กระเป๋าเดินทางหลุยส์วิตตองใบโตถูกวางกระแทก1กับพื้นหินอ่อนราคาแพงหน้าคฤหาสน์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา สภาพของมันยับเยินและเต็มไปด้วยฝุ่นละออง ราวกับผ่านสงครามชีวิตมาอย่างโชกโชน หญิงสาวเจ้าของกระเป๋าในชุดเดรสแบรนด์เนมที่เคยดูหรูหรา บัดนี้กลับยับย่นและส่งกลิ่นอับชื้น ใบหน้าของพิมพิศาซีดเผือด ริมฝีปากที่เคยเคลือบลิปสติกราคาแพงแห้งผากจนแตกเป็นรอยเลือด เธอกำลังยืนกอดอกด้วยความหนาวสั่นจากสายลมยามค่ำคืน ท่ามกลางความเย่อหยิ่งที่พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี
ประตูรั้วอัตโนมัติเปิดออกอย่างนิ่มนวล พร้อมกับการปรากฏตัวของรถยนต์ซูเปอร์คาร์คันงามที่เคลื่อนเข้ามาจอดสนิทอย่างสง่างาม
รณกรก้าวลงจากรถด้วยชุดสูทตัดเยصیเข้ารูปเนี๊ยบกริบ นาฬิกาข้อมือเรือนหรูสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เขากวาดสายตาคมกริบมองร่างที่คุ้นเคยแต่แปลกตาตรงหน้า แววตาของเขาไม่มีแม้แต่ความประหลาดใจ มีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาที่เฉียบคมราวกับใบมีด
"กร... ช่วยพิมด้วยเถอะนะ" เสียงหวานที่เคยใช้สั่งการและดูถูกเขาในอดีต บัดนี้สั่นเครือและแหบแห้ง พิมพิศาโผเข้าหาหมายจะคว้าแขนเสื้อของเขา แต่รณกรกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างไร้ใยดี ทำให้เธอเซถลาเกือบ้มลงไปกองกับพื้น "ครอบครัวของพิม... ทุกอย่างถูกยึดหมดแล้ว เจ้าสัวทรงกลดทิ้งพิมอย่างไร้เยื่อใย พิมไม่มีใครแล้วจริงๆ กร... คุณยังรักพิมอยู่ใช่ไหม? พาพิมกลับเข้าไปข้างในเถอะนะ"
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวดในคราเดียวกัน เขาหันไปมองหน้าคฤหาสน์มูลค่าหลายร้อยล้านที่เขาเป็นเจ้าของ ก่อนจะหันกลับมามองผู้หญิงที่เคยทิ้งเขาไปในวันที่เขาไม่มีแม้แต่เศษเงินติดกระเป๋า
"พิมพิศา คุณคงจำผิดคนแล้วกระมังครับ" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นยะเยือกจนน่ากลัว "คนที่คุณเคยเหยียบย่ำและขับไลไสส่งเมื่อหลายเดือนก่อน ได้ตายไปตั้งแต่วันที่คุณเลือกก้าวขึ้นรถของมหาเศรษฐีคนนั้นแล้วครับ"
"ไม่... กร คุณใจร้ายกับพิมเกินไปแล้ว!" พิมพิศากรีดร้องออกมาด้วยความอัปiย
ในวินาทีนั้นเอง ประตูคฤหาสน์ด้านหลังก็เปิดออก ลลิตา ภรรยาคู่ชีวิตของรณกรก้าวออกมาด้วยชุดลำลองเรียบง่ายแต่สง่างาม ใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น มือเรียวบางถือแก้วโกโก้อุ่นยื่นให้สามี รณกรรับมาพร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนและรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดให้ภรรยา ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่พิมพิศาไม่เคยได้รับเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดเวลาที่คบกัน
ลลิตากวาดสายตามองสภาพอันน่าเวทนาของพิมพิศาด้วยความสงبيนเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสบตากับสามี เธอไม่ได้เอאาใจใส่หรือเยาะเย้ยถากถาง เพราะสำหรับลลิตาแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่มีค่าพอให้เธอต้องเปลืองอารมณ์ด้วยซ้ำ
"อากาศข้างนอกดึกๆ มันหนาวนะครับลิลลี่ ระวังจะไม่สบายเอา" รณกรเอ่ยกับภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล แตกต่างจากตอนที่คุยกับพิมพิศาราวฟ้ากับเหว
"ลิลลี่ไม่เป็นไรค่ะกร... แค่รู้สึกว่าแถวนี้มีกลิ่นแปลกๆ ลอยมาเตะจมูก จนทำให้บรรยากาศเสียหมดเท่านั้นเอง" ลลิตาตอบด้วยรอยยิ้มละไม ก่อนจะเหลือบมองกระเป๋าเดินทางที่พื้น "อ้าวนั่น... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญหรือคะ?"
พิมพิศากัดริมฝีปากจนเลือดซิบ ความอิจฉาริษยาและแค้นเคืองพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบคลุ้มคลั่ง ผู้หญิงที่เคยต่ำต้อยกว่าเธอคนนี้ บัดนี้กลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดเคียงข้างชายหนุ่มที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง ส่วนเธอกลับต้องมาคุกเข่าขอทานความเมตตาจากคนทั้งสอง
"ลลิตา! เธออย่ามาทำเป็นลอยหน้าลอยตาหยามฉันนะ!" พิมพิศาแผดเสียงแหลมด้วยความเหลืออด "ถ้ารณกรไม่เห็นแก่ความหลังของเรา อย่างน้อยเธอก็ควรสำเหนียกบ้างว่าฉันคือคนที่รู้จักกรมาก่อนเธอ!"
รณกรหันขวับกลับมามอง สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตใจของพิมพิศา แรงกดดันมหาศาลจากจิตวิญญาณของชายผู้กุมระบบเศรษฐีระดับพระกาฬแผ่ซ่านออกมาจนพิมพิศาเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
"ความหลังงั้นหรือครับ?" รณกรก้าวเข้าไปใกล้พิมพิศาช้าๆ โນ้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระชับและดุดัน "ความหลังเดียวที่ผมจำได้จากคุณ คือวันที่คุณโยนแหวนราคาถูกใส่หน้าผมแล้วบอกว่า 'ชาตินี้ฉันไม่มีวันลดตัวมาคบกับยาจกอย่างนายหรอก' ไงครับ"
พิมพิศาสั่นสะท้านไปทั้งตัว ใบหน้าชาหนึบราวกับถูกตบด้วยฝ่าเหล็กนับร้อยครั้ง ความจริงที่ว่าเธอกำลังทิ้งเพชรแท้ไปคว้าก้อนกรวด หวนกลับมาตบหน้าเธออย่างรุนแรงในวินาทีที่สายเกินแก้
"กร... พิมสำนึกผิดแล้วจริงๆ พิมขอร้อง..." น้ำตาสายเลือดไหลอาบแก้ม พิมพิศาพยายามจะคลานเข้าไปกอดขาของรณกร
รณกรสะบัดขาหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนจะโบกมือเรียกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลให้เข้ามาจัดการ
"จัดการเอาสัมภาระของแขกคนนี้ไปโยนไว้หน้าปากซอย" รณกรออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความปรานี "แล้วบอกระบบรักษาความปลอดภัยด้วยว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ถ้ามีหมาแมวหรือเศษสวะตัวไหนกล้าล้ำเข้ามาในเขตคฤหาสน์ของผมอีก... ให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดได้ทันที"
"รับทราบครับท่านประธาน!" บอดี้การ์ดทั้งสองโค้งตัวรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตรงเข้าไปหิ้วปีศพิมพิศาที่ส่งเสียงกรีดร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนก ลากตัวเธอและกระเป๋าเดินทางออกไปจากอาณาเขตอย่างไม่ไยดี
รณกรยืนมองภาพนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะหันกลับมาคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้กับลลิตาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสงบ
"เข้าไปข้างในกันเถอะครับคุณภรรยา ข้างนอกฝุ่นเยอะ เดี๋ยวจะระคายเคืองผิวสวยๆ ของคุณหมด" รณกรเอื้อมมือไปโอบเอวบางของลลิตาอย่างทะนุถนอม พร้อมกับพาเธอเดินเคียงคู่กันเข้าสู่ตัวคฤหาสน์อันโอ่อ่า
ทว่า ในขณะที่ประตูไม้สักบานใหญ่กำลังจะปิดสนิทลง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรณกรก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล
รณกรหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้ แต่กลับเป็นหมายเลขรหัสลับจากระบบซูเปอร์เศรษฐีที่ตั้งค่าแจ้งเตือนระดับฉุกเฉินสูงสุด
เขากดรับสายด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกมือยังคงโอบไหล่ภรรยาไว้
"สวัสดีครับ ท่านประธานรณกร..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของบุคคลปริศนาดังลอดออกมาจากปลายสาย "ดูเหมือนว่าคุณจะจัดการกับหมากตัวเล็กๆ เสร็จแล้วสินะครับ แต่เกรงว่า... เกมกระดานใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วล่ะครับ หันไปมองที่ถนนฝั่งตรงข้ามคฤหาสน์ของคุณสิครับ... ตอนนี้มี 'แขกพิเศษ' อีกคนกำลังรอพบคุณอยู่"
จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 35
พิมพิศาผู้ไร้ที่พึ่ง
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!