"เซ็นซะ... ถ้าไม่อยากให้ตระกูลพิมพิศากลายเป็นขอทานชั่วข้ามคืน"
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยราคาแพงดังสะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ เจ้าสัวทรงกลดแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าอูบอิ่มด้วยความโลภ ดวงตาหรี่เล็กมองร่างของหญิงสาวผู้เคยค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจด้วยความสมเพชเวทนา
พิมพิศายืนตัวสั่นเทา ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม เอกสารในแฟ้มสีดำสนิทนั่นไม่ใช่สัญญาธรรมดา แต่มันคือใบประกาศิตประหารชีวิตบริษัทที่พ่อของเธอสร้างมาตลอดชีวิตหนี้สินก้อนโตสามพันล้านบาทที่ถูกบีบให้เซ็นโอนถ่ายกรรมสิทธิ์ทั้งหมดไปให้กลุ่มทุนของเจ้าสัวในราคาถูกราวกับเศษกระดาษ
"คุณทรงกลด... ท่านทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว!" เสียงของพิมพิศาสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นึกย้อนไปถึงอดีตที่เธอเคยทิ้งผู้ชายยากจนคนหนึ่งอย่างไม่ใยดี เพียงเพราะคิดว่าเขาไม่มีอนาคต แต่ในวันนี้... เธอกลับกำลังถูกสุนัขป่าเขมือบอย่างไม่เหลือชิ้นดีโดยไม่มีทางสู้
"เกินไป? โลกธุรกิจไม่มีคำว่าปรานีหรอกหนูพิม... ถ้าไม่มีฉันเข้ามาอุ้มหนี้ก้อนนี้ ป่านนี้พวกเธอไปนอนข้างถนนนานแล้ว" เจ้าสัวทรงกลดหัวเราะลั่นห้องด้วยความสะใจ ยกชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ
ทว่า... ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังแผดเผาห้องประชุมจนแทบหายใจไม่ออก ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
*ปัง!*
ไม่ใช่เสียงกระแทก แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ รณกรก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีสีดำสนิท นาฬิกาข้อมือเรือนหรูสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ท่วงท่าของเขาสง่างดงาม ดุดัน และทรงอำนาจจนทุกคนในห้องต้องหันขวับไปมองเป็นตาเดียว
"เสียดาย... ที่เจ้าสัวไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อน้ำชาแก้วนั้นต่อจากผมหรอกครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้น รณกรก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประชุม ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
พิมพิศาเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อเพ่งมองชัดๆ ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร หัวใจของเธอก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ระ... รณกร? เป็นไปได้ยังไง! นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!"
รณกรไม่แม้แต่จะชายหางตาแล ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเหยียดหยามอย่างสุภาพ เขาเหลือบมองอดีตคนรักด้วยแววตาว่างเปล่า ราวกับเธอก็เป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า "จำผมไม่ได้หรือครับคุณพิมพิศา? อ้อ... คงเพราะเมื่อก่อนผมจนเกินกว่าจะกล้าเดินเข้าตึกหรูๆ แบบนี้สินะครับ"
เจ้าสัวทรงกลดขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าอูบอิ่มบึ้งตึงขึ้นทันที ชายแก่ผู้ทรงอิทธิพลตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "แกเป็นใครวะไอ้หนู! กล้าดียังไงมาป่วนการประชุมลับของบริษัทระดับนี้ รปภ.! อยู่ไหน! ลากคอมมันออกไป!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากภายนอก รณกรเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดไหล่เสื้อสูทเบาๆ ราวกับปัดฝุ่นละออง ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้ลลิตา ภรรยาคู่ชีวิตที่เดินตามหลังมาติดๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเอกสารหนังแท้
ลลิตายืนเคียงข้างสามีด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววทรงพลัง เธอไม่ใช่หญิงสาวที่เคยถูกเหยียดหยามอีกต่อไปแล้ว ความรักความอดทนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับรณกรในวันเก่า กำลังเบ่งบานเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ เธอมอบเอกสารชุดหนึ่งให้รณกรด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะหันไปสบตากับพิมพิศาด้วยความสงสารแกมสมเพชเล็กน้อย
"รปภ. ที่คุณพูดถึง... ตอนนี้คงกำลังเก็บกระเป๋าออกจากตึกนี้อยู่มั้งครับ" รณกรกล่าวด้วยรอยยิ้มละไม มือเรียวเปิดกระเป๋าเอกสารหยิบบัตรสีดำสนิทฝังลายทองคำแท้ขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ
"นี่มัน... Black Card วงเงินไม่จำกัด!" เจ้าสัวทรงกลดหน้าถอดสีทันที เมื่อเห็นโลโก้ธนาคารระดับโลกบนบัตรนั้น มือที่ถือแก้วชาเริ่มสั่นเทา
"ถูกต้องครับ" รณกรก้าวเข้าไปใกล้เจ้าสัวทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "และหนี้สินทั้งหมดสามพันล้านบาทของตระกูลพิมพิศา... รวมถึงหุ้นร้อยละเจ็ดสิบของบริษัทคุณทรงกลด ตอนนี้... ถูกโอนเข้าบัญชีของผมเรียบร้อยแล้วครับ"
"วะ... ว่ายังไงนะ!" เจ้าสัวทรงกลดผุดลุกขึ้นยืนพรวด ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ "เป็นไปไม่ได้! ฉันเจรจาเรื่องนี้มาเป็นเดือน แกเป็นใคร หน้าอย่างแกไม่มีทางซื้อหนี้ก้อนนี้ได้หรอก!"
"ไม่มีทางเหรอครับ?" รณกรหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดปุ่มไม่กี่ครั้ง แล้ววางลงกลางโต๊ะกระจก
หน้าจอแสดงผลยอดเงินคงเหลือในบัญชี: *999,999,999,942.50 บาท*
ตัวเลขเก้าหลักที่ยาวเหยียดจนนับไม่ถ้วนทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องสะดุดกึก เจ้าสัวทรงกลดทรุดฮวบนั่งลงกับเก้าอี้ทันที ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
พิมพิศาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เธอเคยเหยียบย่ำและทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ในวันนี้... เขากลายเป็นราชาผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ในกำมืออย่างแท้จริง
"รณกร... กรคะ... ช่วยฉันด้วย ฉัน... ฉันเคย..." พิมพิศาคลานเข้าไปหาพร้อมกับควชายกางเกงสูทของเขาไว้ น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความเวทนา
รณกรก้มมองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าตนเองสูงส่งด้วยสายตาที่เย็นชา ไร้ซึ่งความสงสาร ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ เขาดึงขาออกจากการเกาะกุมอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
"อย่าเรียกชื่อผมสนิทขนาดนั้นเลยครับคุณพิมพิศา... เพราะฐานะของเราตอนนี้ มันห่างกันจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาแล้วล่ะครับ"
รณกรหันไปสบตากับลลิตา ภรรยาอันเป็นที่รัก รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มทันทีราวกับคนละคน เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่น ลลิตาส่งยิ้มตอบรับด้วยความอบอุ่นในหัวใจ
เจ้าสัวทรงกลดที่นั่งตัวสั่นงกเงิ่นพยายามเอ่ยปากร้องขอชีวิต "ทะ... ท่านรณกรครับ ได้โปรด ไว้ชีวิตธุรกิจของผมด้วยเถอะครับ ผมยอม..."
รณกรปรายตามองอดีตมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกบัตรเครดิตสีดำในมือขึ้นมาเคาะเบาๆ กับขอบโต๊ะกระจก
*คลิก...*
เสียงสัญญาณแจ้งเตือนการทำธุรกรรมจากสมาร์ตโฟนของเจ้าสัวดังขึ้นพร้อมกันทุกเครื่องในห้องประชุม... ประกาศการล้มละลายอย่างเป็นทางการ
จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 14
ผู้ซื้อปริศนา
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!