เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 11

ทางเลือกที่ไร้จุดหมาย

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นอายความอับชื้นของถ้ำผาหมื่นศักษ์คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท แสงไฟสีนวลจากไข่มุกราตรีส่องกระทบให้เห็นร่างสองร่างที่นั่งห่างกันเพียงคืบ ทว่ากลับราวกับมีเหวไร้ก้นบึ้งขวางกั้นอยู่ตรงกลาง หลี่มู่เหวินยกไหสุราขึ้นจิบช้าๆ ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าผู้กำลังกำด้ามกระบี่จนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของเซียนจิ้งจื่อบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาคู่หงส์ที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี กลับกำลังสั่นไหวระริกราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ "เจ้าลังเล..." หลี่มู่เหวินเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาราบเรียบและเจือความเย้าหยวนเช่นเคย ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนในฝัก "ในฐานะทายาทอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เย็นชา ผู้ผดุงคุณธรรมและกวาดล้างมารร้ายมาครึ่งชีวิต การตัดสินใจปลิดชีพคนผู้หนึ่ง เหตุใดจึงทำให้มืออันบอบบางคู่นั้นสั่นเทาได้ถึงเพียงนี้เล่า แม่นางจิ้งจื่อ" "เจ้าหุบปากไปเสีย!" เซียนจิ้งจื่อเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างอรชรสะท้านเฮือก พลังปราณคุ้มกายแผ่ซ่านออกมาอย่างควบคุมไม่ได้จนหินงอกหินย้อยรอบถ้ำร้าวราน นางหันมาจ้องหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและความสับสนที่สั่งสมมานาน ความแตกแยกในใจของนาง ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอต่อศัตรู แต่มันเกิดจาก 'รากเหง้า' ของวิชาที่นางฝึกฝน ตลอดชีวิตที่ผ่านมา สำนักกระบี่เย็นชาพร่ำสอนนางเสมอมาว่า 'ตัดขาดกิเลส ตัดสิ้นไมตรี จึงจะบรรลุวิถีกระบี่สูงสุด' แต่ในยามที่นางเผชิญหน้ากับความจริง ว่าคัมภีร์กระบี่ที่บรรพบุรุษของสำนักกราบไหว้บูชานั้น แท้จริงแล้วแลกมาด้วยการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ผู้บริสุทธิ์เพื่อแย่งชิงพลังปราณ จิตใจที่ยึดมั่นในความถูกต้องมาตลอดก็พังทลายลงในชั่วพริบตา และคนที่ดึงนางขึ้นมาจากหลุมพรางแห่งความงมงายนั้น... กลับเป็นบุรุษผู้พเนจร กวนประสาท และถือไหสุราไม่เคยห่างกายผู้นี้ "ข้าไม่ได้ลังเลที่จะฆ่าคนชั่ว..." เซียนจิ้งจื่อกล่าวเสียงสั่น นางก้มมองฝ่ามือตนเองที่เปื้อนคราบเลือดของผู้อาวุโสในสำนักตัวเอง "แต่ข้ากำลังลังเลว่า... สิ่งที่ข้าเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต สิ่งที่ข้าปกป้องและแลกมาด้วยหยาดเหง้าและคราบน้ำตา แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่? หลี่มู่เหวิน... หากวิถีแห่งธรรมที่ข้าเดินอยู่คือความหลอกลวง แล้วหนทางที่เจ้าเดินอยู่... มันคืออะไร?" หลี่มู่เหวินชะงักไหสุราที่ค้างอยู่ริมปาก รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหายไปแทนที่ด้วยความลึกล้ำยากหยั่งถึง เขาค่อยๆ วางไหสุราลงบนพื้นหิน เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ ชายหนุ่มขยับกายเข้าไปใกล้ นางมิได้ถอยหนี ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมออกไปแตะที่ปลายกระบี่เยือกแข็งเบาๆ ปราณอัคคีพิสุทธิ์สายหนึ่งไหลเวียนผ่านปลายนิ้วเข้าต้านทานไอเย็นที่แผ่ออกมาอย่างน่ากลัว "เจ้าอยากรู้หรือว่าหนทางของข้าคืออะไร?" หลี่มู่เหวินกระซิบแผ่วเบา ชิดริมหูของนางจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "หนทางของข้าไม่มีคุณธรรมค้ำคอ ไม่มีสำนักให้ต้องปกป้อง และไม่มีบัญญัติสวรรค์ใดๆ มาบงการ... ข้าเพียงแค่ดื่มสุรา มองดูความอยุติธรรมของโลกใบนี้ แล้วใช้กระบี่ในมือฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อมีชีวิตรอดไปกับคนที่ข้า... อยากปกป้อง" คำว่า 'คนที่อยากปกป้อง' ทำให้หัวใจของเซียนจิ้งจื่อกระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาคู่นั้น ดวงตาที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดไว้ใต้ความเจ้าสำราญ บัดนี้กลับสะท้อนภาพเงาของนางไว้อย่างชัดเจนและมั่นคง "เจ้าหมายความว่า..." "จิ้งจื่อเอ๋ย" หลี่มู่เหวินยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่พวกเขาเดินทางร่วมกัน "ฟ้าดินไร้ความเมตตา มองสรรพสิ่งเป็นเพียงสุนัขดิน หากสำนักกระบี่เย็นชาของเจ้ามันเน่าเฟะจนเกินเยียวยา เหตุใดต้องแบกรับมันไว้บนบ่าให้หลังหักเล่า? วางกระบี่เล่มนั้นลง... แล้วมาเป็นเซียนสุราไร้สำนักเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าเสียยังจะดีกว่า" คำกล่าวนี้ราสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเซียนจิ้งจื่อ ร่างของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความขัดแย้งในใจปะทุขึ้นถึงขีดสุดระหว่าง 'หน้าที่และเกียรติยศ' ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย กับ 'อิสรภาพและหัวใจ' ที่นางเพิ่งค้นพบ นางสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงช้าๆ น้ำใสๆ หยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตา กระทบลงบนคมกระบี่เยือกแข็งจนเกิดเสียงดังเป๊าะราวกับจิตวิญญาณของนางกำลังแตกสลายและก่อร่างใหม่ ทว่า... ในวินาทีที่นางกำลังจะตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือหนาของหลี่มู่เหวิน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากปากถ้ำ! *ตูมมมม!* เศษหินและฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล แรงระเบิดรุนแรงซัดร่างของทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทาง หลี่มู่เหวินพลิกตัวกลางอากาศ กระบี่บินพุ่งออกจากฝักตวัดคุ้มกายทันที แต่นัยน์ตาของเขากลับหดแคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่แผ่พุ่งเข้ามา เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามาอย่างช้าๆ กลิ่นอายกดดันระดับจักรพรรดิเทพแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งบริเวณจนแม้แต่หายใจยังทำได้ยากลำบาก "ศิษย์น้องจิ้งจื่อ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้น พร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่ชี้ตรงมายังหัวใจของเซียนจิ้งจื่อ "เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก ถึงขนาดกล้าหันหลังให้สำนักและคิดจะแปรพักตร์ไปอยู่กับมารร้ายเช่นมัน... วันนี้ ข้าในนามของเจ้าสำนักคนใหม่ จะเป็นผู้ล้างมลทินให้แก่บรรพชนด้วยโลหิตของเจ้าเอง!" เซียนจิ้งจื่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือน *ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ* เซียนสุราเมามาย
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%