กลิ่นอายความตายไม่ได้มาพร้อมกับเสียงคำรามของสายฟ้าหรือกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง แต่... มันมาพร้อมกับความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวจนลมหายใจต้องสะดุด
“แม่นางจิ้งจื่อ... บางครั้งการเป็นคนดีถือศีลเคร่งครัดจนเกินไป ก็ทำให้เรามองไม่เห็นเงาหัวของโจรที่อยู่ข้างหลังนะ”
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของ *“หุบเขาพันธนาการเงา”* หลี่มู่เหวินเอี้ยวตัวหลบคมกระบี่สีนิลกาฬที่แทงเฉียดใบหูของเขาไปเพียงเส้นยาแดงเดียว ปลายกระบี่นั้นกรีดผ่านเส้นผมสีดำสนิทร่วงหล่นลงพื้นสองสามเส้น ในมือของเขายังคงถือไหสุราหยกขาวกระเบื้องเคลือบที่พร่องน้ำไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์ดั่งสุนัขจิ้งจอกเจ้าปัญญา ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มหยันให้กับความตายที่เพิ่งเฉียดผ่าน
เซียนจิ้งจื่อไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่วิหคเหมันต์ในมือส่งเสียงกรีดร้องเสียดแทศสวรรค์ พลังปราณกระบี่สีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง หักล้างแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากยอดหน้าผาสูงชัน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบจนกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา
“หุบปากของท่านเสีย หลี่มู่เหวิน หากเจ้ายังมัวแต่เล่นลิ้น ระวังหัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่าก่อนจะได้ดื่มสุราไหต่อไป”
น้ำเสียงของนางเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี ทว่าในความเยือกเย็นนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง นางก้าวเท้าพลิ้วไหวราวกับเทพธิดากลางAรรายพายุหิมะ ร่างระหงพุ่งทะยานเข้าปะทะกับเงามืดที่กำลังพรั่งพรูออกมาจากซอกหินราวกับฝูงผีดิบกระหายเลือด
*ฉับ!*
ประกายไฟวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด มือสังหารไร้นามนับสิบชีวิตปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน พวกมันสวมชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากเหล็กไร้ลวดลาย ดวงตาทุกคู่ไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต ราวกับเป็นหุ่นเชิดที่ถูกควบคุมด้วยจิตสังหารบริสุทธิ์ อาวุธในมือของพวกมันคือ *“มีดบินไร้เงา”* ที่อาบยาพิษสลายวิญญาณ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดในยุทธภพ
“ระวังตัวด้วย...” หลี่มู่เหวินถอนหายใจยาวเหยียด ยกไหสุราขึ้นซดอั๊กใหญ่ น้ำใสสีอำพันไหลย้อยลงมาตามมุมปากและลำคอแกร่ง ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภาพมายา
*วิ้ง—!*
พริบตานั้น เงาร่างของหลี่มู่เหวินก็ไปปรากฏอยู่เบื้องหลังมือสังหารผู้หนึ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวที่ดีดออกไปราวกับสายดีดพิณ ปะทะเข้ากับจุดชีพจรสำคัญบนหลังคอของมันอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง มือสังหารร่างยักษ์ล้มฟุบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นทันทีโดยที่ดวงตายังเบิกกว้าง
“วิชา *‘ดรรชนีสลายวิญญาณ’*... เจ้ายังคงใช้มันอย่างไร้ความปรานีเช่นเคยนะ” เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นขณะที่เซียนจิ้งจื่อสะบัดกระบี่กวาดล้างศัตรูรอบกายจนกระเด็นถอยไปสามก้าว นางเหลียวมองบุรุษผู้สำราญใจท่ามกลางวงล้อมด้วยหางตา
“ข้าเพียงแต่ช่วยให้พวกมันหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานในยุทธภพต่างหากเล่า แม่นางจิ้งจื่อ... คนเราเกิดมาล้วนเหนื่อยยาก ไฉนเลยต้องมาเป็นเครื่องมือให้คนเบื้องบนใช้งานจนตัวตายด้วยเล่า?” หลี่มู่เหวินหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบหุบเขา สัญชาตญาณของจอมยุทธ์พเนจรบอกเขาว่า การซุ่มโจมตีในครั้งนี้... ไม่ใช่ฝีมือของสำรรคลาสสิกทั่วไปอย่างแน่นอน
กลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมาจากเงามืดเหล่านี้นั้น... คล้ายคลึงกับ *“คัมภีร์โลหิตกลืนตะวัน”* วิชาต้องห้ามที่สูญหายไปจากยุทธภพเมื่อสามร้อยปีก่อน!
“ระวัง!”
เซียนจิ้งจื่ออุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลี่มู่เหวินก็แตกร้าวออก อักขระสีดำทมิฬนับร้อยสายพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินราวกับหนวดปลาหมึกยักษ์ มันพันธนาการข้อเท้าของเขาเอาไว้แน่น พร้อมกับดึงรั้งร่างของเขาให้จมดิ่งลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง!
“หึ... รอเวลานี้อยู่พอดี”
หลี่มู่เหวินไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย พลังปราณสีทองอร่ามระเบิดออกจากตัน田 (ดันเตียน) ของเขาราวกับดวงอาทิตย์แผดเผา ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอักขระสีดำส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะสะบัดหลุดจากการพันธนาการนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศลงมาจากยอดหน้าผาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า ปลายกระบี่สีเลือดพุ่งตรงมายังจุดตายกลางหน้าอกของเขาอย่างไร้ความปราณี!
เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การสังหารเซียนจิ้งจื่อ... แต่คือชีวิตของหลี่มู่เหวินผู้กุมความลับของเคล็ดวิชาที่สาบสูญ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 5
หุบเขาพันธนาการเงา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!