"สัญญากู้ยืมเงินสามสิบล้านบาท... ถ้าครบกำหนดเที่ยงวันนี้แล้วยังไม่มีเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาโปะ บ้านหลังนี้รวมถึงโฉนดที่ดินผืนนี้ก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารทันทีครับคุณแม่!"
เสียงประกาศิตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อธนาคารดังลั่นห้องรับแขกที่เคยโอ่อ่า หรูหรา แต่ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและกลิ่นอายแห่งความพินาศ พิมพิศายืนตัวสั่นเทา ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความมั่นใจบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวบางกำกระดาษเอกสารในมือจนยับยู่ยี่
วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ครอบครัวของเธอกำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้านในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
"ไม่มีทางยืดเวลาออกไปได้อีกสักหน่อยเลยหรือครับคุณธนาธร?" เสียงของบิดาพิมพิศาดังขึ้นด้วยความสิ้นหวัง ชายวัยกลางคนผู้เคยเป็นนักธุรกิจแถวหน้า ทว่าในยามนี้กลับดูแก่ลงไปนับสิบปี เนื้อตัวสั่นเทาขณะโค้งคำนับอ้อนวอนผู้จัดการธนาคารผู้ไร้เยื่อใย
"ผมช่วยเต็มที่แล้วครับท่าน... แต่คำสั่งนี้มาจากเบื้องบน จากท่านเจ้าสัวทรงกลดโดยตรง ท่านต้องการกว้านซื้อที่ดินย่านนี้ทั้งหมดเพื่อทำโครงการเมกะโปรเจกต์ ถ้าพวกคุณไม่มีเงินสดสามสิบล้านมาจ่ายก่อนเที่ยงนี้ ต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ" ธนาธรกล่าวด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ก่อนจะสะกระเป๋าเอกสารแล้วเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ครอบครัวพิมพิศาจมดิ่งอยู่กับความมืดมนเบื้องหน้า
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของมารดาพิมพิศาที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง
พิมพิศากัดริมฝีปากจนห่อเลือด สมองอันปราดเปรื่องของเธอพยายามคำนวณหาทางออกทุกวิถีทาง ทรัพย์สินมีค่าทุกชิ้นถูกขายทอดตลาดไปหมดแล้ว เพื่อนฝูงไฮโซที่เคยร่วมวงน้ำชาต่างพากันปิดโทรศัพท์หนีเมื่อได้ยินข่าวเรื่องหนี้สินก้อนโตนี้ เหลือเพียงทางเลือกเดียว... ทางเลือกที่เธอเกลียดชังและกระอักกระอ่วนใจที่สุด
*รณกร...*
ชื่อของชายหนุ่มอดีตแฟนเก่าผู้ต่ำต้อยที่เธอเคยเหยียบย่ำและทิ้งขว้างอย่างไร้ค่าผุดขึ้นมาในหัว พิมพิศากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น ถึงแม้เธอจะหยามหยันเขามาตลอด แต่ข่าวลือล่าสุดที่สะพัดในแวดวงไฮโซระบุว่า รณกรคนนั้นได้กลายเป็นมหาเศรษฐีลึกลับผู้กุมอำนาจเงินมหาศาลไปเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีภรรยาคู่ชีวิตอย่าง ลลิตา คอยเคียงข้างสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกันอย่างอบอุ่น ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พิมพิศารู้สึกเจ็บแปลบในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
*ไม่เป็นไร... อย่างน้อยเมื่อก่อนเขาก็เคยรักเราหัวปักหัวปำ! แค่ฉันยอมลดตัวลงไปอ้อนวอน พูดจาหวานหูใส่สักหน่อย ผู้ชายโง่ๆ อย่างเขาก็คงใจอ่อนยอมควักเงินสามสิบล้านมาช่วยให้อยู่รอดแน่ๆ* พิมพิศาคิดเข้าข้างตัวเอง ความโลภและความเอาตัวรอดบังตาจนมองไม่เห็นความจริงอันน่าละอายที่เธอกำลังจะทำ
"คุณแม่ครับ... คุณพ่อครับ... ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ" พิมพิศารีบสูดหายใจเข้าลึกๆ ปั้นสีหน้าให้ดูน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์ที่เธอไม่ได้ติดต่อมานานแรมปี
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์หรูใจกลางมหานคร รณกรกำลังนั่งจิบกาแฟยามสายอย่างใจAเยือกเย็น สายตาคมกริบมองดูหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจของตระกูลทรงกลดที่กำลังดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง ข้างกายเขามีลลิตา ภรรยาคนสวยผู้เป็นดั่งดวงใจกำลังช่วยจัดเอกสารด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
"กรครับ... กาแฟเริ่มเย็นแล้วนะ เดี๋ยวลิล & ดันไปชงมาให้ใหม่ดีกว่าครับ" ลลิตากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่แขนของสามี
รณกรวางแท็บเล็ตลง รอยยิ้มที่เคยเยียบเย็นเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นอ่อนโยนทันทีที่สบตาภรรยา เขาคว้ามือเรียวนั้นมาจุมพิตเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ไม่ต้องลำบากหครับที่รัก นั่งพักกับผมตรงนี้ดีกว่า ช่วงนี้คุณเหนื่อยมามากแล้วนะ"
"ลิลไม่เหนื่อยเลยค่ะ... ขอแค่ได้อยู่เคียงข้างคุณแบบนี้ ต่อให้ลำบากแค่ไหน ลิลก็มีความสุขที่สุดแล้ว" ลลิตายิ้มหวาน ประกายตาฉายแววความรักความผูกพันที่มั่นคงไม่เสื่อมคลาย ตั้งแต่วันที่พวกเขายังกัดก้อนเกลือกินจนถึงวันที่เขากลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ลลิตาไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรณกรก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนสงบ หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย แต่รณกรจำหมายเลขนี้ได้แม่นยำ... มันคือเบอร์ของพิมพิศา
รณกรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มเยาะที่ยากจะคาดเดา เขากดรับสายแล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนเพื่อให้ลลิตาได้ยินด้วยเช่นกัน
"ฮัลโหล... ใครครับ?" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งเยื่อใย
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะราวกับพิมพิศากำลังรวบรวมความกล้า ก่อนที่เสียงหวานที่พยายามดัดให้ฟังดูน่าสงสารและสั่นเครือจะดังลอดออกมา
"กร... นี่ฉันเองนะ... พิมพิศาเอง..." ปล่อยโฮออกมาเบาๆ เพื่อเรียกคะแนนความสงสาร "กรจ๋า... ช่วยฉันด้วยเถอะนะ ตอนนี้ครอบครัวของฉันกำลังจะแย่แล้ว บ้านที่เราเคยมีความทรงจำด้วยกันกำลังจะถูกยึด... กรยังมีเยื่อใยกับพิมอยู่ใช่ไหม? ช่วยให้ฉันยืมเงินสามสิบล้านหน่อยนะ... ถือว่าทำบุญเวียนทานให้คนที่เคยรักกันเถอะนะกร!"
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและไร้ซึ่งความสำนึกผิด ทำให้ลลิตาถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ไม่สู้ดีนัก ทว่ารณกรกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
"อ้อ... คุณพิมพิศานั่นเองครับ นึกว่าใครเสียอีก" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นชาจนน่าขนลุก "บ้านหลังนั้นกำลังจะถูกยึดงั้นหรือครับ? น่าเสียดายจังนะ... แต่เอ๊ะ ทำไมคุณถึงคิดว่าผมจะต้องเอาเงินสามสิบล้านไปช่วยคนที่เคยทิ้งผมไปอย่างไร้เยื่อใยในยามที่ผมยากจนด้วยล่ะครับ?"
ปลายสายสะดุดกาลหายใจ พิมพิศาไม่คาดคิดว่ารณกรจะกล้าปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากอ้อนวอนเป็นความเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที
"นี่รณกร! อย่าใจจืดใจดำนักเลยนะ! นายลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเคยเป็นใครสำหรับนาย? ถ้าไม่มีฉันในวันนั้น นายก็คงเป็นแค่ไอ้จนตรอกไปตลอดชีวิตแล้ว! แค่เงินสามสิบล้านสำหรับเศรษฐีใหม่อย่างนายมันแค่เศษเงินไม่ใช่หรือไง ช่วยฉันไม่ได้หรือไงกัน!"
รณกรหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวตนของเขาจนลลิตายังต้องเอื้อมมือมาแตะไหล่เพื่อเตือนสติ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่สะท้อนก้องไปทั่วห้อง
"เศษเงินงั้นหรือครับพิมพิศา? ถูกต้อง... สำหรับผม เงินสามสิบล้านมันก็แค่เศษเงินจริงๆ นั่นแหละ..." รณกรเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยแววตาดุจพญายม "แต่ต่อให้ผมจะเผามันเล่นทิ้งน้ำ ผมก็ไม่มีวันหยิบยื่นให้คนอย่างคุณแม้แต่บาทเดียว เพราะอะไรน่ะหรือครับ? ก็เพราะว่า..."
รณกรหยุดพูดกระทันหัน ขณะที่เสียงรถหรูราคาแพงคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบท่าที่หน้าประตูคฤหาสน์ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวลงจากรถพร้อมเอกสารประกาศิตในมือ
จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 13
ปมปัญหาของครอบครัวแฟนเก่า
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!