กลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของสุรารสเลิศในไหกระเบื้องเคลือบ หลี่มู่เหวินไม่ได้สนใจซากศพของมือสังหารเงาที่นอนระเกะระลาะอยู่เบื้องล่างแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองคราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่บนเสาไม้แกะสลักของตำหนักอุทัยธรรมอย่างพิจารณา ปราณกระบี่ที่เพิ่งแผ่ซ่านออกไปเมื่อครู่ยังคงทิ้งไอเย็นเยือกไว้ตามรอยแตกของพื้นศิลา
"ช่างเป็นวิชาปราณอัคคีทมิฬที่ประณีตเสียจริง... คนที่จะซ่อนเร้นร่องรอยการฝึกปรือนี้ไว้ได้ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ศิษย์ระดับล่างผู้ไร้ชื่อเสียง"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่ร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของ เซียนจิ้งจื่อ ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนางปรายตามองซากศพเหล่านั้นด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี นางไม่แม้แต่จะชายตามองไหสุราในมือของชายหนุ่ม ทว่าความตึงเครียดในบรรยากาศกลับชัดเจนยิ่งกว่าเสียงคำรามของสายฟ้าฟาดในยามค่ำคืน
"เจ้ากำลังสงสัยใคร..." น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก แต่หลี่มู่เหวินกลับสัมผัสได้ถึงคมกระบี่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้วาจานั้น
ชายหนุ่มยกไหสุราขึ้นจิบอึกหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "แม่นางจิ้งจื่อ... ในยุทธภพนี้ มีใครบ้างไม่รู้ว่าสำนักกระบี่เยือกแข็งของท่านถือครองกฎเกณฑ์คุณธรรมค้ำ ฟ้าดั่งเสาหินสวรรค์ แต่กระนั้น เสาหินที่ยิ่งใหญ่ปานใด หากมีปลวกชอนไชอยู่ภายใน ต่อให้ภายนอกจะเคลือบด้วยทองคำบริสุทธิ์ สักวันมันก็ต้องพังครืนลงมาด้วยน้ำมือของตนเอง"
คำพูดนั้นบาดลึกดั่งคมมีด เซียนจิ้งจื่อขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวสวยกระชับด้ามกระบี่ประจำกายแน่นขึ้นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "เจ้าหมายความว่า... ภายในสำนักของเรา มีหนอนบ่อนไส้เช่นนั้นหรือ? พูดจาเหลวไหล! ผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงทุกรูปนามล้วนผ่านการทดสอบจิตใจด้วยค่ายกลชำระวิญญาณ ไม่มีทางที่มารนอกรีตจะแทรกซึมเข้ามาได้"
"ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี แม่นางน้อย... แต่ความเย่อหยิ่งต่างหากที่เป็นหลุมฝังศพชั้นดี" หลี่มู่เหวินหันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง แววตากวนประสาทเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังลึกล้ำจนน่ากลัว เขาชี้ไปยังรอยแผลบนหน้าอกของศพเบื้องล่าง "ลองดูวิชานี้ให้ดีสิ รอยกระบี่เจ็ดดาวสยบมาร... เป็นเคล็ดวิชาลับเฉพาะของสำนักกระบี่เยือกแข็งมิใช่หรือ? แต่ทว่า แก่นแท้ของกระบวนท่านี้กลับถูกบิดเบือนด้วยพลังปราณโลหิตสายหนึ่ง ซึ่งมีเพียง 'ผู้สำเร็จวิชาขั้นสูง' ของพวกท่านเท่านั้นจึงจะถ่ายทอดออกมาได้"
เซียนจิ้งจื่อชะงัก นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้ลมหายใจนั้นคุกเข่าลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสรอยแผล สีหน้าของนางเปลี่ยนจากความดื้อรั้นเป็นความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวนางพลันปั่นป่วนจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมรอบกาย
"นี่มัน... เคล็ดวิชาสลายวิญญาณเก้าสวรรค์..." เสียงของนางสั่นพร่าเล็กน้อย "วิชานี้สูญหายไปจากหอคัมภีร์ลับตั้งแต่เหตุการณ์กวาดล้างเมื่อสามสิบปีก่อนแล้ว เหตุใดมือสังหารเดนตายพวกนี้จึงฝึกฝนมันได้!"
"นั่นเพราะมันไม่ได้สูญหายอย่างไรล่ะ..." หลี่มู่เหวินทอดถอนหายใจยาวนาน ยกไหสุราขึ้นซดอีกคราเพื่อดับความกระด้างในคอ "มันแค่ถูกย้ายจาก 'หอคัมภีร์' ไปอยู่ใน 'ห้องส่วนตัว' ของคนผู้หนึ่ง... คนที่พวกท่านให้ความเคารพรักและเชื่อใจมากที่สุดต่างหาก"
บรรยากาศภายในตำหนักพลันตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด ลมพายุภายนอกเริ่มโหมกระหน่ำพัดพาเอาละอองฝนสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างที่แตกละเอียด เสียงฟ้าร้องคำรามสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับสวรรค์กำลังพิโรธต่อความเน่าเฟะที่ถูกเปิดโปง
เซียนจิ้งจื่อลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ นางอุทิศตนเพื่อความยุติธรรม ยึดมั่นในวิถีแห่งธรรมะมาตลอดชีวิต แต่บัดนี้รากฐานที่นางยืนอยู่กลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่สร้างขึ้นบนกองเลือดและคำโกหก
"เจ้ามีหลักฐานอันใด... ที่จะกล่าวหาเช่นนี้?" นางเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด
"หลักฐานน่ะหรือ?" หลี่มู่เหวินยิ้มเยาะ ดวงตาคมกริบมองทะลุผ่านความมืดเบื้องนอกไปยังตำหนักใหญ่ใจกลางสำนัก "ไม่ต้องหาหลักฐานที่ไหนไกลหรอก... เพราะดูเหมือนว่า 'แขกผู้ไม่速เชิญ' จะเดินทางมาไขข้อข้องใจให้เราด้วยตนเองแล้ว"
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ประตูหินหนักอึ้งของตำหนักอุทัยธรรมก็ถูกระเบิดออกด้วยพลังปราณอันรุนแรงมหาศาล เศษหินนับร้อยชิ้นปลิวว่อนดั่งห่าฝน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาโลหิตก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ จนทำให้ลมหายใจของเซียนจิ้งจื่อสะดุดกึกลงทันที
และเมื่อเงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หมวกปีกกว้าง นัยน์ตาของเซียนจิ้งจื่อก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ นางอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดในชีวิต
"ทะ... ท่านอาจารย์ลุง! เป็นไปได้อย่างไร..."
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนสุราเมามาย
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 9
รอยร้าวในสำนักธรรมะ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!