เสียงจอกแก้วคริスタルกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืนบนยอดตึกระฟ้าที่สูงที่สุดใจกลางมหานคร ลลิตายังคงมองทัศนียภาพเบื้องล่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ อาคารพาณิชย์และตึกสำนักงานนับร้อยแห่งที่เปิดไฟระยิบระยับอยู่เบื้องล่างนั้น ในตอนนี้... ทั้งหมดกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอแล้ว
"คุณกร... นี่มันไม่ใช่ความฝันใช่ไหมครับ... เอ๊ย, ใช่ไหมคะ?" ลลิตาเผลออุทานออกมาด้วยความประหม่า ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของสามี
รณกรหัวנסเบาๆ ในลำคอ มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางของเธอเข้ามาชิดแนบกาย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่เขาเพิ่งสั่งตัดพิเศษให้เธอสวมใส่ในค่ำคืนนี้ "ไม่ใช่ความฝันแน่นอนครับ ลิลลี่ที่รัก ทุกอย่างที่นี่... และทุกสิ่งที่คุณเคยปรารถนา บัดนี้มันอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเราแล้ว"
ย้อนกลับไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทั้งสองยังคงต้องนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเดียวกันในห้องพักคับแคบ ท่ามกลางเสียงทวงหนี้และสายตาดูถูกเหยียดหยามของผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะพิมพิศาแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปหาเจ้าสัวทรงกลด มหาเศรษฐีเฒ่าผู้ทรงอิทธิพล แต่ในค่ำคืนนี้ ด้วยพลังของ "ระบบซูเปอร์เศรษฐี" ที่ปลุกตื่นขึ้น รณกรได้พลิกชะตากรรมของตัวเองจากดินสู่ดาวในชั่วพริบตาเดียว
โต๊ะอาหารดินเนอร์ใต้แสงเทียนถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตโดยเชฟมิชลินระดับโลกที่ถูกจ้างมาเป็นการส่วนตัว กลีบกุหลาบสีแดงสดโปรยปรายรอบพื้นที่ดาดฟ้าอันกว้างขวาง เสียงไวオリンบรรเลงเพลงรักหวานซึ้งคลอเคล้าไปกับสายลมเย็นยามค่ำคืน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของลลิตามากที่สุด ไม่ใช่ความหรูหราอลังการเหล่านี้ แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความมั่นคงของรณกรต่างหาก
"คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ ครับ... เอ่อ, ค่ะ... เอ่อ, พี่กรคะ" ลลิตาขัดเขินจนพูดติดๆ ขัดๆ ทำให้รณกรต้องหัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือผมจะมีเงินมากแค่ไหน สิ่งเดียวในโลกนี้ที่ไม่เคยเปลี่ยน... และไม่มีวันเปลี่ยนเด็ดขาด ก็คือหัวใจที่ผมมีให้คุณครับ ลิลลี่" รณกรกระซิบเสียงนุ่ม แววตาคมกริบที่เคยใช้มองศัตรูด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและฉายแววคลั่งรักจนหญิงสาวใจเต้นระส่ำ
ลลิตาซบหน้าลงกับอกแผ่นกว้างของสามี น้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอเบ้า เธอจำได้ดีถึงวันที่ทุกคนหันหลังให้ รณกรคือคนเดียวที่กอดเธอไว้ และในวันนี้ วันที่เขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทางธุรกิจ เขาก็ยังคงเลือกที่จะจับมือเธอไว้แน่นไม่ปล่อย
ทว่า บรรยากาศแห่งความโรแมนติกกำลังจะถูกทำลายลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านหลังดาดฟ้า
*กริ๊ด! พรึ่บ!*
ประตูเหล็กดาดฟ้าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของพิมพิศาในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงปรากฏขึ้น พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคน ใบหน้าของเธอที่เคยเชิดหยิ่งในอดีต บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยาอย่างปิดไม่มิด ด้านหลังสุดคือเจ้าสัวทรงกลด มหาเศรษฐีเฒ่าผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
"นึกไม่ถึงเลยนะรณกร! แกกล้าดียังไงถึงฮุบตึกนี้ตัดหน้าฉัน!" พิมพิศาแผดเสียงแหลมสูงพุ่งตรงเข้ามาหมายจะชี้หน้าด่าทอ แต่ต้องชะงักเมื่อถูกสายตาคมกริบดั่งใบมีดของรณกรตวัดกลับมามอง
รณกรยังคงนั่งนิ่งจิบไวน์ราคาแพงในมืออย่างไม่สะทกสะท้าน เขาวางแก้วลงบนโต๊ะช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของลลิตาไว้ด้านหลังเพื่อปกป้องจากความอัปמงคลตรงหน้า
"พิมพิศา... มารยาทในการมาเยือนสถานที่ส่วนบุคคลของผู้อื่น ดูเหมือนว่าสามีใหม่รุ่นพ่อของคุณจะไม่ได้อบรมสั่งสอนมาสินะครับ" รณกรกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น
เจ้าสัวทรงกลดก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยกระตุกยิ้มเยาะ "ปากดีไม่เบานี่ไอ้หนู คิดว่ามีเงินซื้อตึกนี้แล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง แกไม่รู้หรือไงว่าพื้นที่การค้าครึ่งหนึ่งของเมืองนี้อยู่ใต้เงื้อมมือฉัน! แกกล้าแย่งประมูลตึกนี้จากบริษัทฉัน แกเตรียมตัวหมดตัวภายในสามวันได้เลย!"
รณกรแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช เขาควักกระเป๋าเสื้อสูทหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหะหายาก—บัตรแบล็กการ์ดวงเงินไม่จำกัดที่ระบบมอบให้—ขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์
"หมดตัวภายในสามวันงั้นหรือครับ เจ้าสัวทรงกลด?" รณกรก้าวเดินเข้าไปหาผู้ทรงอิทธิพลทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่กดดันจนอีกฝ่ายเผลอฟอยถอยหลัง "งั้นเรามาลองดูกันดีไหมครับว่า... ระหว่างเงินในบัญชีของคุณ กับความรวยที่ไม่มีวันหมดของผม ใครกันแน่ที่จะต้องคุกเข่าก่อน"
รณกรหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสปีกเกอร์โฟนต่อสายตรงไปยังผู้จัดการธนาคารกลางมหานครทันที
"จัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเจ้าสัวทรงกลดในตลาดหลักทรัพย์ให้หมดภายในสิบนาทีนี้... ใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้ จัดการให้เสร็จสิ้น!"
*ตี๊ด!*
สิ้นเสียงคำสั่งเด็ดขาดของรณกร โทรศัพท์ในมือของเจ้าสัวทรงกลดก็แผדเสียงดังลั่นพร้อมกัน หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากตลาดหลักทรัพย์ที่ทำให้ใบหน้าของมหาเศรษฐีเฒ่าซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตาเดียว!
*เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนสามลำบินแหวกเมฆลงมาจอดสนิทบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ของดาดฟ้าตึกอย่างอลังการ พร้อมกับเสียงรัวใบพัดที่ดังสนั่นหวั่นไหว และประตูเฮลิคอปเตอร์ที่เปิดออกเผยให้เห็นร่างของกลุ่มนักลงทุนระดับโลกที่บินตรงมาเพื่อสลายอำนาจของเจ้าสัวทรงกลดตามคำสั่งของรณกรโดยเฉพาะ!*
จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 12
ค่ำคืนแห่งความสุข
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!