กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในงานชุมนุมยุทธภพไม่ได้ทำให้รสสุราในไหของหลี่มู่เหวินจืดจางลงแม้แต่น้อย เขายกไหสุราขึ้นจรดริมฝีปาก ปล่อยให้น้ำสีอำพันไหลผ่านลำคอท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงเหล็กกระทบกันระงมราวกับโรงฆ่าสัตว์
"หึ... งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่งานฆ่าฟันเช่นนี้ ดูกี่ครั้งก็ชวนให้เวียนหัวเสียจริงนะครับ" หลี่มู่เหวินเปรยขึ้นเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองความโกลาหลเบื้องหน้าโดยไม่มีทีท่าตื่นตระหนก
กลางลานพิธีหินผาอันกว้างใหญ่ บัดนี้กลายเป็นทุ่งสังหารย่อมๆ ศิษย์สำนักใหญ่และเหล่าพรรคพวกต่างห้ำหั่นกันเองด้วยแรงยุยงของผลประโยชน์และคัมภีร์วิชาที่สูญหาย ความโลภเป็นพิษร้ายที่รุนแรงยิ่งกว่าสุราหมักร้อยปี
"หลี่มู่เหวิน! เจ้ายังกล้าดื่มสุราอยู่อีกหรือ! ส่งคัมภีร์กระบี่พิชิตฟ้ามาเสีย มิฉะนั้นวันนี้ศพของเจ้าจะไม่ได้ฝังกลบ!" เสียงคำรามดังก้องสะท้อนจากไป๋ฮ่าว ผู้วิหาญแห่งพรรคอัคคีทมิฬ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือถือกระบี่เพลิงที่แผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
หลี่มู่เหวินถอนหายใจยาวนาน เขาค่อยๆ วางไหสุราลงบนพื้นหินอย่างทะนุถนอม ราวกับเด็กน้อยที่กำลังวางแก้วน้ำชา ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาของจอมยุทธ์พเนจรเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและรอยยิ้มกวนประสาทที่ผู้ใดเห็นก็อยากพุ่งเข้าไปชกให้คว่ำ
"ศพของข้าจะฝังกลบที่ใดนั้น ข้าไม่ทราบหรอกครับ... แต่ถ้าเป็นท่าน เกรงว่าอีกไม่กี่เค้าโมงข้างหน้า คงเหลือเพียงซากให้แร้งกาจิกกินเสียมากกว่า"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เหวินก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี!
"ระวัง!" เสียงตะโกนเตือนของผู้อาวุโสพรรคพวกเดียวกันดังขึ้นช้าเกินไป
ประกายกระบี่สีครามพาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ท่ามกลางความมืดมิดของยามสนธยา ปราณกระบี่เย็นเฉียบพวยพุ่งออกมาจากฝักไม้เก่าๆ ที่หลี่มู่เหวินถือไว้ มันไม่ใช่กระบี่วิเศษอันใด แต่เมื่ออยู่ในมือของบุรุษผู้บรรลุวิถีแห่งสุราและกระบี่ไร้ลักษณ์ มันกลับทรงพลังเสียจนสามารถผ่าผืนแผ่นดินออกเป็นสองซีกได้
*ฉับ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังประสานกับเสียงลมหายใจที่สะดุดกึก ไป๋ฮ่าวเบิกตากว้าง คราบเลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกจากลำคอของมัน ร่างกายกำยำทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหิน ดาบเพลิงในมือหลุดร่วงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่ยินยอมจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานประลองชั่วขณะ ทุกสายตาหันมาจดจ้องที่บุรุษชุดคลุมสีเทาซีดผู้ยืนถือไหสุราด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครมองทันด้วยซ้ำว่าเขาชักกระบี่ออกจากฝักตั้งแต่เมื่อใด รวดเร็ว ปิดชีพ และอย่างไร้ความปรานี
ทว่า ในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังจะปะทุขึ้นอีกระลอก รังสีดาบอันเย็นเยียบราศีกน้ำแข็งพันปีก็พุ่งทะยานลงมาจากยอดเขา เบื้องบนท้องนภามีร่างระหงในชุดขาวบริสุทธิ์ลอยตัวลงมาอย่างสง่างาม นางถือกระบี่เยือกแข็งที่แผ่ไอความหนาวเหน็บจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงมา
เซียนจิ้งจื่อ... นางปรากฏกายขึ้นแล้ว
ดวงตาคู่สวยราวกับหยกสลักเย็นชาไร้ความรู้สึก กวาดมองซากศพและกองเลือดนองทั่วลานประลองด้วยความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ นางปรายตามองหลี่มู่เหวินที่ยังคงยืนยิ้มกริ่มเช็ดคราบสุราที่มุมปาก
"เจ้าสร้างเรื่องวุ่นวายอีกแล้วนะ... หลี่มู่เหวิน" น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก แต่กลับทรงพลังกดดันจนเหล่าจอมยุทธ์รอบด้านต้องถอยหลังไปคนละก้าว
"โธ่... แม่นางจิ้งจื่อ ข้าเพียงแต่ปกป้องตนเองจากพวกสุนัขบ้าเหล่านี้ต่างหากครับ ท่านมาก็ดีแล้ว ช่วยมาดื่มเป็นเพื่อนข้าสักไหหน่อยเถอะ บรรยากาศนองเลือดเช่นนี้ เหมาะกับการดื่มด่ำสุราเคล้าเสียงกระบี่เป็นที่สุด" หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ติดตลก แต่แววตาที่มองนางกลับซ่อนความห่วงใยล้ำลึกเอาไว้
เซียนจิ้งจื่อไม่ตอบคำ นางยกกระบี่ในมือขึ้นชี้ตรงมาที่อกของเขา ปราณกระบี่พุ่งเข้าจี้จุดสกัดทันที "หุบปากของเจ้าเสีย แล้วส่งคัมภีร์มา สำนักกระบี่เยือกแข็งจำเป็นต้องนำมันไปทำลายเพื่อความสงบสุขของยุทธภพ!"
"หากข้าบอกว่า... คัมภีร์นั้นไม่อยู่ที่ข้าเล่าครับ?" หลี่มู่เหวินแย้มยิ้มท้าทาย ไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ปลายกระบี่ของนางอยู่ห่างจากหัวใจเขาเพียงคืบเดียวเท่านั้น
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ลานประลองกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง เสียงคำรามดังกึกก้องมาจากขุมนรกเบื้องล่าง ราวกับมีสัตว์อสูรบรรพกาลกำลังจะตื่นจากการหลับใหล
ควันสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นจากรอยแยกของแผ่นดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน
*ครืนนน...!*
ร่างเงาสลัวนับร้อยปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันทมิฬ ผู้นำขบวนคือบุรุษสวมหน้ากากกระดูกมาร ดวงตาสดใสสีเลือดจ้องมองมาที่หลี่มู่เหวินและเซียนจิ้งจื่อด้วยความกระหายเลือด
"ฮ่าๆๆ... ไม่ต้องแย่งชิงกันหรอก... วันนี้พวกเจ้าทุกคน... จะต้องตายอยู่ที่นี่ทั้งหมด!"
เซียนจิ้งจื่อหน้าเปลี่ยนสีทันที นางอุทานออกมาเบื้องหน้า "มารโลหิตทมิฬ... มันแหกคุกสวรรค์ออกมาได้อย่างไร?!"
หลี่มู่เหวินหุบยิ้มกวนประสาททันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด รอยแผลเป็นที่ฝ่ามือเริ่มเปล่งแสงสีทองจางๆ ออกมาทะลุเนื้อผ้า
— แล้วความลับที่เขาปิดบังมาตลอดสิบปี ก็กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในวินาทีนี้เอง!
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนสุราเมามาย
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 10
เลือดนองกลางลานประลอง
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!