"เจ้าบอกว่าวิถีแห่งเซียนคือการตัดกิเลส แต่ไฉนมือที่ถือกระบี่ของเจ้าจึงยังสั่นไหวอยู่เล่า แม่นางจิ้งจื่อ?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของหลี่มู่เหวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนในป่าสนหิมะ กองไฟเบื้องหน้ากำลังปะทุเสียงเปรี๊ยะปร๊ะ ประกายไฟสีส้มวูบไหวสะท้อนดวงตาคมกริบของบุรุษผู้ถือจอกสุราไม่เคยห่างกาย เขาไม่ได้มองนาง ทว่าสายตากลับจับจ้องไปยังเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้กิ่งไม้แห้งอย่างเหม่อลอย
เซียนจิ้งจื่อขยับกายเล็กน้อย ชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะของนางไม่ได้เปื้อนฝุ่นผงแม้แต่น้อย นางนั่งขัดสมาธิอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้างามล้ำดุจรูปสลักจากหยกเย็นชาไร้อารมณ์ ทว่าคำถามของบุรุษตรงหน้ากลับทำให้ดวงตาคู่สวยวูบไหวไปชั่วขณะ
"การกำจัดมารคือภารกิจของสำนักกระบี่เย็นชา ความลังเลคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด" นางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าไร้น้ำหนักกว่าทุกครา
หลี่มู่เหวินหัวเราะหึในลำคอ เขายกจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ รสเผ็ดร้อนของสุราหมักข้ามปีไหลผ่านลำคอ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยสำเนียงเนิบนาบ "มารคืออะไร? มนุษย์คืออะไร? หากเจ้าบอกว่าการตัดกิเลสคือวิถีแห่งเซียน แล้วไฉนหัวใจที่เต้นอยู่ใต้อกซ้ายของเจ้า ถึงได้เต้นจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปเมื่อข้าเข้าใกล้ล่ะ?"
"เจ้าพูดจาสามหาว!" จิ้งจื่อตวาดแผ่วเบา ฝักกระบี่หยกในมือสั่นระริก
"หึๆ โทสะคืออารมณ์แรกของคนธรรมดา ไม่ใช่เซียน" หลี่มู่เหวินวางจอกสุราลงบนก้อนหิน เขาก้มลงหยิบกิ่งไม้แห้งโยนเข้ากองไฟ "เจ้ามองว่าโลกนี้มีเพียงขาวกับดำ มีเพียงธรรมะกับอธรรม แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่าเงาที่ทอดยาวบนพื้นดินยามอาทิตย์อัสดงนั้น... มันก็เกิดขึ้นจากแสงสว่างเช่นเดียวกัน"
บรรยากาศรอบข้างเงียบงันลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมพัดกิ่งสนเสียดสีกัน จิ้งจื่อเงยหน้าขึ้นมองบุรุษเบื้องหน้าอย่างพินิจ นางเฝ้าถามตนเองมาตลอดหลายปีแห่งการบำเพ็ญเพียรว่า เหตุใดจิตใจที่ควรจะนิ่งสงบดุจผิวน้ำในยามเหมันต์ ถึงได้รุ่มร้อนขึ้นมาเพียงเพราะคำพูดของจอมยุทธ์พเนจรผู้หนึ่ง
"ถ้าหากโลกนี้ไร้ซึ่งอธรรม สำนักของเจ้าจะยังคงอยู่ไปเพื่ออะไร?" หลี่มู่เหวินกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและแหลมคมดั่งปลายกระบี่ "เจ้าบำเพ็ญเพียรเพื่อกวาดล้างคนชั่ว หรือเจ้าแค่หวาดกลัวว่าหากไม่มีอธรรมให้ล่าสังหาร เจ้าก็จะสูญเสียเหตุผลในการดำรงอยู่ตัวตนไปเสียเอง?"
ประโยคสุดท้ายดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจนางเซียน จิ้งจื่อชะงักงัน นางไม่เคยถูกใครตั้งคำถามถึงรากฐานความเชื่อที่สั่งสมมานับสิบปีเช่นนี้ ความว่างเปล่าที่เคยคิดว่าคือความหลุดพ้น กลับกลายเป็นกรงขังที่นางสร้างขึ้นเองด้วยมือ
"มรรคาที่แท้จริง ไม่ใช่การตัดกิเลสจนสิ้นซาก แต่มันคือการอยู่เหนือมันด้วยความเข้าใจ" หลี่มู่เหวินยื่นมือไปหยิบจอกสุราที่ว่างเปล่าแล้วรินให้ตัวเองใหม่ "เซียนที่ไร้หัวใจ ก็เป็นได้เพียงหุ่นเชิดของกฎเกณฑ์ที่ผู้อื่นเขียนไว้ แต่คนเช่นข้า... แม้จะเมามายในสุรา แต่กลับมองเห็นเส้นทางที่แม้แต่เจ้ายังเอื้อมไม่ถึง"
"แล้วเส้นทางนั้น... คืออะไร?" จิ้งจื่อถาม เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับสายลม
หลี่มู่เหวินเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ถูกเมฆหมอกบดบังบางส่วน "คือการยอมรับว่ามนุษย์คือผู้กระทำ และผลลัพธ์คือสิ่งที่เราต้องแบกรับ ไม่ใช่โยนความผิดให้ลิขิตฟ้าหรือคำสั่งสำนัก เจ้าไม่ต้องตัดกิเลส เพียงแค่เจ้าโอบรับมันไว้ในฐานะส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ นั่นแหละ คือจุดเริ่มของการเป็นเซียนที่แท้จริง"
จิ้งจื่อหรี่ตาลง คล้ายกำลังขบคิดถึงสัจธรรมที่บุรุษผู้นี้โปรยปรายลงมาดั่งหิมะโปรย นางรู้ดีว่าหากเปิดใจยอมรับความคิดนี้ รากฐานวิชา "กระบี่นิพพาน" ของนางอาจต้องพังทลายลงและต้องสร้างใหม่ทั้งหมด แต่มันกลับเป็นความรู้สึกที่น่าถวิลหาอย่างประหลาด
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและแฝงด้วยไอสังหารรุนแรงก็ดังขึ้นจากความมืดมิดรอบทิศทาง กิ่งไม้แห้งหักกระจายจากการเหยียบย่ำ หลี่มู่เหวินหยุดจอกสุราที่ค้างอยู่กลางอากาศ สายตาที่เคยดูเมามายกลับคมกล้าดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ
"ดูท่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขัดจังหวะการสนทนาอันลึกซึ้งของเราเสียแล้ว" หลี่มู่เหวินแค่นยิ้มที่มุมปาก
"พวกมันเป็นใคร?" จิ้งจื่อชักกระบี่ออกจากฝัก แสงเย็นเยียบสะท้อนเข้ากับใบหน้าของนาง
"มดปลวกที่คิดจะชิงเอาของที่ข้าหวงแหนที่สุดไป" หลี่มู่เหวินลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางหยิบกระบี่ไม้เก่าๆ ข้างกายขึ้นมา "แม่นางจิ้งจื่อ เตรียมรับมือให้ดี วันนี้เจ้าจะได้เห็นว่า 'กระบี่ของเซียนเมามาย' ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดกิเลส แต่มีไว้เพื่อสังหารเทพเซียนนั้น... น่ากลัวเพียงใด"
ยังไม่ทันสิ้นคำ เงาร่างสีดำกว่าสิบสายก็พุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมกับคมอาวุธลับที่พุ่งเข้าใส่คนทั้งคู่ดั่งห่าฝน ทว่าสิ่งที่ทำให้จิ้งจื่อต้องเบิกตากว้างไม่ใช่จำนวนศัตรู แต่เป็นไอพลังมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากร่างของชายที่นั่งดื่มสุราข้างกายเมื่อครู่ ซึ่งบัดนี้มันรุนแรงจนบดบังแสงจันทร์จนมืดมิด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ
- เซียนสุราเมามาย -
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 7
ทัศนคติแห่งมรรคา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!