ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 19

สยบวงการแฟชั่น

ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
"เสียงหัวเราะเยาะหยันนั่น... คิดว่าดังมาจากหลุมหลบภัยแห่งไหนกันล่ะครับ?" เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของรณกรดังขึ้นท่ามกลางห้องรับรองวีไอพีของงานแฟชั่นวีกระดับประเทศ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดอากาศที่ต่ำลงจนน่าขนลุก สายตานับร้อยคู่ในห้องโถงหรูหราต่างจับจ้องมาที่จุดเดียวกัน จุดที่ภรรยาอันเป็นที่รักของเขา—ลลิตา กำลังยืนกําชายเสื้อกันหนาวราคาถูกของเธอด้วยมือสั่นเทา ท่าيมกลางเสียงกระซิบกระซาบดูแคลนของเหล่าไฮโซและดีไซเนอร์ชื่อดัง พิมพิศาในชุดราตรีแบรนด์เนมคอลเลกชันล่าสุด ยืนกอดอกยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองลลิตาหัวจรดเท้าก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "อุ๊ยตาย! ลลิตา เธอกล้าสวมชุดนี้มางานกาล่าระดับท็อปของประเทศได้ยังไงเนี่ย? ชุดตัดเย็บเองบ้านๆ แบบนั้น เอาไปใส่เดินตลาดนัดยังอายคนแถวนั้นเลยนะจ๊ะ หรือว่าสามีตกอับของเธอไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษผ้าขี้ริ้วแบรนด์แร็งก์ต่ำให้ใส่แล้วล่ะ?" คำพูดเหยียดหยามเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาเซเลบหนุ่มสาวรอบข้างทันที ลลิตากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอยอมรับว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่เคยลำบากร่วมกับรณกรในห้องเช่าแคบๆ แต่การมาถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่อหน้าสังคมชั้นสูงเช่นนี้ มันคือการกรีดแทะหัวใจของเธอทีละน้อย ทว่า... ก่อนที่น้ำตาหยดแรกจะร่วงหล่นลงมา มือหนาอุ่นจัดของรณกรก็เอื้อมมาโอบกอบไหล่บางของเธอไว้แน่น สัมผัสที่มั่นคงและเต็มไปด้วยพลังอำนาจแฝงเร้น ทำให้ลลิตาเงยหน้าขึ้นสมองสบตากับสามี ดวงตาของรณกรไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งมหาสมุทรลึกและประกายระยิบระยับของความร่ำรวยที่ไร้ขีดจำกัด "ลิลลี่ครับ..." รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพเป็นที่สุด ผิดกับบรรยากาศรอบข้างโดยสิ้นเชิง "จำที่ผมเคยบอกไว้ได้ไหมครับว่า... โลกทั้งใบของผม ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุด ไม่ใช่ให้คนชั้นต่ำพวกนี้มาเห่าหอนใส่" รณกรหันขวับไปมองพิมพิศาและกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น รอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่มปรากฏขึ้น รอยยิ้มที่ทำให้เจ้าสัวทรงกลดที่นั่งจิบไวน์อยู่มุมห้องถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ "ปากดีเสียจริงนะไอ้รณกร แกคิดว่าเงินไม่กี่บาทที่ไปกู้หนยืมสินมา จะทำให้แกยืนเทียบชั้นกับพวกเราได้หรือไง?" พิมพิศาแผดเสียงด้วยความหมั่นไส้ รณกรไม่แม้แต่จะชายตามองเธอนานนัก เขายกสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดหน้าจอเพียงสามครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบซูเปอร์เศรษฐีก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา [ติ๊ง! ตรวจพบความประสงค์ของโฮสต์: ต้องการซื้อกิจการและสิทธิ์ขาดทั้งหมดของ "Maison de L'Ombre" แบรนด์แฟชั่นชั้นสูงระดับโลก และกวาดซื้อคอลเลกชัน haute couture ทั้งหมดในเครือ] [ระบบดำเนินการโอนเงินมูลค่า 15,000,000,000 บาท เสร็จสิ้น] [ท่านคือนายทุนใหญ่และเจ้าของตัวจริงอันดับหนึ่งของสมาคมแฟชั่นนานาชาติเรียบร้อยแล้วครับ โฮสต์] เพล้ง! เสียงโทรศัพท์มือถือของผู้จัดการใหญ่สมาคมแฟชั่นประจำประเทศไทยหลุดมือร่วงลงพื้นแตกกระจาย เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเขาปรากฏอีเมลแจ้งด่วนจากสำนักงานใหญ่ที่ปารีส ส่งตรงถึงผู้บริหารทุกคนในงานนี้ ผู้จัดการใหญ่หน้าซีดเผือด วิ่งหน้าตาตื่นฝ่าวงล้อมของผู้คนเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้ารณกรและลลิตา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง "ท... ท่านประธาน... ท่านประธานรณกรครับ!" เสียงของผู้จัดการใหญ่สั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ทางปารีสเพิ่งส่งคำสั่งด่วนที่สุด... ท่านได้กวาดซื้อหุ้นทั้งหมดและกลายเป็นเจ้าของสิทธิ์ขาดของแบรนด์เรา รวมถึงลิขสิทธิ์แฟชั่นวีคทั้งหมดในเอเชียแล้วครับ!" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องรับรองทันที ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา พิมพิศาอ้าปากค้าง สมองของเธอขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก เจ้าสัวทรงกลดถึงกับลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ใบหน้าชราซีดเผือกราวกับกระดาษ รณกรปรายตามองผู้จัดการใหญ่ที่คุกเข่าอยู่ด้วยแววตานิ่งสนิม น้ำเสียงสุภาพแต่ทรงอำนาจถูกเปล่งออกมาอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ "ลุกขึ้นเถอะครับ... และช่วยประกาศให้คนในงานนี้ได้ยินชัดๆ หน่อยสิครับว่า ใครกันแน่ที่ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่เศษผ้าขี้ริ้ว" ผู้จัดการใหญ่รีบพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะหันไมโครโฟนประกาศเสียงดังลั่นฮอลล์ด้วยความลนลาน "ประกาศจากคณะผู้จัดงาน! ห้ามบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยาม... โดยเฉพาะคุณพิมพิศาและพวกพ้อง อยู่ร่วมในงานแฟชั่นวีคนี้อีกต่อไป เชิญรักษาความปลอดภัยเชิญตัวพวกเขาออกไปเดี๋ยวนี้ครับ!" การ์ดร่างยักษ์นับสิบคนก้าวเข้ามาล้อมรอบพิมพิศาและกลุ่มเพื่อนไฮโซทันที ท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองมาด้วยความสมเพชและเยาะเย้ย พิมพิศาหน้าเสียกรี๊ดร้องโวยวายด้วยความอับอายขายหน้า แต่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะช่วยเธอ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า อำนาจในมือของรณกรตอนนี้ สามารถบดขยี้ตระกูลของพวกเขาให้กลายเป็นจุลได้ภายในพริบตาเดียว รณกรหันกลับมามองภรรยา ดวงตาที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้ง เขายื่นมืออุ่นๆ ให้ลลิตาจับ พร้อมกับที่ประตูบานใหญ่ด้านหลังเปิดออก เผยให้เห็นทีมช่างแต่งหน้าและสไตลิสต์ระดับโลกจากปารีส พร้อมชุดราตรี Haute Couture ประดับเพชรแท้ระยิบระยับมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ที่ถูกเข็นเข้ามาเพื่อลลิตาโดยเฉพาะ "ลิลลี่ครับ..." รณกรกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของเธอ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าคมคาย "ไปเปลี่ยนชุดกันเถอะครับ คืนนี้... คุณคือซูเปอร์สตาร์ที่เจิดจรัสที่สุดในโลกใบนี้" ลลิตายิ้มทั้งน้ำตา เธอวางมือเรียวลงบนฝ่ามือของสามีอย่างมั่น ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเดินตามรณกรไปนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกปลอมจากเบอร์ไม่ทราบชื่อก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรณกร ข้อความสั้นๆ ที่ถูกส่งเข้ามาพร้อมภาพถ่ายลับ ทำเอาฝ่าเท้าของชายหนุ่มต้องชะงักกึกทันที ภาพของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง... ที่ถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปากไว้ในห้องมืดทึบ พร้อมกับข้อความขู่ฆ่าที่สลักไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน: *"อยากให้เมียรักของแกปลอดภัย... แกต้องเอาหุ้นทั้งหมดมาแลกด้วยชีวิตของลูกสาวแกเอง!"* [จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ]
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%