"ถ้าคิดว่าเงินหลักล้านจะซื้อตั๋วเข้ายืนในงานประมูลระดับประเทศนี้ได้ ก็คงต้องบอกว่า... ฝันกลางวันไปหน่อยนะครับ คุณรณกร"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของพิมพิศาดังขึ้นท่ามกลางโถงทางเข้างานประมูลการกุศลแห่งปี สายตานับร้อยคู่ภายในงานหันมาจับจ้องที่จุดเดียว รอยยิ้มเยาะเย้ยของบรรดาไฮโซและเศรษฐีใหม่ฉาบอยู่บนใบหน้าของทุกคน พวกเขากำลังมองชายหนุ่มในชุดสูทเรียบง่ายราคาประหยัดกับหญิงสาวข้างกายที่สวมชุดเรียบๆ แต่สง่างามอย่างลلิตา
ลลิตากำมือรณกรแน่น ฝ่ามือของเธอกำลังชื้นเหงื่อด้วยความประหม่าและอึดอัดกับสายตารังเกียจเหล่านั้น แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยมือ เธอเลือกที่จะก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าต่อให้เขายากจนในสายตาคนอื่น เธอก็ยังยืนเคียงข้างเสมอ
รณกรเพียงแค่ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแววเยือกเย็นที่ทรงพลังจนพิมพิศาเผลอชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ปลายนิ้วเรียวยาวกลับแตะลงบนกระเป๋าเสื้อสูทเบาๆ
[ติ๊ง! ตรวจพบความกดดันจากสิ่งแวดล้อม ระบบซูเปอร์เศรษฐีปลดล็อกภารกิจพิเศษ: "ตบหน้าด้วยความมั่งคั่ง" รางวัล: สิทธิ์การถือครองหุ้น 51% ของตระกูลผู้จัดงาน และเงินในบัญชีพิเศษ 1,000 ล้านบาท!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกด้อยค่าในอดีตที่เคยถูกพิมพิศาทิ้งขว้างอย่างไร้เยื่อใยเพราะความจน บัดนี้มันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสนุกในการรอชมฉากละครฉากใหญ่ที่เขากำลังจะแสดง
"เชิญออกไปเถอะครับ อย่ามาทำรกหูรกตาแขกผู้มีเกียรติในงานนี้เลย บัตรเชิญระดับวีไอพีแบบนี้ คนหาเช้ากินค่ำอย่างคุณไม่มีทางหามาได้หรอก นอกเสียจากว่า... ไปขโมยใครมา" พิมพิศาเชิดหน้าขึ้นสูง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เธอยืนคล้องแขนอยู่กับเศรษฐีรุ่นพ่อคนใหม่ด้วยความภาคภูมิใจ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วดังขึ้นจากด้านในโถงทางเดิน ประธานจัดงานประมูล—มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของประเทศที่แม้แต่เจ้าสัวทรงกลดยังต้องก้มหัวให้—กำลังวิ่งหน้าตาตื่นออกมาด้วยความกระวนกระวาย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า ฝ่ายรักษาความปลอดภัยพยายามจะเข้าไปขวาง แต่ถูกปัดมือออกอย่างไม่ใยดี
ทุกคนในงานต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตกใจ ประธานงานวิ่งมาทำไมด้วยท่าทางลนลานขนาดนั้น?
พิมพิศายิ้มกริ่มอย่างได้ใจ เธอคิดว่าประธานคงจะมาสั่งให้ รณกร ออกไปจากงานด้วยตัวเองแน่ๆ เธอก้าวเข้าไปใกล้เพื่อรอชมความอับอายขั้นสุดของชายหนุ่ม
"นั่นแหละครับท่านประธาน ไล่เศษสวะนี่ออกไป..."
พับผ่า!
เสียงฝ่ามือกระทบอากาศพร้อมแรงลมพัดผ่านเบาๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้พิมพิศาอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง ประธานงานประมูลไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย เขาวิิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้ารณกร หายใจหอบถี่ ก่อนจะโค้งตัวลงต่ำเกือบ 90 องศาด้วยความเคารพสูงสุดอย่างนอบน้อม
"ท่านประธานรณกรครับ! ขอประทานอภัยอย่างยิ่งที่ต้อนรับท่านไม่ ราบรื่น! ทางเราไม่ทราบว่าท่านจะให้เกียรติมางานนี้ด้วยตนเอง..." น้ำเสียงของประธานสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวและยำเกรงอย่างปิดไม่มิด
ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงทันที ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด ลลิตาเองก็หันไปมองสามีของเธอด้วยความตกตะลึงระคนประหลาดใจ
รณกรปรายตามองประธานผู้ทรงอิทธิพลด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขายกมือขึ้นปัดไหล่เสื้อเบาๆ เชิงรังเกียจฝุ่นละออง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจ
"ลุกขึ้นเถอะครับ... พอดีผมแค่แวะมาดูว่า งานการกุศลของพวกคุณ มันคัดเลือก 'คน' เข้ามายังไง ถึงปล่อยให้ขยะเปียกมาส่งเสียงเห่าหอนรบกวนหูภรรยาผมได้"
คำว่า 'ขยะเปียก' ทำให้หน้าของพิมพิศาซีดเผือดลงทันที สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปกับตา เธอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทาด้วยความอับอายและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หูตัวเองได้ยิน
"คะ... คุณกร? ประธานคะ เขาเป็นแค่คนจน..." พิมพิศาโพล่งขึ้นมาด้วยความสติหลุด
ประธานงานประมูลหันขวับมามองเธอด้วยแววตาดุจใบมีดโกน รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากชายวัยกลางคนผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศ "หุบปาก! นังโง่! นี่คือท่านประธานรณกร ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดคนใหม่ของกลุ่มบริษัทเรา! และเป็นผู้บริจาคเงินร้อยล้านให้งานนี้คนแรก!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของทุกคนในงาน พิมพิศาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที ความมั่นใจและรอยยิ้มเยาะหยันเมื่อครู่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี เธอมองหน้ารณกรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่สายตาที่เธอกลับได้รับจากเขามีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชา
รณกรไม่แม้แต่จะชายตามองเธออีก เขาหันมาคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้ลลิตา ภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา พร้อมกับยื่นมือหนาออกไปให้เธอกุม
"ไปกันเถอะครับลิลลี่... ที่นี่อากาศไม่ค่อยดี เราเข้าไปข้างในกันดีกว่า" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ
ลลิตายิ้มรับทั้งน้ำตาคลอเบ้า เธอวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นของสามีอย่างมั่น
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวผ่านพิมพิศาที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น รณกรหยุดเดินเล็กน้อย เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"จำคำพูดเมื่อกี้ของคุณได้ไหมครับ? น่าเสียดาย... ที่คนไม่มีปัญญาเข้างานในวันนี้ ไม่ใช่ผม... แต่เป็นคุณต่างหาก"
พูดจบ รณกรก็ควักการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับยื่นให้เจ้าหน้าที่หน้างานรูดผ่านระบบวีไอพีระดับสูงสุดอย่างไร้เสียงเตือนใดๆ ประตูทองคำบานใหญ่เปิดอ้าต้อนรับพวกเขาทั้งสองเข้าสู่โลกแห่งความมั่งคั่งที่แท้จริง
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 8
ตบหน้ากลางงาน
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!