เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 8

กับดักพยัคฆ์ซ่อนเล็บ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นอายความตายมิได้มาพร้อมกับเสียงคำรามของอสุนีบาต หรือเสียงแหวกอากาศของคมศาสตราอันเกริกไกร แต่มันอบอวลอยู่ในความเงียบงัน... เงียบงันเสียจนได้ยินเสียงหยดเหงื่อกระทบลงบนพื้นศิลาเบื้องล่าง "หากเจ้ายังก้าวเท้าซ้ายนำหน้าไปอีกเพียงครึ่งชốn (นิ้วจีน) ร่างกายของแม่นางคงถูกเฉือนออกเป็นสามท่อนก่อนที่วิญญาณจะทันรู้ตัวด้วยซ้ำนะครับ" เสียงกระซิบแหบพร่าเคลือบรอยยิ้มเยาะหยันดังขึ้นจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นสุราหมักชั้นดีเป่ารดต้นคอระหงของเซียนจิ้งจื่อ นางมิได้ขยับเขยื้อnกายหนี แม้ในยามนี้ปลายกระบวนท่าของค่ายกลสังหาร 'เบญจพยัคฆ์ซ่อนโลหิต' จะอยู่ห่างจากหัวใจของนางไม่ถึงคืบ อักขระปราณสีโลหิตนับร้อยสายกำลังสั่นระริกกลางอากาศ พร้อมจะพุ่งทะยานเข้าฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลายเป็นจุล ดวงตาคู่คมดั่งกระบี่น้ำแข็งของเซียนจิ้งจื่อเหลือบมองไปยังเงาสะท้อนบนคมกระบี่ที่ปักอยู่เบื้องหน้า นางขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน ปราณกระบี่เย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพื่อต้านทานแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวรอบกาย แต่ทว่า ยิ่งต้านทาน ค่ายกลกลับยิ่งหมุนวนรุนแรงขึ้น ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังตะปบเหยื่อด้วยความสนุกสนาน "หลี่มู่เหวิน... หากวันนี้พวกเราต้องตายอยู่ที่นี่ เจ้ายังจะมีแก่ใจมาเล่นลิ้นอยู่อีกหรือ" เสียงหวานกังวานที่มักจะเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในยามนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่แผ่นหลังบอบบางของนางแนบชิดกับอกแกร่งของบุรุษผู้กวนประสาทที่นางทั้งชังทั้งหวั่นไหว "ฮ่าๆๆๆ" หลี่มู่เหวินหัวسเราะในลำคอ ดวงตาคู่รีหรี่ลงพินิจพิเคราะห์กลไกศิลาเบื้องหน้าอย่างไม่เร่งรีบ มือข้างหนึ่งที่มิได้ถือไหสุราเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้มั่น สัมผัสเย็นเฉียบราวน้ำแข็งสลักส่งผ่านผิวเนื้อ แต่ชีพจรที่เต้นระรัวในกายของนางกลับร้อนรุ่มดั่งไฟกัลป์ "แม่นางจิ้งจื่อ ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือการตายโดยที่ยังไม่ได้ลิ้มรสสุราดีๆ ต่างหากเล่า... อีกอย่าง ข้าบอกแล้วอย่างไร ว่าในยุทธภพนี้ ไม่มีค่ายกลใดขวางทางเดินของเซียนสุราผู้นี้ได้ แม้แต่เงื้อมมือของพยมบาลก็ตามที" สิ้นคำพูด ร่างสูงโปร่งของหลี่มู่เหวินก็ขยับ พลังปราณสีครามเข้มข้นระเบิดออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) แผ่ขยายเป็นวงคลื่นความร้อนแผดเผาไอสังหารรอบกายให้เจือจางลงชั่วพริบตา เขามิได้ถอยหลังหนี กลับพุ่งทะยานไปข้างหน้า... ตรงเข้าสู่จุดอับสายตาของค่ายกล ซึ่งเป็นตำแหน่งหัวใจของพยัคฆ์ที่แม้แต่ผู้สร้างค่ายกลยังมิกล้าเหยียบย่าง! *เปรี้ยง! ครืนนน-* แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของทั้งสองราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก อักขระสีโลหิตนับพันสายกรีดร้องโหยหวนในอากาศ พุ่งเข้าใส่ร่างของหลี่มู่เหวินจนอาภรณ์สีขาวขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นอันเกิดจากศึกนับไม่ถ้วนบนแผ่นหลังกว้าง แต่มือของเขากลับมิได้สั่นเทาแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักดีดออกไปเจ็ดครั้งซ้อน ราวกับกำลังดีดพิณบรรเลงบทเพลงแห่งความตาย *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว กลไกศิลาโบราณที่ฝังอยู่ตามผนังถ้ำหยุดชะงักลงทีละจุดๆ ราวกับถูกกุญแจที่มองไม่เห็นไขเปิดออก พลังปราณพยัคฆ์ที่ดุร้ายเมื่อครู่พลันสลายกลายเป็นหมอกควันสีขาวจางหายไปในพริบตา ความเงียบสงบกลับคืนสู่ถ้ำมืดมิดอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจรดรินของคนทั้งสองที่ยังคงยืนประชิดติดกัน เซียนจิ้งจื่อเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง นางมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยบาดแผลและคราบโลหิตของบุรุษเบื้องหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามปิดตายมาตลอดชีวิตเซียนผู้ตัดขาดกิเลส บัดนี้กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ ปราณกระบี่ในกายของนางปั่นป่วนจนเกือบจะธาตุไฟเข้าแทรก "เจ้า... ใช้เคล็ดวิชาอันใดกันแน่? ตำแหน่งเมื่อครู่คือจุดตายของค่ายกลพยัคฆ์กลืนวิญญาณ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ก็ยังต้องสิ้นชื่อภายในสามลมหายใจ!" เสียงของนางแหบพร่าลง ยามที่เงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาพินิจพิเคราะห์ที่เปี่ยมด้วยประกายเจ้าเล่ห์แต่ทว่าล้ำลึกเกินหยั่งคาด หลี่มู่เหวินยิ้มมุมปาก เขาปล่อยมือจากข้อมือของนาง ชูไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่ น้ำใสสะอาดไหลรินผ่านมุมปากลงสู่ลำคอแกร่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "เคล็ดวิชาอันใดหรือ? ก็คือ... 'ปัญญา' ของบุรุษผู้รักชีวิตและรักอิสระอย่างไรเล่าแม่นาง" เขาหันมาสบตาปะทะกับนางในระยะประชิด กลิ่นอายสุราและบุรุษเพศโชยเข้าจมูกของนางจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ "จำไว้เถอะจิ้งจื่อเอ๋ย ในโลกใบนี้ ไม่มีค่ายกลใดไร้ทางออก เช่นเดียวกับหัวใจที่เย็นชาของเจ้า... มันก็แค่รอคอยใครสักคนมาทำลายกำแพงศิลาลงด้วยความจริงใจเท่านั้นเอง" ใบพักตร์งดงามดั่งหยกสลักของเซียนจิ้งจื่อแดงระเรื่อขึ้นวูบหนึ่งด้วยความโกรธปนความกระดากอาย นางสะบัดหน้าหนีพร้อมกับกระชับกระบี่ในมือแน่น น้ำเสียงกลับมาเย็นชาดังเดิมราวกับต้องการกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "คนไร้ยางอาย! ใครให้เจ้ามาล่วงเกินขวา..." *ครึก... ครืนนน!* ยังไม่ทันที่นางจะได้กล่าววาจาใดจบ พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็พลันยุบตัวลงอย่างกะทันหัน แรงดึงดูดมหาศาลฉุดกระชากร่างของทั้งสองให้ร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวลึกอันไร้ก้นบึ้งที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง! หลี่มู่เหวินคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ปราณกระบี่และปราณสุราหลอมรวมกันเป็นโล่คุ้มกันรอบกาย ท่ามกลางความมืดมิดที่ถาโถมเข้าใส่ เสียงคำรามกึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของบางสิ่งที่ทรงพลังกว่าพยัคฆ์นับร้อยตัวกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ก้นเหว... ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งคู่ใหญ่กำลังลืมตาขึ้นในความมืด พร้อมกับกลิ่นอายกดดันระดับที่ทำให้วิญญาณต้องสั่นสะท้าน! - ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ - เซียนสุราเมามาย
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%