เสียงปรบมือเกรียวกราวภายในห้องจัดเลี้ยงระดับลักชัวรีของโรงแรมแกรนด์ริเวอร์ไซด์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงที่สาดส่องกระทบกับเครื่องเพชรราคาแพงระยับบนเรือนร่างของเหล่าเซเลบริตี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของรณกรแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวของเขาขยับจัดเนกไทสีดำสนิทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ขณะที่มืออีกข้างกุมมือเรียวนุ่มของลลิตาเอาไว้หลวมๆ ภรรยาคู่ชีวิตของเขาสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มเรียบหรู ซึ่งเป็นชุดที่เขาเพิ่งสั่งตัดพิเศษจากห้องเสื้อชั้นนำด้วยวงเงินจากระบบซูเปอร์เศรษฐีเมื่อวานนี้เอง
"คุณกรคะ... เครื่องเพชรในงานนี้ราคาเริ่มต้นตั้งหลายสิบล้านแน่ะครับ ลลิว่า... เรากลับกันดีไหมครับ" ลลิตากระซิบเบาๆ ด้วยความกังวล ดวงตากลมโตฉายแววไม่มั่นใจเล็กน้อยเมื่อมองไปรอบห้องที่มีแต่สายตาของคนระดับท็อปของประเทศ
รณกรหันไปส่งยิ้มอบอุ่นให้ภรรยา มือหนาลูบหลังมือเธอเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นคง "ไม่ต้องกลัวหรอกครับลิลลี่ วันนี้ผมพาคุณมาเพื่อเปิดหูเปิดตา และที่สำคัญ... มาทวงคืนเกียรติยศที่เราสมควรได้รับต่างหากครับ"
คำพูดนั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ในอดีต... ตอนที่เขายังเป็นแค่ฮันเตอร์ระดับต่ำที่ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำเพื่อส่งเสียภรรยา คนกลุ่มนี้เคยเหยียบย่ำและหัวเราะเยาะพวกเขาอย่างไร้ความปรานี โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น... คนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจของเขาอย่างไร้ค่า
"โอ๊ะ ตายจริง! นั่นมันนายรณกรกับยัยผู้หญิงจนตรอกไม่ใช่เหรอคะเนี่ย?"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแทรกบรรยากาศหรูหราขึ้นมา พิมพิศาเดินควงแขนมากับชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยที่สวมสูทแบรนด์เนมล้นตัว ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีเชิดขึ้นสูงด้วยความหยหยิ่ง แววตาที่มองรณกรและลลิตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
รณกรหันกลับไปช้าๆ มุมปากกระตุกยิ้มเยาะที่แทบมองไม่เห็น
"อ้าว คุณพิมพิศา ไม่เจอกันนานนะครับ" รณกรกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"หึ! ยังมีหน้ามาทักฉันอีกเหรอคะ?" พิมพิศากอดอก หัวเราะเสียงแหลมด้วยความสะใจ "ดูสภาพพวกเธอสิคะ แต่งตัวเหมือนพวกมาจากตลาดนัดแถวชานเมือง แล้วกล้าดียังไงถึงโผล่หัวเข้ามาในงานประมูลระดับไฮโซแบบนี้ได้? อ้อ... หรือว่าแอบย่องเข้ามาขโมยของกินเล่นกันแน่คะ?"
ชายวัยกลางคนที่ยืนข้างพิมพิศาหัวเราะร่วนตาม "ฮ่าๆๆ พิมจ๋า อย่าไปคุยกับพวกสวะแบบนี้เลยเสียเวลาเปล่า เดี๋ยวจะติดความจนจากมันเอา ว่าแต่นายหนุ่ม... นายเป็นเด็กเสิร์ฟของที่นี่หรือเปล่า? ช่วยรินแชมเปญให้ฉันแก้วซิ ฉันให้ทิปไม่อั้นหรอกนะ"
บรรยากาศรอบข้างเริ่มหันมาสนใจความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หลายคนส่งเสียงซุบซิบและมองมาด้วยสายตาสสมน้ำหน้า ลลิตากำมือรณกรแน่นขึ้นด้วยความอึดอัด แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร รณกรกลับยกมือขึ้นแตะไหล่ภรรยาเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาที่บอกว่า 'ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง'
รณกรก้าวเข้าไปใกล้เศรษฐีเก๊คนนั้นทีละก้าว สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองทะลุปรโปร่งไปถึงความกลวงโบ๋ในกระเป๋าของอีกฝ่าย "เศรษฐีใหม่อย่างคุณนี่... ตาถึงดีนะครับ ถึงได้เก็บเศษขยะที่คนอื่นเขาโยนทิ้งมาเป็นสมบัติส่วนตัวแบบนี้"
"แก! ว่าใครเป็นเศษขยะวะไอ้กระจอก!" เศรษฐีเก๊หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว ยกนิ้วชี้หน้ากร "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? บริษัทของฉันกุมตลาดอสังหาฯ ครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง! แกมีปัญญาซื้อแม้แต่ขี้เล็บของฉันหรือไง!"
พิมพิศารีบเสริมทัพทันทีด้วยความมั่นใจ "ใช่ค่ะ! พี่เดชาเขารวยเป็นร้อยล้านพันล้าน ต่างจากนายที่เป็นแค่ฮันเตอร์ตกอับ ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะเถอะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาโยนพวกแกออกไปให้ขายหน้าเล่น!"
รณกรไม่โกรธเลยสักนิด เขายังคงรอยยิ้มเยือกเย็นไว้บนใบหน้า มือควักเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่ไม่มีลวดลายซับซ้อนออกมาหนีบไว้ระหว่างนิ้ว
นั่นคือ "แบล็กการ์ดมหาเศรษฐีไร้ขีดจำกัด" จากระบบซูเปอร์เศรษฐี!
"ร้อยล้านพันล้านอย่างงั้นเหรอครับ?" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับทรงพลังราวดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจผู้ฟัง "น่าเสียดายจัง... พอดีว่ายอดเงินในบัญชีของผมตอนนี้ มันพอจะซื้อบริษัทของคุณตั้งสิบรอบ แล้วเอามาไล่คุณออกเพื่อทำเป็นที่จอดรถได้สบายๆ เลยล่ะครับ"
"ฮ่าๆๆๆ การ์ดพลาสติกปลอมๆ เอามาหลอกเด็ก! แกคิดว่าทำสีดำแล้วจะดูเท่รึไงไอ้จนตรอก!" เศรษฐีเก๊หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ พิมพิศาก็หัวเราะตามอย่างไร้สติ
รณกรไม่โต้เถียง เขาเพียงแค่หันไปส่งสัญญาณมือให้ผู้จัดการประมูลระดับวีไอพีที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลรีบเดินเข้ามา
"คุณครับ..." รณกรยื่นการ์ดดำให้ผู้จัดการ "ช่วยรูดชำระค่าเครื่องเพชร 'Aura of Queen' ชุดที่แพงที่สุดในงานนี้ให้ผมทีครับ... แบบไม่จำกัดวงเงิน"
ผู้จัดการรับการ์ดมาด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อสายตาสัมผัสกับลวดลายและชิปพิเศษบนการ์ด ใบหน้าของผู้จัดการก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความตกใจสุดขีด เขารู้จักการ์ดใบนี้ดี... นี่คือการ์ดลับของบุคคลระดับตำนานที่แม้แต่เจ้าของโรงแรมยังต้องคุกเข่าคำนับ!
ผู้จัดการรีบวิ่งไปที่เครื่องรูดบัตรด้วยความลนลาน ท่ามกลางสายตาฉงนของแขกในงาน และสายตากลัวๆ กล้าๆ ของพิมพิศกับเศรษฐีเก๊
*ติ๊ด! เสียงอนุมัติวงเงินดังสนั่นกังวานไปทั่วห้องโถง พร้อมกับหน้าจอเครื่องที่แสดงยอดเงินมหาศาลผ่านฉลุยอย่างไร้ที่ติ!*
ผู้จัดการประมูลคุกเข่าลงทันที ประสานมือคำนับรณกรด้วยความเคารพสูงสุดจนหน้าผากแทบชิดพื้น "ชำระเงินสำเร็จแล้วครับท่านรณกร! เครื่องเพชรชุด 'Aura of Queen' มูลค่าแปดร้อยล้านบาท... ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของท่านอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วห้อง พิมพิศาและเศรษฐีเก๊หน้าซีดเผือดราวกับศพไร้ วิญญาณ เข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นในทันที
ทว่า... ในวินาทีแห่งชัยชนะนั้นเอง ไฟฟ้าภายในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทิ้งให้หัวใจของทุกคนเต้นระส่ำด้วยความหวาดระแวง และก่อนที่ใครจะได้ตั้งสติ... เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็บินมาจอดสนิทอยู่บนดาดฟ้ากระจกเหนือหัวของพวกเขาพอดี พร้อมกับร่างของบุคคลลึกลับในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่ก้าวลงมาจากบันได พร้อมรอยยิ้มปริศนาที่มองตรงมายังรณกร!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตารวยไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 6
การพบกันโดยบังเอิญที่งานประมูล
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!