ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 20

ดีไซเนอร์ปากดี

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
"ชุดนี้... ทำมาจากผ้ากระสอบบริจาคจากมูลนิธิไหนหรือครับ คุณลลิตา? ถึงได้เอามาใส่เดินเฉิดฉายอยู่ในงานแฟชั่นวีกระดับประเทศแบบนี้ได้ น่าสมเพชจนผมเกือบจะหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาเรแจกทานให้เสียแล้วสิครับ" เสียงหัวเราะคิกคักจากกลุ่มนางแบบและเซเลบริตี้แถวหน้าดังขึ้นระงมไปทั่วห้องรับรองวีไอพีของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก 'Maison de L'amour' ชายหนุ่มในชุดสูทปักดิ้นทองเข้ารูป นามว่า 'ธนัตถ์' ดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้กุมบังเหียนทิศทางแฟชั่นของแบรนด์ กำลังใช้สายตากวาดมองลลิตาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม รอยยิ้มมุมปากของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ราวกับว่าตนเองคือพระเจ้าผู้กำหนดว่าใครสมควรยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความงดงาม และใครสมควรถูกเหยียบย่ำลงใต้ส้นรองเท้า ลลิตากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวบางที่กำชายกระโปรงสีขาวเรียบง่ายสั่นเทาเล็กน้อย ชุดนี้ไม่ใช่ชุดแบรนด์เนมราคาแพงระยับ แต่มันคือชุดที่เธอตั้งใจเลือกด้วยตัวเองเพื่อมาออกงานเคียงข้างรณกร ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจของเธอ ความเจ็บปวดจากการถูกดูถูกไม่ได้วิ่งเข้าใส่ตัวเธอมากเท่ากับการที่เธอกลัวว่า... จะทำให้รณกรต้องพลอยอับอายขายหน้าไปด้วย "ชุดของภรรยาผม... มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือครับ คุณธนัตถ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศน่าอึดอัด รณกรก้าวเท้าออกมาจากมุมห้อง แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองดีไซเนอร์ปากดีผู้นั้นนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวแสดงออกทางสีหน้า มีเพียงความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ธนัตถ์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความมั่นใจในอำนาจและชื่อเสียงที่ตนสั่งสมมานาน "อ้าว คุณรณกร สามีผู้โชคดี... อ้อ ไม่สิ สามีผู้ตกถังข้าวสารต่างหากล่ะครับ คุณน่าจะสอนมารยาทภรรยาคุณบ้างนะว่า ที่นี่ไม่ใช่ตลาดนัดริมทาง การจะก้าวเข้ามาในอาณาจักรแฟชั่นชั้นสูงได้ ต้องมีรสนิยมและเงินมากพอ ไม่ใช่แค่ใส่ชุดโหลๆ มาเดินให้ผมบล็อกไอจีประจานแบบนี้!" เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง สายตานับสิบคู่มองมาที่รณกรด้วยความสมเพชและสมน้ำหน้า หลายคนกระซิบกระซาบถึงความยากจนข้นแค้นในอดีตของเขาที่เพิ่งพลิกผันมาเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ได้ไม่นาน รณกรไม่ได้โกรธ เขากลับคลี่ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธนัตถ์รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "รสนิยมอย่างนั้นหรือครับ..." รณกรเอ่ยเสียงเรียบ พรางยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทราคาแพงลิบลิ่วของตนเอง "คนที่ตัดสินคุณค่าของคนอื่นจากราคาเสื้อผ้า คงมีสมองที่ว่างเปล่าเสียยิ่งกว่ากระดาษทิชชูใช้แล้วสินะครับ" "แก! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน!" ธนัตถ์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ ชี้หน้าชายหนุ่ม "รู้ไหมว่าฉันคือใคร! ฉันคือหัวหน้าดีไซเนอร์ที่ทำยอดขายให้แบรนด์นี้ปีละหลายร้อยล้าน! แกเป็นแค่เศษเศรษฐีใหม่ที่บังเอิญถูกหวย มีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน!" รณกรไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋า นิ้วเรียวกดปลดล็อกหน้าจอด้วยความรวดเร็วราวกับกำลังเล่นเกมสนุกๆ สักเกม "ผมไม่มีสิทธิ์สั่งสอนคุณหรอครับ... แต่ถ้าเป็น 'เจ้าของ' แบรนด์นี้ล่ะ น่าจะมีสิทธิ์พอไหมครับ" ธนัตถ์หัวเราะลั่นราวกับได้ฟังเรื่องตลกที่น่าขันที่สุดในชีวิต "เจ้าของแบรนด์งั้นเหรอ? อย่ามาตลกเลยน่า! ท่านประธานใหญ่ชาวฝรั่งเศสกำลังบินไปประชุมที่มิลาน แกคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงจะมาอ้าง..." *ติ๊ง!* เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยของแบรนด์ 'Maison de L'amour' ที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้องดังขึ้นพร้อมกันหลายเครื่อง ชายวัยกลางคนรีบเปิดอ่านอีเมลเร่งด่วนด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดจนแทบถลนออกจากเบ้า อีเมลจากสำนักงานใหญ่... ประกาศการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งประวัติศาสตร์! "ทะ... ท่าน... ท่านประธานครับ!" กรรมการผู้จัดการละล่ำละลักวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้ารณกรด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง "มะ... เมื่อสักครู่นี้... มีการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ของเครือ Maison de L'amour มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท... ผ่านบัญชีส่วนบุคคล... และ... และผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหารคนใหม่ก็คือ..." ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรณกรด้วยความเคารพสูงสุดจนหน้าผากแทบชิดพื้น "...คุณรณกรครับ!" สิ้นคำประกาศนั้น ทั่วทั้งห้องรับรองตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า เสียงลมหายใจของทุกคนหยุดชะงักลงทันที ธนัตถ์หน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปกับตา เขาส่ายหัวรัวๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "มะ... ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! แบรนด์ระดับโลกแบบนี้ แกจะซื้อทั้งหมดได้อย่างไร!" รณกรเดินเข้าไปใกล้ธนัตถ์ช้าๆ กลิ่นอายความกดดันระดับมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมคนอื่นไว้ในมือแผ่ซ่ายออกจนธนัตถ์ต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว "โลกใบนี้ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้หรอครับ คุณธนัตถ์..." รณกรกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "ในเมื่อคุณบอกว่าชุดที่ภรรยาผมใส่ดูราคาถูก... งั้นผมในฐานะเจ้าของคนใหม่ของแบรนด์นี้ คงต้องจัดการปรับปรุง 'ทัศนคติ' ของพนักงานระดับล่างเสียหน่อยแล้วล่ะครับ" รณกรหันไปสบตากับกรรมการผู้จัดการด้วยแววตาเฉียบขาด "ไล่ธนัตถ์ออกทันที... ยึดสิทธิ์การถือครองผลงานทั้งหมด และขึ้นบัญชีดำไม่ให้เขาได้เหยียบย่ำเข้ามาในวงการแฟชั่นแห่งนี้ได้อีกชั่วชีวิต!" "รับทราบครับท่านประธาน!" กรรมการผู้จัดการขานรับเสียงดังลั่น ธนัตถ์เข่าทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง เขาอ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยคำขอร้อง แต่รณกรกลับไม่ชายตามองเขาแม้แต่น้อย มืออุ่นคว้ามือเรียวของลลิตาขึ้นมากุมไว้แนบแน่น รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งให้หญิงสาวผู้เป็นที่รักเพียงคนเดียว "กลับกันเถอะครับลิลลี่... ชุดของเธอวันนี้ สวยงามและมีค่ามากกว่าขยะเปียกพวกนี้เป็นล้านเท่า" ลลิตายิ้มออกมาทั้งน้ำตา ความอบอุ่นไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่เคยหวาดกลัว เธอกระชับมือรณกรแน่นพร้อมที่จะก้าวเดินเคียงข้างเขาไปทุกหนทุกแห่ง ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินออกไปจากห้องรับรองนั้นเอง ประตูลิฟท์วีไอพีตัวพิเศษก็เปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายชราคนหนึ่งที่รณกรคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เจ้าสัวทรงกลد ศัตรูคู่อาฆาตผู้กุมอำนาจมืดแห่งเมืองหลวง ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และในมือของเขาคือเอกสารคดีความลับที่พร้อมจะพลิกเกมชีวิตของรณกรให้พังทลายลงในพริบตา! "ช้าก่อน... เจ้าหนูรณกร แกคิดว่าซื้อบริษัทนี้ได้ แล้วจะชนะฉันได้อย่างนั้นหรือ?" [จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ]
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%