิ่งแล้วมาพิสูจน์ศพนี้ด้วยตรรกะ ไม่ใช่อคติของคุณ" คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่าฟัง แต่มันกลับส่งเสียงก้องกังวานน่าขนลุกในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ เขาเอื้อมมือไปหยิบแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์บนถาดขึ้นมาส่องดูกับแสงไฟนีออน นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดรอยแตกที่กะโหลกศีรษะ "ตกลงครับ ดร.น่านฟ้า... เรามาดูกันว่า วิทยาศาสตร์ที่ไร้หัวใจของคุณ กับเกมการเมืองที่ไร้ความปรานีของผม อย่างไหนจะกระชากหน้ากากฆาตกรออกมาได้เร็วกว่ากัน" คณินหันมามองน่านฟ้าอย่างมีความหมาย ก่อนจะวางแผ่นฟิล์มลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบสเตนเลสดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับทิ้งแรงสั่นสะเทือนไว้ในความรู้สึก ทั้งคู่เริ่มลงมือทำงานร่วมกันอย่างไม่เต็มใจนัก น่านฟ้าทำการผ่าเปิดช่องอกของเหยื่อเพื่อเก็บตัวอย่างสารพิษ ขณะที่คณินยืนกอดอกคอยพลิกดูแฟ้มประวัติคดีเก่าที่ถูกซุกซ่อนไว้ในระบบลับของสำนักงานอัยการ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของทั้งคู่ นอกจากเสียงโลหะกระทบกัน เสียงเครื่องดูดของเหลว และเสียงกรีดเฉือนเนื้อเยื่อที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับนาฬิกานับถอยหลัง เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งปลายนิ้วของน่านฟ้าไปสัมผัสเข้ากับบางสิ่งแข็งๆ ที่ฝังอยู่ลึกใต้ลิ้นหัวใจของเหยื่อ นิ้วมือที่สวมถุงมือยางชะงักกึก เขากลั้นหายใจ ใช้คีมปลายแหลมคีบวัตถุชิ้นนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวังภายใต้แสงไฟสว่างจ้า วัตถุชิ้นนั้นคือชิ้นส่วนโลหะขนาดจิ๋ว สลักลวดลายตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางเก่าแก่—ตระกูลเดียวกับอัยการคณินที่กำลังยืนมองอยู่ข้างๆ ดวงตาของน่านฟ้าหรี่ลงเล็กน้อย เขาหันไปมองหน้าคณินที่ตอนนี้รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปจนหมดสิ้น สีหน้าของอัยการหนุ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแข็งกร้าวขึ้นมาทันที ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินมืดนอกห้องชันสูตร เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูบานเลกระจก พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงเพลิงที่กะพริบวาบขึ้นอัตโนมัติเมื่อระบบรักษาความปลอดภัยตรวจพบการเข้าถึงไฟล์ข้อมูลระดับลับสุดยอดจากคอมพิวเตอร์แม่ข่ายภายในห้องนี้ คณินหันขวับไปมองที่หน้าต่างกระจกฝ้าทันที เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังทาบทับอยู่หลังบานประตู พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งที่ดังแทรกเสียงหัวใจเต้น... หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมว่าความจริงนั้นเปราะบางเพียงใด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%