เสียงตบโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแปดหลักดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกนั้นทำให้แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงสั่นสะเทือนจนของเหลวสีดำกระฉอกเปื้อนเอกสารลับ
"แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้มันกว้านซื้อหุ้นในเครือไปถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์!"
เสียงคำรามต่ำอย่างเกรี้ยวกราดดังลอดออกมาจากปากของเจ้าสัวทรงกลด ชายวัยกลางคนผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนืออาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองชายชุดดำเบื้องหน้าด้วยแววตาดุดัน
เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวนั้น ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มสามคนก้มหน้ารับความกดดันอย่างหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความเงียบที่น่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานหรูหราระฟ้า
"ท่านประธานครับ... พวกเราพยายามสืบหาเส้นทางการเงินของมันแล้วครับ" หัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย "แต่ปรากฏว่า... ทุกธุรกรรมถูกปิดบังไว้ด้วยระบบอัลกอริทึมปริศนา ไม่ว่าเราจะเจาะเข้าไปลึกแค่ไหน ร่องรอยทั้งหมดก็จะหายวับไปกับตา ราวกับว่ามีกองทุนลับระดับโลกหนุนหลังมันอยู่ครับ"
เจ้าสัวทรงกลดแค่นเสียง "หึ" ในลำคอ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด รอยย่นบนหน้าผากย่นเข้าหากันจนเป็นปม
"ระดับโลกงั้นเหรอ? ในเมืองนี้ มีใครที่มีเงินสดสำรองระดับสั่งซื้อหุ้นของฉันได้ทันทีโดยไม่กระทบสภาพคล่องบ้างวะ" เจ้าสัวทรงกลดกัดฟันกรอด "แล้วไอ้เด็กหนุ่มที่ชื่อรณกรนั่น มันไม่ใช่แค่ไอ้ไก่อ่อนตกอับที่เคยถูกเขี่ยทิ้งไปหรอกหรือ ทำไมอยู่ๆ ถึงพลิกฟื้นขึ้นมาเป็นเสี่ยใหญ่ได้ภายในชั่วข้ามคืน ไปสืบประวัติมันมาให้ละเอียด เอาตั้งแต่โคตรเหง้าของมันเลย!"
"รับทราบครับท่าน" ชายชุดดำโค้งตัวรับคำสั่ง ก่อนจะรีบถอยหลังออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ทว่า ในขณะเดียวกันนั้นเอง ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ในเพนต์เฮ้าส์หรูใจกลางเมืองที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงาม รณกรกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนเข้ามาในห้องกระทบกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
ในมือของเขามีแก้วไวน์แดงราคาแพงแกว่งไปมาอย่างช้าๆ
"กรคะ... คุณมองหน้าต่างนานเกินไปแล้วนะ มีอะไรหรือเปล่าคะ"
เสียงหวานนุ่มนวลเอ่ยขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนเรียวเล็กที่สวมกอดจากด้านหลัง ลลิตา (ลิลลี่) ภรรยาคู่ชีวิตผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเนิ่นนาน เอาคางเกยไหล่กว้างของชายหนุ่ม แววตาของเธอมองตามสายตาของเขาออกไปเบื้องนอกด้วยความห่วงใย แม้ในยามนี้พวกเขาจะร่ำรวยมหาศาลจนแทบจะซื้อตึกครึ่งเมืองได้ แต่เธอก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดบางอย่างในบรรยากาศ
รณกรวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับมาโอบเอวบางของภรรชาเอาไว้แนบกาย เขายกมือขึ้นลูบผมยาวสลวยอย่างอ่อนโยน แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึกทันที
"ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอกครับที่รัก..." รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม "แค่มีปลาตัวใหญ่ติดเบ็ดเข้ามาอีกตัวแล้วเท่านั้นเอง"
"ปลาตัวใหญ่?" ลลิตาเอียงคอสงสัย ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ "หมายถึงเจ้าสัวทรงกลดเหรอคะ? ดิฉันได้ยินข่าวมาว่าเขาเริ่มส่งคนตามสืบเรื่องของคุณแล้วนะ คุณกร... เราจะปลอดภัยแน่นะคะ เขามีอิทธิพลมากในวงการธุรกิจนะ"
รณกรหัวเราะในลำคอเบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่เหนือกว่า
"อิทธิพลเหรอครับลิลลี่..." รณกรกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "ในโลกนี้ อำนาจที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่บารมีเก่าๆ หรือนามสกุลใหญ่โตหรอกครับ... แต่มันวัดกันที่ตัวเลขในบัญชีที่ไม่มีวันหมดต่างหาก เจ้าสัวทรงกลดคิดว่าตัวเองเป็นผู้ล่า แต่เขาไม่รู้เลยว่า... ตอนนี้เขากำลังเดินเข้ามาติดกับดักที่ผมขุดรอไว้เองทีละก้าว"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
รณกรหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว มุมปากของเขาก็ยกย่องขึ้นสูงกว่าเดิม หน้าจอแสดงผลข้อความจากระบบซูเปอร์เศรษฐีที่รายงานความคืบหน้าแบบเรียลไทม์: *[แจ้งเตือน: ทีมงานของเจ้าสัวทรงกลดกำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้เป้าหมาย และได้ส่งข้อมูลลับมาให้ท่านพิจารณาแล้ว]*
รณกรกดเปิดไฟล์เอกสารลับนั้นอย่างไม่รีบร้อน ภาพและข้อมูลส่วนตัวของเจ้าสัวทรงกลด รวมถึงจุดอ่อนเรื่องการฟอกเงินและบัญชีลับในต่างประเทศปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอ
นี่ไม่ใช่แค่การตั้งรับ... แต่มันคือการเตรียมพร้อมส่งหมัดน็อกที่จะทำให้มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ต้องล้มทั้งยืน
รณกรเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยาอันเป็นที่รัก ดวงตาคมกริบทอประกายวับวาวด้วยความเด็ดเดี่ยว
"พรุ่งนี้เช้า..." รณกรกระซิบเสียงต่ำข้างใบหูของลลิตา "เราจะไปงานประมูลการกุศลที่เจ้าสัวทรงกลดเป็นเจ้าภาพกันครับ ผมจะทำให้เขาได้รู้ซึ้งว่า... การกลaแกล้งคนอื่น มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน"
ลลิตายิ้มรับบางๆ เธอซบหน้าลงกับอกแผงกว้างของสามีด้วยความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่ารณกรจะทำอะไร เธอก็พร้อมจะยืนเคียงข้างเขาเสมอ เฉกเช่นวันที่พวกเขายังไม่มีอะไรเลย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในเพนต์เฮ้าส์กำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความมั่นใจ ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของตึกเดียวกันนั้นเอง ประตูลิฟต์สีเงินวับก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำสามคนที่ก้าวออกมาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของพวกมันกวาดมองไปรอบลานจอดรถ ก่อนที่หัวหน้าทีมจะหยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่างขึ้นมาสแกนสัญญาณคลื่นความถี่บางอย่าง... และในวินาทีที่หน้าจออุปกรณ์นั้นเปล่งแสงสีแดงวาบขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนเบาๆ หัวหน้าทีมชุดดำก็ยกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับกดโทรศัพท์หาผู้เป็นนายทันที
"ท่านครับ... เราเจอพิกัดสัญญาณที่เชื่อมโยงกับระบบการเงินของเป้าหมายแล้วครับ อยู่ที่ชั้นบนสุดนี่เอง!"
จากใจ... เงาฮันเตอร์ไร้เงา ครับ
ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย•ตอนที่ 28
เงาอำนาจมืดเคลื่อนไหว
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีพลิกชะตา: เมียรักจำใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!