เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกลุ่มไฮโซระดับแนวหน้าของเมืองหลวงดังระงมขึ้นรอบโถงจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูม ประหนึ่งฝูงแร้งที่กำลังรุมทึ้งซากสัตว์ ไร้ซึ่งความปรานีและเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
"ดูสภาพนั่นสิครับ... นึกว่าขอทานที่ไหนหลงเข้ามาในงานกาล่าการกุศลระดับประเทศได้"
เสียงกระซิบกระซาบดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง พิมพิศาในชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงประดับเพชรแท้ระยิบระยับ ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวที่เพิ่งก้าวผ่านประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะ เธอกระทุ้งศอกใส่ชายวัยกลางคนข้างกาย ซึ่งก็คือเจ้าสัวทรงกลด มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่เพิ่งโอบกอดเธอไว้ในฐานะคู่ควงคนล่าสุด
เจ้าสัวทรงกลดแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองรณกรด้วยความดูแคลนราวกับมองมดปลวก "รณกร... แกนี่มันยังโง่บรมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ถึงขนาดกล้าพาอีผู้หญิงยาจกคนนี้มาเดินเฉิดฉายในงานที่แม้แต่ตั๋วยังซื้อไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดจะมาเกาะกระแสสังคมไฮโซเพื่อกู้หน้าบริษัทใกล้เจ๊งของแกล่ะสิ ทุเรศสิ้นดี"
ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความดูถูกเหยียดหยาม รณกร (กร) ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายภายใต้ชุดสูทสากลสีดำสนิทกลับเรียบเฉย แววตาคู่นั้นลุ่มลึกและเยือกเย็นเสียจนคนที่สบตาด้วยต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
เขาก้มลงมองมือบางที่สั่นเทาเล็กน้อยของลลิตา (ลิลลี่) ภรรยาคู่ชีวิตที่ยืนเคียงข้าง เธอสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มยาวกรุยกราย ลวดลายปักด้ายเงินระยิบระยับขับให้ผิวขาวเนียนราวกระเบื้องเคลือบดูโดดเด่นสะดุดตา แม้จะเป็นชุดสั่งตัดพิเศษมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่ทำเอาช่างฝีมือระดับโลกต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่แววตาของลิลลอร่ากลับเต็มไปด้วยความกังวลใจ เพราะเธอไม่เคยชินกับการตกเป็นเป้าสายตาของคนนับร้อยในสถานที่หรูหราเช่นนี้
รณกรสัมผัสมือเรียวเย็นเฉียบนั้นเบาๆ ก่อนจะบีบกระชับด้วยความอ่อนโยนและมั่นคง เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแตบทรงพลัง
"ไม่ต้องกลัวนะครับลิลลี่... วันนี้ผมสัญญาแล้วว่าจะพาคุณมาเหยียบย่ำความดูถูกของพวกมันให้จมดิน"
คำพูดนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของลลิตา เธอมองใบหน้าด้านข้างของสามีที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาในห้องเช่าแคบๆ วันนี้ รณกรเปลี่ยนไปแล้ว เขากลายเป็นบุรุษผู้กุมอำนาจมหาศาลที่เธอเองก็แทบจะไม่เชื่อสายตา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ ความรักและความปกป้องที่เขามีให้เธอเสมอมา
ความอบอุ่นจากมือของรณกรแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ลลิตาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความหวาดกลัวเมื่อครู่พลันมลายหายไป เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น พยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะ... เอ่อ ผมเชื่อคุณค่ะกร"
จังหวะนั้นเอง พิมพิศาก็เดินน치บเข้ามาขวางทางพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแหลมสูงจนคนรอบข้างหันมาสนใจ
"อุ๊ยตาย! รณกร นี่เธอสติหลุดไปแล้วจริงๆ เหรอ ถึงกล้าพาอีผู้หญิงคนนี้มางานนี้ได้? ชุดที่ใส่อยู่นั่นน่ะ ของปลอมจากตลาดนัดสำเพ็งล่ะสิ? ดูท่าทางแล้ว ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในตัวพวกเธอรวมกัน ยังไม่เท่าราคาแชมเปญแก้วที่ฉันถืออยู่เลยมั้งคะ!"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากบรรดาไฮโซรอบข้าง พิมพิศายิ่งได้ใจ เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าชูตาอย่างเหนือกว่า "ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารในงาน ก็ไสมือออกไปซะเถอะค่ะ อย่ามาทำตัวเป็นตัวตลกให้แขกผู้มีเกียรติเขาขυеขยแขยงเลย"
เจ้าสัวทรงกลดเดินตามมาสมทบ วางมือโอบเอวพิมพิศาอย่างถือดี พลางพ่นควันซิการ์ราคาแพงออกมาใส่หน้ารณกรด้วยความไร้มารยาท "ไอ้หนุ่ม... คนเรามันต้องเจียมตัวนะเว้ย ธุรกิจกระจอกๆ ของแกฉันสั่งให้ธนาคารระงับสินเชื่อเมื่อเช้า พรุ่งนี้บริษัทแกก็ล้มละลายแล้ว ยังมีหน้าเอาเงินที่ไหนมาเดินงานนี้วะ? หรือว่า... แอบไปกู้หนี้นอกระบบมาล้างตาคืนนี้?"
บรรยากาศในโถงจัดเลี้ยงเงียบลงทันที ทุกคนต่างรอชมความพินาศของรณกรด้วยความสะใจ
รณกรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพบุรุษไว้บนใบหน้าได้อย่างน่าทึ่ง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อสูทอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะกวาดสายตามองหน้าเจ้าสัวทรงกลดและพิมพิศาช้าๆ
"กู้หนี้นอกระบบเหรอครับ?" รณกรทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "น่าเสียดายจังนะครับ... ที่คำว่า 'หนี้' หรือ 'ถังแตก' มันไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของผมตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว"
"ปากดี!" เจ้าสัวทรงกลดหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ "ไอ้เด็กเวร! แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ! ถึงกล้ามาพูดจาอวดดีต่อหน้าฉัน!"
"ผมก็เป็นแค่สามีที่รักภรรยาของตัวเองมากคนหนึ่งครับ..." รณกรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันไปสบตาพิมพิศาที่ยืนทำหน้าเหยเก "และที่สำคัญ... ผมไม่อยากให้ภรรยาของผมต้องมาทนฟังคำเห่าหอนของสุนัขที่ไร้มารยาทในงานเลี้ยงระดับนี้"
"แก!... แกกล้าด่าฉันเป็นหมาเหรอ!" พิมพิศาหวีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ผมไม่ได้ระบุชื่อใครนะครับ คุณพิมพิศา..." รณกรยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "แต่ถ้าคุณร้อนตัว... แปลว่าหางมันคงโผล่แล้วล่ะครับ"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ บรรดาไฮโซต่างอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่เคยถูกมองว่าเป็นยาจกจะกล้าต่อปากต่อคำกับเจ้าสัวทรงกลดและไฮโซสาวชื่อดังได้อย่างเจ็บแสบถึงเพียงนี้
เจ้าสัวทรงกลดกัดฟันกรอด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อ "รณกร! วันนี้แกไม่ตายคามือฉัน อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่! การ์ด! อยู่ไหนวะ! ลากคอมันออกไป!"
สิ้นเสียงคำรามของการ์ดร่างยักษ์สี่คนที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้อง พวกมันก้าวเข้ามารุมล้อมรณกรและลลิตาทันที สีหน้าของแต่ละคนดุดันน่ากลัว ลลิตาผวาเล็กน้อยด้วยความตกใจ เผลอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อสูทของรณกรแน่น
รณกรตบมือเบาๆ สองครั้ง เป็นจังหวะที่เด็ดขาดและเย็นชา
แปะ แปะ!
ทันทีที่เสียงปรบมือสิ้นสุดลง ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของชายชุดดำนับสิบคนที่เดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซายไปทั่วห้องจนทุกคนต้องหายใจติดขัด
ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนียบกริบ ซึ่งเป็นผู้จัดการใหญ่ประจำโรงแรมหรูแห่งนี้ วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความรีบร้อน เขาฝ่าฝูงชนตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้ารณกร ก่อนจะโค้งคำนับลงต่ำเกือบ 90 องศาด้วยความเคารพสูงสุดจนน่าตกใจ
"ท่านประธานรณกรครับ..." เสียงของผู้จัดการสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความหวาดเกรง "ระบบบัญชีหลักของเครือโรงแรมทั้งหมดได้รับการโอนสิทธิ์และยืนยันยอดเงินฝากเรียบร้อยแล้วครับ... ท่านประธานได้ทำการซื้อกิจการโรงแรมแห่งนี้ รวมถึงอาคารทั้งหมดเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในวินาทีนี้ครับ!"
คำพูดนั้นดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงบ ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาลของทุกคนในงาน
พิมพิศาตาค้าง อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ส่วนเจ้าสัวทรงกลดหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เลือดในกายเย็นเฉียบในพริบตา
รณกรแย้มรอยยิ้มอบอุ่นให้ลลิตาที่กำลังมองเขาด้วยความอึ้งงัน ก่อนที่เขาจะหันไปมองหน้าเจ้าสัวทรงกลดและพิมพิศาด้วยแววตาที่เยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
"ซื้อ... ซื้อโรงแรมนี้หมดเลยงั้นเหรอ?" เจ้าสัวทรงกลดพึมพำออกมาด้วยเสียงสั่นเทา ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น
รณกรหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากโลหะไทเทเนียมฝังเพชรแท้ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน แสงไฟในห้องกระทบเข้ากับตัวบัตรจนเกิดประกายระยิบระยับสะดุดตา เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจเงินตราที่ไม่มีใครในโลกนี้เทียบเคียงได้
เขายื่นบัตรใบนั้นให้กับผู้จัดการโรงแรมด้วยมือข้างเดียว พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแตบทรงพลังสะท้านใจ
"ช่วยรูดบัตรใบนี้... ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของงานเลี้ยงคืนนี้ รวมถึงค่าอาหารและค่าเสียหายที่แขกบางคนทำลายบรรยากาศ... หักออกจากวงเงินของผมได้เลยครับ และ..." รณกรเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าเจ้าสัวทรงกลด "ช่วยกรุณา... เชิญสุนัขสองตัวนั้นออกไปจากอาคารของ 'ผม' ให้พ้นสายตาด้วยนะครับ"
เสียงเครื่องรูดบัตรเครดิตดิจิทัลไร้สายดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด... *ติ๊ด! อนุมัติวงเงินไม่จำกัด*
---
[จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ!
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 21
งานเลี้ยงประจำปีของไฮโซ
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!