เสียงหัวเราะเยาะหยันของพิมพิศายังคงก้องกังวานอยู่ในโถงประมูลอัญมณีล้ำค่าแห่งนี้ ราวกับเสียงของแมลงวันที่น่ารำคาญ รายล้อมด้วยสายตาสมเพชเวทนาจากเหล่าไฮโซและเศรษฐีตระกูลดังที่มารวมตัวกันในค่ำคืนนี้
"อุ๊ยตาย! ลลิตา เธอเอาเงินจากไหนมาซื้อบัตรเข้างานนี้ล่ะ หรือว่า... ไปกู้หนี้ยืมสินใครเขามาอีกแล้ว ถึงได้กล้าใส่ชุดราตรีตกรุ่นมาเดินเฉิดฉายในงานระดับประเทศแบบนี้?" พิมพิศาจงใจลากเสียงสูง พร้อมกับยกมือขึ้นลูบสร้อยเพชรน้ำงามมูลค่าสิบล้านที่ประดับอยู่บนคอระหง ดวงตาคู่คมกวาดมองลลิตาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ลลิตากำมือแน่นภายใต้ความเงียบ เธอกำลังจะอ้าปากโต้กลับเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี แต่ทว่า... มีมืออุ่นจัดของใครบางคนเอื้อมมาสัมผัสหลังมือเธอเสียก่อน
รณกรก้าวออกมาบังร่างภรรยาอันเป็นที่รักไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองพิมพิศาและบรรดาแขกเหรื่อรอบงานด้วยความนิ่งสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังอำนาจมืดที่ทำเอาผู้พบเห็นถึงกับสันหลังวาบ รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือรอยยิ้มของ "ผู้ล่า" ที่กำลังมองดูเหยียดหยามเหยื่อในกำมือ
"ชุดตกรุ่นงั้นหรือครับพิมพิศา?" รณกรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว "น่าเสียดายนะ... ที่สิ่งที่คุณคิดว่าหรูหราอลังการบนคอของคุณในตอนนี้ มันเป็นแค่เศษเหล็กราคาถูก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมกำลังจะมอบให้ภรรยาของผม"
"ฮ่าๆๆ! รณกร นายยังปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ! ตกอับจนไม่มีจะกิน แต่ยังกล้ามาคุยโวในงานประมูลระดับพันล้านเนี่ยนะ? รู้ไหมว่าสร้อยคอเส้นนี้ที่ฉันใส่อยู่ เจ้าสัวทรงกลดซื้อให้ฉันเป็นของขวัญ! คนอย่างนาย ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะแตะต้องมันหรอก!" พิมพิศาแผדเสียงหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ เรียกสายตาจากผู้คนรอบข้างให้หันมามุงดูความอับيของชายหนุ่มทันที
เจ้าสัวทรงกลดที่ยืนคลอเคลียอยู่ข้างพิมพิศาพ่นควันซิการ์ราคาแพงออกมาอย่างไม่แยแส เขามองรณกรด้วยหางตา ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งที่พร้อมจะเหยียบให้จมดินเมื่อไหร่ก็ได้ "ไอ้หนุ่ม... ที่นี่ไม่ใช่ที่ ที่แกจะมาเห่าหอนโชว์ความจน อยากเกาะกระแสไฮโซก็ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะให้การ์ดโยนพวกแกออกไปให้พ้นหูพ้นตา"
บรรยากาศในโถงประมูลเงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างรอชมความพินาศของรณกรและลลิตา
ทว่า... รณกรกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนหรูในกระเป๋าเสื้อสูทดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสสีทองที่ปรากฏขึ้นเฉพาะสายตาของเขา—เสียงระบบซูเปอร์เศรษฐีดังขึ้นในหัว
[ ตรวจพบสถานการณ์: ถูกดูถูกเหยียดหยามด้วยวัตถุราคาต่ำ ]
[ ทำภารกิจด่วน: "กวาดซื้อให้เรียบ" - กวาดซื้อสินค้าประมูลทั้งหมดในค่ำคืนนี้ เพื่อตบหน้าผู้ดูถูกอย่างสาสม ]
[ รางวัล: ปลดล็อกสิทธิ์บัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัด (Infinite Black Card) และค่าสถานะความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 300% ]
มุมปากของรณกรกระตุกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น เขาควักการ์ดโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับออกมาถือไว้ในมืออย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้แก่ผู้จัดงานประมูลระดับท็อปที่ยืนเหงื่อตกอยู่ไม่ไกล
"พิธีกรครับ..." รณกรเอ่ยเสียงดังฟังชัด ก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องโถง "เครื่องประดับทั้งหมดในแคตตาล็อกคืนนี้... รวมถีงชิ้นที่กำลังจะประมูล และชิ้นที่อยู่บนคอของผู้หญิงคนนั้น... ผมเหมาหมด"
สิ้นคำพูดของรณกร เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีราวกับรังแตนแตก
"บ้าไปแล้ว! หมอนี่มันสติหลุดหรือไง!"
"เหมาหมดงั้นเหรอ? บ้าบอที่สุด! แคตตาล็อกคืนนี้มูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้านนะเว้ย!"
"ไอ้จนตรอกนี่คงเพ้อเจ้อจนสมองกลับแน่ๆ"
พิมพิศาหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นความนิ่งสงบและแววตาที่น่ากลัวราวกับเหยี่ยวของรณกร "ร...รณกร! นายอย่ามาโกหกพกลมนะ! คิดจะเรียกร้องความสนใจหรือไง หบุดน่าสมเพชแบบนี้เถอะ!"
พิธีกรบนเวทีหน้าซีดเผือด เขาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหารณกร พร้อมกับยื่นเครื่องรูดบัตรสีดำสนิทเข้ามาด้วยมือที่สั่นเทา "ค...คุณลูกค้าครับ คือว่า... ยอดรวมทั้งหมดในค่ำตาล็อกคืนนี้ รวมถึงสร้อยเพชรของท่านผู้หญิงท่านนั้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 870 ล้านบาทถ้วนครับ... ม...แน่ใจนะครับว่าจะรูด?"
รณกรรับเครื่องรูดบัตรมาถือไว้อย่างชิลๆ เขายื่นการ์ดสีดำให้ลลิตาถือไว้เบาๆ เป็นการให้เกียรติภรรยา ก่อนจะเสียบการ์ดลงไปและกดรหัสผ่านด้วยความมั่นใจ
*ติ๊ดยาว... ติ๊ง!*
ไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงสลิปกระดาษพิมพ์ยาวเหยียดไหลออกมาจากเครื่องรูดบัตรอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเงียบสงบราวกับป่าช้า ทุกสายตาเบิกกว้างจ้องมองสลิปเงินสดจำนวนแปดร้อยเจ็ดสิบล้านบาทที่ปรากฏชื่อผู้ถือบัตรคือ "รณกร" อย่างชัดเจนไร้ข้อกังขา
ไม่มีการปฏิเสธ! ไม่มีวงเงินไม่พอ! การทำธุรกรรมผ่านฉลุยในเวลาเพียงสามวินาที!
รณกรดึงสลิปออกมาด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกราบมองหน้าเจ้าสัวทรงกลดและพิมพิศาที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับศพไร้ ะวิญญาณ เขายื่นสร้อยเพชรราคาแปดสิบล้านที่เพิ่งสั่งให้การ์ดไปปลดลงมาจากคอของพิมพิศา—โดยที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน—มาสวมให้ลลิตาด้วยความอ่อนโยน ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาที่พวกเขาทั้งสองคน
"เพชรราคาถูกแบบนี้... ไม่คู่ควรกับคอของภรรยาผมหรอกครับพิมพิศา" รณกรโน้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างหูหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทา "แต่เนื่องจากผมใจดี... ผมเลยเหมาเครื่องเพชรทั้งหมดในงานนี้มาให้เธอใส่เล่นแก้เบื่อ... ชิลๆ"
พิมพิศาล้มเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที ความอับอายและAความตกตะลึงแล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ ขณะที่เจ้าสัวทรงกลดหน้าเขียวคล้ำ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธแค้นที่ถูกหักหน้ากลางสาธารณชนอย่างยับเยิน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวจบลงแค่นั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวนับสิบลำก็บินแหวกน่านฟ้าเหนืออาคารประมูลลงมาจอดสนิทบนลานจอดดาดฟ้าอย่างอลังการ พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำนับร้อยชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมรอบโถงประมูลแห่งนี้ไว้ทั้งหมด!
ประตูลิฟต์แก้วเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ ที่ก้าวเข้ามายืนโค้งคำนับให้รณกรด้วยความเคารพสูงสุด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตารวยไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 7
เงินซื้อได้ทุกอย่าง
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!