โลหิตหยดสุดท้ายกระทบพื้นศิลา เสียง “แปะ… แปะ…” นั้นก้องกังวานราายกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายในตรอกมืดมิด
เงาร่างที่ถือกระบี่อาบโลหิตไม่ได้ขยับเขยื้อนหนีไปไหน มันยังคงยืนขวางทางออกเดียวของโรงน้ำชาตระกูลซ่ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นดีที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ สร้างความปั่นป่วนในกระเพาะของแขกเหรื่อผู้ไร้เรี่ยวแรงที่นั่งตัวสั่นงันท่ามกลางความเงียบงัน
หลี่มู่เหวินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ริมหน้าต่าง ในมือถือไหสุราหอมหมื่นลี้ที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง เขายังคงรักษาท่าทีอันเกียจคร้านเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ราวกับเหตุการณ์นองเลือดตรงหน้าเป็นเพียงละครสัตว์โรงเล็กที่กำลังแสดงแก้เซ็งยามบ่าย
"ฝีมือการแทงกระบี่เข้าจุดตายด้วยกระบวนท่า 'เมฆาไร้เงา' เช่นนี้…" หลี่มู่เหวินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้ยหยัน "เกรงว่าเป็นวิชาประจำสำนักกระบี่เมฆาโลหิตกระมัง? ช่างน่าขันนักที่ยอดฝีมือผู้ผดุงคุณธรรมแห่งพรรคยุทธภพ ล้วนใช้กระบี่ที่มือเปื้อนเลือดคนไม่มีทางสู้เพื่อปิดปากพยาน"
มือสังหารชุดดำหันขวับมาทันที ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าฉายแววดุดันและสังหาริมิตอย่างรุนแรง มันไม่คาดคิดว่าในโรงน้ำชาโทรมๆ แห่งนี้ จะยังมีคนกล้าวิพากษ์วิจารณ์วิชาของตนอย่างไม่กลัวตาย
"เจ้าหนู… เจ้าเบื่อความตายมากนักหรือไง?" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหิตดังลอดออกมาจากลำคอของมือสังหาร
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประกายกระบี่สีชาดก็พุ่งวาบเข้าใส่ลำคอของหลี่มู่เหวินดั่งสายฟ้าแลบ ความเร็วของมันอยู่ในระดับที่คนทั่วไปมองเห็นเป็นเพียงเส้นแสงสีแดงเลือนราง รวดเร็ว เด็ดขาด และไร้ความปรานี!
ทว่า…
*ฉับพลัน!*
ประกายกระบี่อีกสายหนึ่งสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดน้ำแข็ง พุ่งตัดผ่านอากาศเข้ามาขวางกั้นวิถีดาบเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วชาบนโต๊ะแตกละเอียดเป็นจุล แรงปะทะของลมปราณทั้งสองสายแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กระชากหน้าต่างกระดาษของโรงน้ำชาจนขาดวิ่น
เซียนจิ้งจื่อยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวดั่งหยกขาวของเธอยังคงวางอยู่บนด้ามกระบี่วิญญาณน้ำแข็งที่ยังไม่ทันชักออกจากฝักเต็มที่ มีเพียงรังสีดาบที่แผ่ออกมาจากฝักกระบี่เท่านั้นที่ปัดป้องการโจมตีอันออำมหิตนั้นไว้ได้
"กฎเหล็กแห่งยุทธภพข้อแรก… ผู้บำเพ็ญเพียรย่อมไม่ใช้พลังระรานผู้บริสุทธิ์" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกราวกับลมหนาวพัดผ่านยอดเขาหิมะเอ่ยขึ้น นางปรายตามองมือสังหารชุดดำด้วยสายตาที่ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
มือสังหารชุดดำถอยหลังไปสามก้าว แขนข้างที่ถือกระบี่สั่นระริกด้วยความตกใจ มันสัมผัสได้ถึงพลังปราณเย็นเยียบที่กัดกินเข้ามาถึงจุดตันtian (จุดตันเถียน) จนลมปราณในร่างปั่นป่วน "พวกเจ้า… เป็นใครกันแน่?"
"พวกเราเป็นเพียงนักเดินทางผู้รักความสงบและชื่นชอบการดื่มสุราเท่านั้นเองครับ" หลี่มู่เหวินแย้มยิ้มกวนประสาท เขาใช้มือข้างหนึ่งยกไหสุราขึ้นดื่มอึกใหญ่พลางถอนหายใจยาวเหยียด "น่าเสียดายจริงๆ ชาสยังไม่ทันหมดจด แขกไม่ได้รับเชิญก็เข้ามาสร้างความรำคาญเสียแล้ว เจ้าว่าจริงไหมแม่นางจิ้งจื่อ?"
เซียนจิ้งจื่อไม่ตอบคำถามของเขา นางเพียงแต่ปรายตาค้อนให้คราหนึ่งอย่างเยียบเย็น แต่ลึกๆ ในแววตากลับมีความระแวดระวังซ่อนอยู่ เพราะพวกมันไม่ได้มากันแค่คนเดียว
*ครืนนน—!*
เสียงฝีเท้ามหาศาลดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านนอกโรงน้ำชา แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณนับสิบสายแผ่พุ่งเข้ากดทับอาคารไม้หลังนี้จนโครงสร้างส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
เงาร่างนับสิบในชุดคลุมสีดำสนิทพุ่งทะยานผ่านหลังคาลงมาปิดล้อมโรงน้ำชาเอาไว้ทุกทิศทุกทาง ทุกคนล้วนถือดาบยาวขึ้นสนิมที่ส่งกลิ่นอายโลหิตเข้มข้น พวกมันคือ 'กองกำลังเงาทมิฬ' หน่วยสังหารลับที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมที่สุดในดินแดนบูรพา
มือสังหารหัวหน้ากลุ่มก้าวเท้าออกมาจากเงาสืด มันหัวเราะในลำคอด้วยความเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆๆ คิดไม่ถึงเลยว่า ข่าวลเรื่องทายาทสำนักกระบี่เย็นชาและชายหนุ่มลึกลับจะหลบหนีมาถึงเมืองชายแดนแห่งนี้ จะเป็นความจริง! วันนี้ ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสอง… คงต้องฝากกระดูกไว้ที่นี่แล้ว!"
สถานการณ์พลิกผันจากความเงียบงันกลายเป็นวงล้อมแห่งความตายในพริบตาเดียว แขกเหรื่อและเถ้าแก่โรงน้ำชาต่างหมอบราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ปัสสาวะราดรดด้วยความตื่นตระหนก
หลี่มู่เหวินค่อยๆ วางไหสุราลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของเขาเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกลาและล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทร เขายื่นมือไปจับด้ามพัดเหล็กที่เหน็บอยู่ข้างเอว
"แม่นางจิ้งจื่อ… ดูท่าทางวันนี้ ข้าคงไม่ได้ดื่มสุราให้สำราญใจเสียแล้วกระมัง?" หลี่มู่เหวินเอ่ยเสียงเบา แต่กระแสจิตอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกลับทะยานพุ่งออกจากร่างของเขาจนทำให้ฝุ่นผงรอบตัวลอยเคว้ง
"หุบปากของท่านเสีย แล้วเตรียมรับมือกับพวกมันซะ" เซียนจิ้งจื่อลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงเปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า อุณหภูมิภายในโรงน้ำชาร่วงหล่นวูบจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนังไม้
มือสังหารหัวหน้ากลุ่มยกกระบี่ขึ้นชี้หน้าทั้งสองคน "ฆ่าพวกมันอย่าให้เหลือแม้แต่ซาก!"
สิ้นเสียงคำราม กองกำลังเงาทมิฬนับสิบก็พุ่งทะยานเข้าใส่พร้อมกัน ประกายกระบี่นับร้อยสายถักทอเป็นตาข่ายสังหารปิดตายทุกทางหนี!
ในวินาทีเป็นตายที่ตาข่ายกระบี่กำลังจะกลืนกินร่างของทั้งสอง หลี่มู่เหวินกลับหลับตาลงช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ก่อนที่เขาจะสะบัดพัดเหล็กในมือออกไปเบาๆ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเซียนจิ้งจื่อ—พลังปราณโบราณที่สาบสูญไปนับพันปีก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขา ทะลวงมิติพัดเอากลุ่มมือสังหารชุดดำกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน!
ทว่า… ในเงาที่มืดมิดที่สุดใต้คานไม้ของโรงน้ำชา กลับมีเสียงหัวเราะเยียบเย็นดังก้องขึ้น พร้อมกับปลายกระบี่สีดำสนิทที่สะท้อนแสงประหลาด พุ่งตรงเข้าแทงทะลุแผ่นหลังของหลี่มู่เหวินในมุมอับสายตาอย่างเงียบเชียบโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิและหน้าประวัติศาสตร์ยุทธภพนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 18
การประชันฝีมือในโรงน้ำชา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!