"ฉันบอกว่า จะขอคุยกับคุณรณกรเป็นการส่วนตัว! หูหนวกกันหรือไงถึงไม่ยอมให้ฉันเข้าห้องประชุมใหญ่!"
เสียงแหลมสูงของพิมพิศาดังแหวกลดทอนบรรยากาศอันหรูหราของชั้นบนสุดแห่งตึก "แกรนด์ ทาวเวอร์" เธอยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูบานคู่แกะสลักลายมังกรทอง ชุดเดรสแบรนด์เนมราคาหลักแสนที่ตั้งใจสวมมาเพื่อข่มขวัญผู้คนดูไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อเผชิญหน้ากับการรักษาความปลอดภัยระดับทหารรับจ้างที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ
ลลิตายืนอยู่ไม่ห่างจากตรงนั้น ร่างระหงในชุดสูททำงานสีครีมเรียบหรูทว่าทรงพลัง เธอมองหญิงสาวผู้เคยเหยียบย่ำสามีของเธอด้วยสายตานิ่งสงบ มือเรียวบางยกขึ้นกอดอก ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันพิมพิศาจนลมหายใจเริ่มติดขัด ลลิตาไม่ต้องเอ่ยคำดูถูกใดๆ สักคำ เพราะสถานะและรอยยิ้มบางๆ บนเรียวปากของเธอก็เพียงพอที่จะกรีดแทะความมั่นใจของพิมพิศาให้แหลقสลายเป็นจุล
"คุณพิมพิศาครับ ที่นี่ไม่ใช่ตลาดสด และคุณก็ไม่มีนัดหมาย กรุณากลับไปเสียเถอะครับ ก่อนที่ผมจะต้องใช้มาตรการที่รุนแรงกว่านี้" หัวหน้าทีม รปภ. เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงใจต่ออดีตคุณหนูไฮโซแม้แต่น้อย
"แก! กล้าดียังไงมาไล่ฉัน! รู้ไหมว่าฉันเคยเป็นใคร... ฉันเคยเป็น—"
ปัง!
เสียงประตูกระจกนิรภัยบานยักษ์ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอเหมาะ รณกรก้าวออกมาจากห้องประชุมด้วยท่าทีสง่างาม ร่างสูงโปร่งในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูป ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกา Patek Philippe รุ่นหายากที่สะท้อนแสงไฟเพดานระยิบระยับ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ความมั่งคั่งเหล่านั้น แต่เป็นแววตาคู่คมที่ว่างเปล่า เย็นชา และเฉียบขาดดุจใบมีดโกนอาบยาพิษ
ทันทีที่เห็นหน้าอดีตคนรัก พิมพิศาก็รีบปรับสีหน้าเป็นความน่าสงสาร น้ำตาคลอเบ้าอย่างรวดเร็วราวกับเปิดก๊อก เธอก้าวเข้าไปหาเขาหมายจะคว้าแขนเสื้อสูทตามความคุ้นเคยเดิม
"กรคะ... ช่วยพิมด้วยเถอะค่ะ เจ้าสัวทรงกลดกำลังจะไล่ล่าพวกเรา บริษัทของครอบครัวพิมกำลังจะล้มละลายเพราะคุณ... เอ่อ หมายถึง พิมรู้ว่ากรโกรธพิมเรื่องในอดีต แต่กรก็เคยรักพิมไม่ใช่เหรอคะ? ช่วยเหลือพิมกับครอบครัวสักครั้งเถอะนะกร ถือว่าเห็นแก่ความหลังของเรา..."
รณกรหยุดเดิน ก้มมองมือเรียวที่พยายามเอื้อมมาแตะชายเสื้อของตนด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมอง "เศษฝุ่น" ข้างถนน เขาไม่ได้ถอยหนีด้วยความตกใจ และไม่ได้ปัดป้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากลับยืนนิ่งสนิทปล่อยให้ความเงียบงันแผ่ขยายออกไปจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
บรรยากาศในโถงทางเดินเงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน
"ความหลัง?" รณกรทวนคำ เสียงทุ้มต่ำกังวานก้อง สะท้อนความเยียบเย็นจนพิมพิศาถึงกับสะดุ้งเฮือก "คุณยังมีหน้ามาพูดคำนี้กับผมอีกหรือครับ พิมพิศา วันที่คุณเลือกเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มดูถูกเหยียบย่ำผมในร้านอาหารวันนั้น คุณน่าจะรู้ดีว่าคำว่า 'ความหลัง' ระหว่างเรามันถูกฝังกลบไปพร้อมกับความยากจนของผมในวันนั้นแล้ว"
"กร... พิม..."
"จำได้ไหมครับวันที่ผมคุกเข่าอ้อนวอนขอให้คุณอยู่ช่วยกันสร้างอนาคต คุณบอกว่าอะไรนะ? คุณบอกว่า 'ความรักกินไม่ได้หรอก กร นายมันก็แค่ไอ้กระจอกที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้' ประโยคนี้ยังก้องอยู่ในหัวผมทุกครั้งที่ผมเซ็นเช็คซื้อบริษัทที่ครอบครัวคุณเคยภาคภูมิใจ"
รณกรยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง
พิมพิศาหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เธอกัดฟันกรอดด้วยความอัปยศอดสู ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าลลิตา ภรรยาผู้เคียงบ่าเคียงไหล่รณกรในวันที่ตกต่ำที่สุด
"คุณมันใจร้าย... กร คุณมันเลือดเย็น!" พิมพิศากรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ เมื่อรู้ว่าไม่อาจใช้ไมตรีอดีตมาหลอกล่อเขาได้อีกต่อไป
รณกรหันไปมองหัวหน้า รปภ. ด้วยหางตา น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจจนทุกคนต้องก้มหัวรับคำสั่ง
"ผมไม่อนุญาตให้ขยะเปียกมาชะล้างสายตาภรรยาผม เชิญเธอออกไปจากตึกนี้ เดี๋ยวนี้ครับ"
"รับทราบครับท่านประธาน!"
สิ้นคำสั่ง ร่างของพิมพิศาก็ถูกการ์ดร่างยักษ์สองคนเข้าประกบล็อคแขนอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เธอส่งเสียงกรีดร้องโวยวายลั่นโถงทางเดิน พยายามดิ้นรนสุดชีวิตรองเท้าส้นสูงหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ภาพลักษณ์ไฮโซผู้สูงศักดิ์มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวสติแตกคนหนึ่งที่ถูกลากถูออกไปอย่างไร้เยื่อใย
ลลิตาก้าวเข้าไปใกล้สามี มือเรียวเอื้อมไปจัดปกเสื้อสูทให้เขาเบาๆ แววตาฉายประกายความภูมิใจและความรักลึกซึ้ง
"คุณทำเกินไปหรือเปล่าคะคุณสามี?" ลลิตาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ
"สำหรับคนอื่นอาจจะเกินไปครับลิลลี่ แต่สำหรับคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจคุณ... นี่ถือว่าผมใจดีมากแล้ว" รณกรโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม สายตาทอดมองไปยังลิฟต์แก้วที่พิมพิศาเพิ่งถูกลากตัวหายลับไป
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความสงบ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษหน้าจอไพลินในกระเป๋าเสื้อสูทของรณกรก็สั่นครืดขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบซูเปอร์เศรษฐีดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองคำเปล่งประกายลอยเด่นขึ้นกลางอากาศเฉพาะในสายตาของเขา
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความเคลื่อนไหวทางบัญชีลับระดับทวีป]
[เป้าหมาย: เจ้าสัวทรงกลดทำการโอนถ่ายทรัพย์สินก้อนสุดท้ายมูลค่า 50,000 ล้านบาท ไปยังบัญชีนอกชายฝั่งเพื่อเตรียมหลบหนี]
[คำสั่งระบบอัตโนมัติ: ทำการอายัดเส้นทางการเงินทั้งหมดทันที และส่งพิกัดตำแหน่งปัจจุบันของเป้าหมายให้หน่วยรบพิเศษเข้าควบคุมตัว]
รณกรหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เขากดหน้าจอปลายนิ้วสัมผัสยืนยันคำสั่งด้วยความเร็วแสง ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างหูภรรยาคนสวย
"ลิลลี่ครับ... เกมกระดานนี้ ดูท่าว่าจะจบเร็วกว่าที่เราคิดเสียอีกนะ"
จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 36
สายตาที่เย็นชา
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!