เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 19

คำสารภาพของสายลับ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
คมกระบี่สีดำสนิทแฝงกลิ่นอายความตายพุ่งแหวกอากาศมาอย่างเงียบเชียบ ประหนึ่งอสรพิษซ่อนพิษร้ายใต้ร่มเงาไม้ เป้าหมายคือจุดตายตรงกึ่งกลางแผ่นหลังของหลี่มู่เหวิน ทว่าในยุทธภพนี้ ผู้ที่สามารถเอาชีวิตรอดจากการลอบสังหารนับครั้งไม่ถ้วน ย่อมมิได้อาศัยเพียงโชคชะตา หากแต่เป็นสัญชาตญาณที่ถูกขัดเกลาผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน *ฉับ!* ร่างของหลี่มู่เหวินเบี่ยงหลบไปด้านข้างราวกับสายน้ำไหล ปลายกระบี่สีดำเฉียดผ่านเนื้อผ้าด้านหลังจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากศึกคราก่อน ทว่าไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแม้แต่ครึ่งคำ มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันตามสไตล์ของจอมยุทธ์พเนจรผู้กวนประสาท "วิชาเงาดาราโลหิต... ฝีมือของสำนักเงาสวรรค์ตกต่ำถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้ส่งสุนัขรับใช้มาลอบกัดจากด้านหลังในยามที่ข้ากำลังจิบสุรา" หลี่มู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือซ้ายยังคงถือไหสุราไว้มั่น ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องลมฟ้าอากาศธรรมดา ในมุมมืดของคานไม้ เงาร่างหนึ่งสั่นสะท้อนวูบไหว บุรุษชุดดำสนิทสวมหน้ากากอนธการเผยให้เห็นเพียงดวงตาสีเลือดที่ฉายแววตกตะลึงระคนหวาดผวา เขาไม่คาดคิดเลยว่าวิชาลอบสังหารอันภาคภูมิใจจะพลาดเป้าอย่างง่ายดายเช่นนี้ "หลี่มู่เหวิน... สมคำร่ำลือจริงๆ" เสียงแหบพร่าดั่งเสียงเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นจากเงาดืด "แต่ต่อให้เจ้าหลบพ้นกระบี่นี้ได้ เจ้าคิดว่าวันนี้เจ้าจะออกไปจากโรงน้ำชาแห่งนี้ได้โดยมีลมหายใจอยู่หรือ?" ทันทีที่สิ้นเสียง เงาร่างนับสิบก็พุ่งทะยานลงมาจากเพดานและทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามา ปราณกระบี่และค่ายกลโลหิตแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศภายในโรงน้ำชาจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าท่ามกลางวงล้อมมรณะนั้น เซียนจิ้งจื่อกลับยังคงนั่งนิ่งสงบราวกับรูปสลักหยก นางมิได้ขยับกายแม้แต่น้อย ปลายเรียวนิ้วที่วางอยู่บนด้ามกระบี่วิญญาณน้ำแข็งยังคงนิ่งสนิท มีเพียงประกายตาสีฟ้าครามที่สะท้อนเงาคมกระบี่ของศัตรูด้วยความเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ "เจ้าคนพวกนี้... รบกวนเวลาจิบสุraของข้ากับแม่นางจิ้งจื่อเสียจริง" หลี่มู่เหวินถอนหายใจยาว แววตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งหมด ก่อนจะเหลือบมองสตรีข้างกายที่นั่งนิ่ง "แม่นางจิ้งจื่อ ดูท่าทางวันนี้ท่านคงไม่ได้แสดงฝีมือกระบี่ชำระมารเสียแล้วกระมัง ให้ข้าจัดการเจ้าพวกเศษสวะเหล่านี้เองดีกว่ากระมังครับ" เซียนจิ้งจื่อปรายตามองเขาแวบหนึ่ง น้ำเสียงเยือกเย็นดั่งสายลมหนาวเอ่ยขึ้นเบาๆ "วาจามากความ หากเจ้าจัดการไม่เสร็จภายในหนึ่งก้านธูป ข้าจะใช้กระบี่น้ำแข็งแช่แข็งปากของเจ้าเสีย" รอยยิ้มมุมปากของหลี่มู่เหวินกว้างขึ้นทันที "รับทราบครับท่านเซียน" สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เหวินก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับควันสีเทาที่ถูกสายลมพัดพา *เปรี้ยง! ตูม!* ประกายกระบี่และเสียงระเบิดของพลังปราณสะท้อนก้องไปทั่วโรงน้ำชา ไม้กระดานและโต๊ะเก้าอี้แหลกละเอียดเป็นผุยผง หลี่มู่เหวินเคลื่อนไหวด้วยเคล็ดวิชาพเนจรไร้ลักษณ์ รวดเร็ว ดุดัน และคาดเดาทิศทางไม่ได้ ทุกคราที่กระบี่ในมือวาดผ่าน จะมีเสียงร้องโหยหวนและเงาร่างของมือสังหารกระเด็นกระดอนออกไปราวกับใบไม้ร่วงหล่น ทว่าเขากลับไม่ได้สังหารพวกมันจนถึงแก่ชีวิต ปลายกระบี่จงใจกดจุดชีพจรและทำลายฐานลมปราณ เพื่อบังคับให้พวกมันจำนน เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ มือสังหารนับสิบก็ล้มระเนระนาดลงไปกองกับพื้น เหลือเพียงหัวหน้าชุดแต่งกายชุดดำที่ถูกหลี่มู่เหวินใช้เท้าเหยียบลงบนแผ่นอกจนกระอักเลือดออกมาคำโต "อ็อก... วิชาของเจ้า... มันคือวิชาอะไรกันแน่?" มือสังหารผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด เขารู้สึกได้ว่าพลังปราณในร่างกายของตนถูกสะกดไว้จนหมดสิ้น ราวกับมดปลวกที่เผชิญหน้ากับมังกรเพลิง หลี่มู่เหวินย่อตัวลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทหายไป เปลี่ยนเป็นแววตานิ่งลึกที่น่ากลัว รัศมีของจอมยุทธ์ผู้แบกรับความลับระดับสวรรค์แผ่ออกมาจนอีกฝ่ายตัวสั่นเทิ้ม "ข้าไม่ได้ใจดีถึงขนาดจะถามซ้ำเป็นรอบที่สอง" หลี่มู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบ "ใครเป็นผู้บงการพวกเจ้า? และเป้าหมายที่แท้จริงของการตามล่าข้ากับสำนักกระบี่เย็นชาคืออะไร จงคายความจริงออกมาเสีย มิฉะนั้น... ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสความรู้สึกที่วิญญาณถูกเผาผลาญด้วยเพลิงอัคคีสวรรค์ทีละน้อย" มือสังหารหัวเราะเยาะออกมาอย่างน่าสมเพช เลือดสดๆ ไหลย้อยมุมปาก "ฮ่าๆๆ... หลี่มู่เหวิน เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือ? เจ้าคิดว่าการจับข้าได้หมายความว่าเจ้าล่วงรู้ความจริงทั้งหมดแล้วกระนั้นหรือ? โง่เขลาสิ้นดี! เบื้องหลังของพวกเรา... ไม่ใช่สิ่งที่คนไร้สำนักเช่นเจ้าจะจินตนาการถึงได้!" เซียนจิ้งจื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากภายนอกโรงน้ำชา ท้องนภาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆหมอกทมิฬก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง "เขาไม่ได้โกหก..." เสียงกระซิบของเซียนจิ้งจื่อดังขึ้นเบาๆ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความตื่นตัว ก่อนที่หลี่มู่เหวินจะได้เค้นความลับเพิ่มเติม ร่างของมือสังหารที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มบวมเป่งขึ้นด้วยอักขระสีดำที่ปรากฏขึ้นบนผิวหนัง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพงด้วยความตกใจขีดสุดราวกับตัวเขาเองก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน "นะ... นี่มัน... ตราประทับผนึกชีวิต... พวกมัน... พวกมันสั่งฆ่าปิดปากข้าตั้งแต่แรกแล้ว!" มือสังหารกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวก่อนที่ร่างทั้งร่างจะระเบิดออกเป็นละอองเลือดสีดำสนิท! แรงระเบิดรุนแรงซัดร่างของหลี่มู่เหวินถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังจิตอันทรงพลังที่กำลังแผ่พุ่งมาจากบนหลังคาโรงน้ำชา สายลมภายนอกหยุดนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาจนแทบหยุดหายใจ และในวินาทีต่อมา เสียงหัวเราะอันเยียบเย็นดั่งมาจากขุมนรกก็ดังสะท้อนก้องกาลเวลา พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ปักลายอักขระมารโบราณ ค่อยๆก้าวลงมาจากอากาศธาตุอย่างไร้รุ่มเสียง... "หลี่มู่เหวิน... ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที บุตรแห่งผู้ทรยศสวรรค์" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%