คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้•ตอนที่ 6

ความลับในแฟ้มลับ

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นไอน้ำมันเครื่องและคราบฟอร์มาลินจางๆ ในห้องชันสูตรศพเมื่อครู่ ดูเหมือนจะจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศระดับอุตสาหกรรมในอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด น่านฟ้ากวาดสายตาผ่านความมืดสลัวของห้องทำงานส่วนตัวที่ควรจะปิดล็อกสนิท แสงไฟสีส้มจากป้ายนีออนริมถนนด้านนอกที่สาดส่องผ่านมู่ลี่แนวตั้ง ทาบทับลงบนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดีของคณินให้กลายเป็นลวดลายกรงขังขนาดย่อม เสียงฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราภูตผี ปลายนิ้วภายใต้ถุงมือหนังสีดำสัมผัสลงบนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทีละแฟ้มอย่างระมัดระวัง หัวใจของแพทย์นิติเวชผู้คุ้นเคยกับการชำแหละซากศพมนุษย์เต้นเป็นจังหวะเรียบสนิท ทว่าในยามนี้ มันกลับเต้นแรงขึ้นด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เรื่องทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเพราะความรู้สึก ‘ถูกต้อน’ ที่เขารับรู้ได้จากเกมจิตวิทยาที่คณินกำลังเล่นอยู่ ชายหนุ่มถอนหายใจยาวผ่านหน้ากากอนามัยที่เลื่อนลงมาคล้องคอ ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักเมื่อสะดุดเข้ากับลิ้นชักชั้นล่างสุดของตู้เก็บเอกสารด้านหลังโต๊ะทำงาน มันไม่ได้ล็อก... ในโลกของการสืบสวน ความสะดุดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ มักไม่ใช่ความสะดุดทางกายภาพ หากแต่เป็น ‘ประตูต้อนรับ’ ที่จงใจเปิดไว้ให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับ น่านฟ้าดึงลิ้นชักออกช้าๆ เสียงไม้เสียดสีกับรางเลื่อนดังเอี๊ยดอ๊าดในความเงียบงัด ด้านในสุดมีเพียงกล่องไม้สักแกะสลักลวดลายเรียบง่ายวางอยู่กล่องเดียว เขาเปิดฝากล่องออก สิ่งแรกที่ปะทะสายตาไม่ใช่เอกสารลับทางราชการหรือสำนวนคดีฆาตกรรมที่คณินกำลังรับผิดชอบ แต่มันคือรูปถ่ายโพลารอยด์เก่าคร่ำคร่าใบหนึ่ง ขอบกระดาษเริ่มเหลืองตามกาลเวลา แต่ภาพเหตุการณ์และบุคคลในนั้นยังคงคมชัดบาดตาบาดใจ ภาพถ่ายของเด็กชายสองคนยืนเคียงข้างกันหน้าป้ายสถานีตำรวจในคืนฝนตก... น่านฟ้าชะงัก ลลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมที่มักจะเยียบเย็นและมองทุกอย่างเป็นเพียงวัตถุพยานในห้องผ่าตัด เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เปลือกตากระตุกไหว สัญชาตญาณความเป็นแพทย์นิติเวชเตือนให้เขารักษาสติ แต่อดีตที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองดินแห่งกาลเวลากลับพุ่งทะยานขึ้นมาจู่โจมราวกับสึนามิ “คุณหมอนี่มีความสามารถพิเศษในการหาของที่ผมซ่อนไว้เสมอเลยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูห้องทำงาน แสงไฟจากภายนอกสะท้อนแววตาพึงพอใจบนกรอบแว่นสายตาของคณิน อัยการหนุ่มยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองผู้บุกรุกยามวิกาลด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ราวกับเสือดาวที่กำลังมองดูเหยื่อเดินเข้าสู่กรงด้วยความสมัครใจ น่านฟ้าไม่ได้สะดุ้งตกใจ เขาค่อยๆ วางรูปถ่ายใบนั้นลงในตำแหน่งเดิมอย่างใจเย็น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของห้อง ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืดที่คั่นกลางด้วยอุดมกลางที่ขัดแย้งและความลับที่ผูกมัดทั้งคู่ไว้ด้วยกัน “คุณไม่ได้ซ่อนมัน คณิน” น่านฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงร่องรอยความสั่นพร่าที่พยายามควบคุมไว้อย่างดี “คุณแค่... วางมันไว้รอให้ผมมาเจอต่างหาก” คณินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเยียบเย็น เขาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าหนังกระทบพื้นปาร์เกต์เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นยาสูบราคาแพงลอยมาแตะจมูกน่านฟ้า “บางครั้ง ความจริงมันก็เหมือนศพในห้องผ่าตัดของคุณนั่นแหละครับ ต่อให้พยายามเย็บแผลปิดตายแค่ไหน วันหนึ่งกลิ่นเน่าเฟะมันก็ต้องโชยออกมาอยู่ดี... โดยเฉพาะความจริงเกี่ยวกับคดีเมื่อสิบห้าปีก่อน” น่านฟ้าขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่แผ่นหลังของเขากลับชนเข้ากับตู้เอกสาร ปิดตายทุกเส้นทางถอย “คุณต้องการอะไรกันแน่ คณิน? ดึงผมลงมาในโคลนตมนี้ เพื่อให้ผมเห็นใจในความแค้นของคุณ หรือต้องการให้ผมเป็นคนถือมีดเล่มเดียวกับคุณกันแน่?” คณินหยุดยืนห่างจากน่านฟ้าเพียงแค่เอื้อมมือถึง เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วแตะลงบนขอบโต๊ะทำงานใกล้กับกล่องไม้ใบนั้น สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของแพทย์หนุ่ม “ผมไม่ได้ต้องการให้คุณถือมีดหรอกครับ หมอน่านฟ้า... ผมแค่ต้องการให้คุณเป็นพยาน ในวันที่ผมผ่าตัดกระชากหน้ากากของคนที่ลอยนวลอยู่เหนือความยุติธรรม ก็เท่านั้นเอง” บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยใบมีดผ่าตัด ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางเงาสลัว ทว่า ก่อนที่น่านฟ้าจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเพื่อโต้แย้ง เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสลับขาวกะพริบวาบขึ้นทั่วทั้งชั้นทำงาน พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาทางบันไดหนีไฟอย่างเร่งรีบ คณินขมวดคิ้วมุ่น รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา เขาก้มลงมองหน้าจอมือถือที่สั่นระรัวบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับน่านฟ้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความตื่นตัวระดับสูงสุด “ดูเหมือนว่าจะมีคนต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญมาเพิ่มสินะครับ...” คณินกระซิบเสียงต่ำพลึงพราย ขณะที่เงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้าของประตูห้องทำงาน พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ และไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนิติเวชครับ... หลักฐานชิ้นนี้มีแต่เราที่รู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%