"หากเจ้ายังก้าวเท้าซ้ายนำหน้าอีกเพียงครึ่งนิ้ว... เกรงว่าขวดสุราในมือข้าคงต้องเปลี่ยนสถาน
จากเครื่องดื่มบรรเทาความหนาว กลายเป็นอาวุธปลิดวิญญาณของพวกเจ้าแทนแล้วกระมังครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโรงเตี๊ยมรกร้างนอกเมืองอี้โจว
บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
เงาร่างของมือสังหารจากพรรคอสูรโลหิตนับสิบชีวิตยืนล้อมรอบโต๊ะไม้เก่าๆ
ดวงตาของพวกมันแดงก่ำดั่งโลหิต แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่พร้อมจะฉีกกระชากเป้าหมายเป็นชิ้นๆ
ทว่า ใจกลางวงล้อมนั้น... หลี่มู่เหวิน กลับยังคงนั่งเอกเขนกเอייהหลังพิงเสาไม้
มือข้างหนึ่งถือไหเหล้าเซรามิกเก่าคร่ำครึ อีกข้างคีบตะเกียบไม้ไผ่คานหมูสามชั้นตุ๋นด้วยท่าทางเกียจคร้าน
ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมามายไร้สติ แต่ลึกเข้าไปในนัยน์ตากลับทอประกายคมกริบดั่งดาราในห้วงนภากว้าง
"หลี่มู่เหวิน! วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็ยากที่จะรอดพ้นเงื้อมมือของพวกเราไปได้
ส่งคัมภีร์กระบี่เก้าสุริยันมาเสียโดยดี มิฉะนั้น... ข้าจะตัดหัวนางเซียนผู้นั้นให้เจ้าดูต่างหน้า!"
หัวหน้ามือสังหารสวมหน้ากากยักษ์เอ่ยคำรามด้วยเสียงแหบพร่า
พลางชี้กระบี่เหล็กกล้าไปยังร่างของ เซียนจิ้งจื่อ ที่นั่งสงบนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เซียนจิ้งจื่อไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมัน นางเพียงหลับตาลงช้าๆ
ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนางสะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยโหว่ของหลังคา
ราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งที่ไม่แปดเปื้อนธุลีใดๆ กระบี่เจตภูตในฝักข้างกายสั่นระริกเบาๆ
คล้ายกำลังส่งเสียงเตือนถึงพายุโลหิตที่กำลังจะโหมกระหน่ํา
หลี่มู่เหวินหัวเราะ "ฮ่าๆๆ..." เสียงหัวเราะเจือกลิ่นสุราลอยวนอยู่ในอากาศ
เขาเงยหน้าขึ้นซดสุรารวเดียวหมดไห หยดสุราหยาดสุดท้ายไหลรินผ่านมุมปากลงสู่ลำคอแกร่ง
ก่อนจะวางไหกระแทកโต๊ะดัง *ปัง!* สะเทือนขวัญผู้คน
"เจ้าพวกสุนัขรับใช้... ความจริงแล้วข้าเกลียดการลงมือยามเมามายที่สุด
เพราะมันทำให้ข้าต้องเสียเวลาเช็ดคราบเลือดออกจากเสื้อผ้าชุดโปรด"
หลี่มู่เหวินถอนหายใจยาวนาน พลางส่ายหัวเบาๆ
"แต่ในเมื่อพวกเจ้าไร้มารยาทถึงเพียงนี้ รบกวนเวลาสุนทรีย์ของข้ากับสหาย...
เห็นทีข้าคงต้องสั่งสอนพวกเจ้าให้รู้จักคำว่า 'สำนึก' เสียหน่อยแล้วนะครับ"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เหวินก็หายวับไปจากสายตา!
*ฟุบ!*
ความเร็วระดับนี้เหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการของมือสังหารพรรคอสูรโลหิตไปไกลลิบ
หัวหน้ามือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น
มันตวัดกระบี่หมายจะแทงไปข้างหลัง ทว่า... สายเกินไปเสียแล้ว!
ปลายนิ้วเรียวยาวราวกับหยกขาวของหลี่มู่เหวินแตะเบาๆ ที่หัวไหล่ขวาของมัน
ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง ไม่มีประกายไฟรุนแรง มีเพียงเสียงคล้ายกระดาษถูกฉีกขาดเบาๆ
*แควก!*
ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับพันสายทะลวงผ่านจุดชีพจรทั่วร่างของมือสังหารผู้นั้นในพริบตาเดียว
เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ร่างของมันแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดฮวบลงกับพื้น แน่นิ่งสนิทอย่างไร้เสียงร้อง
"หัวหน้า!" เหล่าสมุนมือสังหารกรีดร้องด้วยความตกใจกลัว ขวัญหนีดีฝ่อ
"วิชา... วิชาประหลาดอันใดกัน! พวกเราล้อมมันไว้! ฆ่ามัน!"
พริบตานั้น มือสังหารที่เหลืออีกแปดนายต่างปลดปล่อยพลังปราณขั้นกำเนิดวิญญาณออกมาพร้อมกัน
คลื่นพลังสีดำทะกาฬพรั่งพรูออกมาจากร่าง หลอมรวมกันเป็นกรงเล็บอสูรมหึมากลางอากาศ
พุ่งเข้าตะปบใส่หลี่มู่เหวินและเซียนจิ้งจื่อจากทุกทิศทุกทาง แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าปริแตกละเอียดเป็นจุล
เซียนจิ้งจื่อลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีครามฉายแววเย็นเยียบ นางเตรียมชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อจัดการกรงเล็บอสูรนั้น
ทว่า หลี่มู่เหวินกลับเอื้อมมือไปกุมข้อมือเรียวของนางไว้เบาๆ
"ศิษย์น้องจิ้งจื่อ... นั่งเฉยๆ ดื่มชาร้อนๆ ที่ข้าเพิ่งรินให้เถอะครับ
เรื่องกวาดขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยเช่นนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนเมาอย่างข้าเถอะ"
น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น
หัวใจของเซียนจิ้งจื่อกระตุกวูบหนึ่ง นางชะงักมือที่กำลังกุมด้ามกระบี่ มองสบตาชายหนุ่มที่ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้
ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่ก้นบึ้งจิตใจอันเย็นชาของนางอย่างห้ามไม่ได้
หลี่มู่เหวินสะบัดแขนเสื้อขวาขึ้นครั้งหนึ่ง...
ไหเหล้าเปล่าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเมื่อครู่พลันลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมคม
*ฉับพลันนั้นเอง!*
รัศมีกระบี่สีครามเข้มข้นระเบิดออกมาจากร่างของหลี่มู่เหวิน
มันไม่ใช่ปราณกระบี่ธรรมดา หากแต่เป็น "เจตంటะกระบี่สวรรค์" ที่ถูกผนึกไว้ในสุราหมักร้อยปี!
บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมแปรเปลี่ยนเป็นหนצוเหน็บดั่งยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะบนยอดเขาหมื่นปี
อักขระเวทสีทองโบราณปรากฏขึ้นรอบตัวเขา หมุนวนเป็นค่ายกลกระบี่ขนาดย่อมที่สะกดข่มฟ้าดิน
"ระบำสุรา... กระบี่ที่หนึ่ง: เมามายผาดโผน กลืนดารา!"
หลี่มู่เหวินดีดนิ้วมือเบาๆ ไหเหล้าเซรามิกแตกละเอียดเป็นผุยผง
เศษเสี้ยวเศษกระเบื้องแต่ละชิ้นแปรสภาพเป็นคมกระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับฝนดาวตก!
*ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันไม่ขาดสาย
มือสังหารพรรคอสูรโลหิตทั้งแปดนายไม่ทันแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องขอชีวิต
ร่างของพวกมันถูกคมกระบี่จากเศษกระเบื้องตัดผ่านร่างจนกลายเป็นชิ้นเนื้อกระจายเกลื่อนกลาด
เลือดสีดำสาดกระเซ็นย้อมผนังโรงเตี๊ยมจนกลายเป็นสีแดงฉานน่าสยดสยอง
ทว่า ไม่มีหยดเลือดแม้แต่หยดเดียวที่กระเด็นมาโดนชายเสื้อของหลี่มู่เหวินและเซียนจิ้งจื่อแม้แต่น้อย
ความเงียบสงัดกลับมาเยือนอีกครั้ง...
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หลี่มู่เหวินถอนหายใจเฮือกใหญ่
เขายกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองเบาๆ พลางบ่นพึมพำ
"เฮ้อ... มือไม้แข็งกระด้างไปหมดแล้วจริงๆ สงสัยช่วงนี้ข้าดื่มสุราน้อยเกินไปสินะครับ
ถึงได้ใช้เวลาจัดการพวกสวะพวกนี้นานถึงสามลมหายใจเต็มๆ"
เซียนจิ้งจื่อมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาซับซ้อน แม้มนุษย์ผู้นี้จะมีนิสัยกวนประสาทและชอบพูดจาเหลวไหล
ทว่า ฝีมือที่แท้จริงกลับลึกล้ำจนน่ากลัว วิชาลับที่เขาซ่อนไว้ภายใต้คราบคนเมาผู้นี้
เกรงว่าแม้แต่ผู้วอาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่ของนางก็ยังไม่อาจเทียบเคียงได้
"เจ้า..." เซียนจิ้งจื่อกำลังจะเอ่ยปากถามถึงที่มาของเคล็ดวิชาเมื่อครู่
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง...
ทัศนียภาพรอบกายพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
แสงจันทร์สีนวลภายนอกหน้าต่างถูกกลืนหายไปในพริบตา
ท้องนภายามค่ำคืนมืดมิดสนิทไร้แสงดาว เมฆหมอกสีเลือดปกคลุมหนาทึบจนมองไม่เห็นสิ่งใด
และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... เสียงกลองศึกดังกึกก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากห้วงมิติเบื้องบน
ราวกับมีกองทัพมหึมานับแสนนายกำลังเคลื่อนทัพลงมาสู่โลกมนุษย์!
*ตูมมม!*
หลังคาโรงเตี๊ยมถูกพลังลึกลับบางอย่างระเบิดกระצายออกเป็นเสี่ยงๆ
เงาร่างหนึ่งในชุดเกราะทองคำโบราณ แผ่รังสีปราณกดดันระดับบรรพชนขั้นหลอมรวมสวรรค์
ลอยเด่นอยู่กลางอากาศเหนือหัวของพวกเขาทั้งสอง
ดวงตาสสีทองคู่นั้นจ้องมองลงมายังหลี่มู่เหวินด้วยความกระหายเลือด
ก่อนที่เสียงกังวานราวกับอสุนีบาตจะดังขึ้นบาดแก้วหู:
"หลี่มู่เหวิน! ในที่สุดข้าก็หาตัว 'กุญแจผนึกมาร' เช่นเจ้าพบเสียที... ส่งชีวิตและวิชาของเจ้ามาซะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ
- เซียนสุราเมามาย -
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 6
วิชาลับในคราบคนเมา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!