"หลี่มู่เหวิน... ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที บุตรแห่งผู้ทรยศสวรรค์"
เสียงนั้นมิได้กู่ก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าทุกพยางค์ที่สั่นสะเทือนผ่านสายฝนโปรยปรายกลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเยียบเย็นจนหยดน้ำรอบกายแทบจะแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
ภายใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ถูกเมฆหมอกสีชาดกลืนกิน โรงเตี๊ยมร้างกลางหุบเขาไร้นามเวลานี้เหลือเพียงเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาและหยดน้ำฝนที่กระทบหลังคารabอศิลา เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาทีละน้อยหนักแน่นดั่งเสียงกลองศึกที่ทุบลงกลางใจ
หลี่มู่เหวินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง บุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำเคร่ายังคงยกไหสุราขึ้นจิบ ปล่อยให้น้ำรสชาติร้อนแรงบาดลำคอ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเจือความกวนประสาทและเย้ยหยันฟ้าดินตามวิสัยของเขา
"ยุทธภพนี้กว้างใหญ่ไพศาล เหตุใดสุนัขรับใช้แห่งสำนักตระกูลอวี้จึงขยันตามดมกลิ่นก้นข้าเสียจริง หรือว่าสุราในไหของข้ามันหอมหวลจนพวกเจ้าทนกลิ่นความสำราญไม่ไหว ถึงได้วิ่งตากฝนมาขอส่วนบุญกันถึงที่นี่"
ฉับพลัน! ประตูไม้ผุพังก็ถูกแรงกดดันจากลมปราณระเบิดออกเป็นจุล เศษไม้ปลิวว่อนคละคลุ้งไปกับสายฝนที่สาดซัดเข้ามา ร่างของบุรุษชุดขาวปักลายเมฆาเหินทะยานเข้ามาดั่งภูตผี ปลายกระบี่ในมือสั่นระริก ปราณกระบี่สีครามแผ่พุ่งออกมาราวกับพญานาคราชที่กำลังแยกเขี้ยว
"วาจาคมคายนัก แต่ไม่รู้ว่ากระบี่ในมือของเจ้าจะคมสักเพียงใด!"
เงาร่างนั้นพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่จ่อทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจของหลี่มู่เหวิน ร่างของเขากลับเลือนหายไปราวกับภาพมายา
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีม่วงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด เซียนจิ้งจื่อที่ยืนนิ่งสงบอยู่มุมห้องขยับกายตั้งแต่เมื่อใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นางชักกระบี่ประจำกายออกครึ่งนิ้ว คมกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ต้านทานกระบี่ของมือสังหารไว้ได้อย่างไร้รอยต่อ แรงปะทะของลมปราณทั้งสองสายแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง จนฝุ่นละอองและหยดฝนรอบกายระเหยกลายเป็นไอหมอกในพริบตา
"ที่นี่... ไม่ใช่สถานที่ที่พวกสวะเช่นเจ้าจะมารingสำраญได้" เซียนจิ้งจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาดั่งหยกแกะสลักจ้องมองผู้มาเยือนราวกับมองซากศพ
มือสังหารตระกูลอวี้ชักกระบี่กลับด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของมันภายใต้ผ้าคลุมฉายแววหวาดกลัวยามเมื่อสบตากับนางเซียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด "เซียนจิ้งจื่อ... เจ้า... เหตุใดทายาทสำนักกระบี่เย็นชาจึงมาอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับมารร้ายผู้นี้! เจ้าลืมกฎเหล็กของสำนักไปแล้วหรือ!"
"กฎของสำนักอันใด ข้าไม่เคยใส่ใจ" นางตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีคลื่นอารมณ์ไหววرامแม้แต่น้อย "แต่กฎข้อเดียวที่ข้ารู้ในยามนี้ คือผู้ใดที่ขวางทางสหายร่วมทางของข้า... ผู้นั้นต้องตาย"
คำว่า 'สหายร่วมทาง' หลุดออกมาจากริมฝีปากที่มักจะปิดสนิทของนาง ทำเอาหลี่มู่เหวินที่กำลังยืนพิงเสาไม้เกา1คางเล่นถึงกับสำลักสุราเล็กน้อย เขาหัวเราะร่วนออกมาท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียด
"ฮ่าๆๆ! สหายร่วมทางงั้นหรือ แม่นางจิ้งจื่อ เจ้าช่างพูดจาให้เกียรติคนไร้สำนักเช่นข้าเสียจริง แต่กระนั้น... คำว่าตายเมื่อครู่นี้ ฟังดูเร้าใจไม่เบาเลยว่าไหม?"
มือสังหารแค่น 2 เสียงด้วยความแค้นเคือง "อวดดีกันให้พอ! วันนี้ต่อให้พวกเจ้ามีปีกบินก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้า!"
สิ้นเสียง พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ก็ทะลักออกจากร่างของมัน ท้องฟ้าด้านนอกคำรามด้วยเสียงอสุนีบาต สายฝนที่ตกลงมาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยกลิ่นอายโลหิตที่ถูกปลุกเร้า อักขระโบราณนับร้อยปรากฏขึ้นกลางอากาศ ห่อหุ้มร่างของมันไว้ดั่งเกราะมาร
นี่คือเคล็ดวิชาลับ "โลหิตกลืนสวรรค์" ที่สูญหายไปนับร้อยปี!
หลี่มู่เหวินหุบยิ้ม ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววหยอกเย้าแปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเยือกเย็นในเสี้ยววินาที ภายในตันтяียนของเขา (จุดศูนย์กลางพลังปราณ) วิชากลืนกินฟ้าดินที่เก็บงำไว้เริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังงานรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นเสียงหึ่งๆ ในอากาศ
บรรยากาศโรแมนติกใต้สายฝนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวล ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้เซียนจิ้งจื่อ ชายเสื้อของทั้งสองแนบชิดกันยามเมื่อสายลมพัดผ่าน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์จากตัวนางลอยปะปนกับกลิ่นสุราบนตัวเขาอย่างน่าประหลาด
"แม่นางจิ้งจื่อ เพลงกระบี่ของเจ้างดงามยิ่งนักยามต้องแสงจันทร์สีเลือด" หลี่มู่เหวินกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย "หากคืนนี้พวกเราต้องตายด้วยกันที่นี่ เจ้าคิดว่ามันโรแมนติกพอที่จะบันทึกลงในพงศาวดารยุทธภพหรือไม่?"
เซียนจิ้งจื่อเหลือบสายตาขึ้นมองเขาเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนสรรพสิ่งรอบกายคล้ายหยุดนิ่ง ทว่ามือเรียวกลับกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้น
"พูดมาก... เก็บแรงไว้จัดการกับคนเบื้องหน้าดีกว่า หากเจ้าตายก่อน ข้าจะเผาไส้ไก่ย่างให้เจ้าสำรับหนึ่งเป็นเครื่องเซ่น"
"ฮ่าๆๆ ใจร้ายนัก!"
ทันใดนั้น มือสังหารพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับเงากระบี่นับพันสายที่แหลมคมดั่งเข็มพิษ ปกคลุมทุกตารางนิ้วของโรงเตี๊ยม แรงกดดันมหาศาลบดขยี้พื้นไม้จนแตกละเอียดเป็นผุยผง!
เซียนจิ้งจื่อและหลี่มู่เหวินเคลื่อนไหวพร้อมกันดั่งเงาตามตัว พลังปราณสองสาย—สายหนึ่งเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี อีกสายหนึ่งไร้ขอบเขตดั่งมหาสมุทร—หลอมรวมเข้าหากันกลางอากาศ สะท้อนแสงประกายกระบี่เจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของราตรี
ทว่า... ในวินาทีที่กระบี่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกันอย่างรุนแรงนั้นเอง เงาร่างที่สามก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบหลังแผ่นหลังของเซียนจิ้งจื่อ ไร้ซุ่มเสียง ไร้ร่องรอย และไร้ซึ่งจิตสังหาร... จนกระทั่งคมมีดสีดำสนิทจ่อติดผิวเนียนที่ลำคอระหงของนาง!
"อย่าขยับ... มิฉะนั้น ศิษย์รักแห่งสำนักกระบี่เย็นชาผู้นี้ จะกลายเป็นวิญญาณไร้หัวในค่ำคืนนี้ทันที"
________________________________________
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันเหน็บหนาวนี้ไปด้วยกันนะครับ
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 20
เสียงเพลงท่ามกลางสายฝน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!