เสียงถอนหายใจยาวนานของลลิตา ดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์รถกระบะเก่าๆ ที่สั่นสะท้านไปทั้งคัน รอยร้าวเป็นทางยาวบนกระจกหน้ารถทำหน้าที่เหมือนกรอบรูปบิดเบี้ยว ที่คอยกรอบกั้นโลกภายนอกอันโหดร้ายเอาไว้ ในมือบางของเธอถือเอกสารใบแจ้งหนี้ค่าเช่าห้องพักที่ค้างชำระมาสองเดือนเต็ม ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววสดใสในอดีต บัดนี้เจือไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการกัดฟันสู้ชีวิตเคียงบ่าเคียงไหล่กับชายหนุ่มผู้เป็นที่รักมานานหลายปี
"พี่กร... เราจะไหวจริงๆ หรือคะ"
คำถามนั้นไม่ใช่เสียงตัดพ้อ แต่มันคือความกังวลจากก้นบึ้งของหัวใจที่ผ่านมรสุมความยากจนมาด้วยกัน รณกรหันไปมองภรรยาคู่ชีวิต รอยยิ้มอบอุ่นและมั่นคงปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา มือหนากุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านผิวสัมผัส
"เชื่อใจผมนะครับ ลิลลี่ ความลำบากของเรามันจบลงตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจเดินเคียงข้างผมแล้ว"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรณกรดังขึ้น พร้อมกับข้อความจากระบบซูเปอร์เศรษฐีที่สั่นสะเทือนเร้าใจ
[ ตรวจพบเป้าหมาย: การย้ายถิ่นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ]
[ ระบบได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ "คฤหาสน์นคราภิรมย์" มูลค่า 1,200 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว ]
[ ยานพาหนะระดับ VVIP พร้อมทีมงานเคลื่อนย้ายส่วนตัว รอรับท่าน ณ จุดหมายปลายทางในอีก 10 นาที ]
รณกรเพียงแค่กวาดยอดอ่านด้วยหางตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นชั่วแวบก่อนจะเลือนหายไป เขากุมพวงมาลัยรถกระบะคันเก่าแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไป เบื้องหน้าคือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่พวกไฮโซจอมปลอมและศัตรูคู่อาฆาตไม่มีวันคาดคิด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถกระบะคันโทรมเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าประตูเหล็กดัดอลังการที่สูงตระหง่านราวกับป้อมปราการของราชสำนัก ลลิตาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ภาพตรงหน้าไม่ใช่ตึกแถวอับชื้นหรือห้องเช่ารูหนูอีกต่อไป แต่มันคือคฤหาสน์สไตล์ยุโรปผสมผสานความโมเดิร์นสีขาวมุกขนาดมหึมา เนื้อที่กว่าสไร่ รายล้อมด้วยสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัว น้ำพุหินอ่อนแกะสลัก และสระว่ายน้ำไร้ขอบที่สะท้อนประกายระยิบระยับใต้แสงอาทิตย์ยามบ่าย
"พ... พี่กร นี่มันอะไรกันคะ? เรามาผิดที่หรือเปล่า" ลลิตาเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจ
ประตูรั้วอัตโนมัติเปิดอ้าต้อนรับอย่างนุ่มนวล ทันใดนั้น รถหรูโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce Phantom) สีดำสนิทจำนวนสามคันก็แล่นเข้ามาจอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ เหล่าชายชุดสูทสากลนับสิบชีวิตเดินลงมาโค้งคำนับรณกรด้วยความเคารพสูงสุด หัวหน้าพ่อบ้านวัยกลางคนก้าวเข้ามาพร้อมถือกล่องกำมะหยี่สีแดงสด เปิดออกเผยให้เห็นกุญแจคฤหาสน์ที่ทำจากทองคำแท้ประดับเพชร
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ ท่านประธานรณกร และคุณลลิตา ทีมงานทุกคนพร้อมดูแลความสะดวกสบายของท่านทั้งสองแล้วครับ" หัวหน้าพ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงน้อมนอบ
รณกรก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาอินทรีย์ที่กางปีกครอบครองน่านฟ้า เขาโอบไหล่บางของลลิตาให้เดินก้าวผ่านประตูรั้วทองคำเข้าไปด้วยกัน สัมผัสแรกที่เท้าเหยียบลงบนพื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี คือความหรูหราที่ไร้ที่ติ ภายในคฤหาสน์อดทนตกแต่งด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลสวารอฟสกี้ เฟอร์นิเจอร์หนังแท้สั่งทำพิเศษจากยุโรป และห้องนอนใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงแบบพาโนรามา 360 องศา
ลลิตายืนนิ่งอึ้งอยู่กลางห้องรับแขกขนาดมหึมา เธอมองดูความอลังการรอบกายสลับกับใบหน้าของสามี หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื้นตันจนพูดไม่ออก ความกดดันและความยากลำบากที่เคยแบกรับมาหลายปีเสมือนถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา
"ชอบไหมครับ บ้านหลังใหม่ของเรา" รณกรกระซิบข้างหูเธอ เสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง
"ลิลลี่... ฝันไปหรือเปล่าคะเนี่ย..." เธอกล่าวเสียงเครือ ซบหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสุขไหลรินออกมาอย่างไม่อาย
รณกรกอดเธอไว้แน่น สายตาสีคมกริบมองทอดออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ความร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีที่เขามี จะถูกนำมาใช้เพื่อเหยียบย่ำพวกที่เคยดูถูกเหยียบหยามเขาและภรรยาให้จมดินอย่างสาสม
ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนสุขภายในคฤหาสน์หรูหรา เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของลลิตาก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อของ "พิมพิศา" แฟนเก่าผู้เคยเหยียดหยามรณกรว่าจนตรอกและไร้ค่า โทรเข้ามาขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งและร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
ลลิตากลืนน้ำลายลงคอด้วยความลังเล เธอมองหน้าสามีเพื่อขอคำตอบ รณกรพยักหน้ารับเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นและอันตรายยิ่งกว่าปีศาจ เขายื่นมือไปกดปุ่มรับสายและเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที
"ยัยลิลลี่! แกรับสายช้าจังนะ! รู้ไหมว่าฉันอารมณ์เสียอะไรอยู่?" เสียงแหลมสูงของพิมพิศาดังทะลุออกมาจากลำโพง "แกช่วยบอกสามีไส้แห้งของแกที ว่าอย่ามาทำตัวเกะกะแถวย่านไฮโซนี้เลย เจ้าสัวทรงกลดกำลังจะพาฉันไปดูเพชรเม็ดใหม่ แต่ดันเจอรถกระบะซากพืชซากสัตว์ของผัวแกมาขวางทางเข้าคฤหาสน์แถวนี้พอดี น่ารำคาญสิ้นดี!"
รณกรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงด้วยความขบขัน เขาก้าวเข้าไปใกล้โทรศัพท์แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเปี่ยมด้วยอำนาจที่ทำให้ปลายสายถึงกับชะงัก
"ขอโทษทีนะครับพิมพิศา... พอดีว่ารถกระบะคันนั้นน่ะ จอดอยู่ในอาณาเขตบ้านของผมเอง และบังเอิญว่า... คฤหาสน์หลังที่คุณกับเจ้าสัวกำลังยืนเห่าหอนหน้าประตูอยู่นี้ คือบ้านใหม่มูลค่าพันล้านของผมกับลิลลี่เองครับ"
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น ทว่าในวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและเสียงทุ้มต่ำของเจ้าสัวทรงกลดที่อุทานด้วยความตื่นตระหนกก็ดังแทรกเข้ามาผ่านสายโทรศัพท์ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์ของพวกเขา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตารวยไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 5
บ้านหลังใหม่ใจกลางเมือง
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!