เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 16

ความเย็นชาที่ละลาย

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"กองกำลังพิทักษ์กฎแห่งราชสำนักเคลื่อนพลปิดล้อมตรอกซอกซอยทั้งสามด้านแล้ว ขอรับใต้เท้า!" เสียงรายงานอันร้อนรนดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายความตายที่ลอยอบอวลอยู่เบื้องล่าง บนหลังคาเรือนไม้เก่าแก่ทรุดโทรมย่านชานเมือง หลี่มู่เหวิน ในสภาพอาภรณ์ขาดวิ่นและมีคราบโลหิตสีชาดเปรอะเปื้อนไหลซึมจากหัวไหล่ขวา กำลังยกไหสุราขึ้นกระดกอั๊กใหญ่ น้ำใสสะอาดผสมฤทธิ์สุราฤทธิ์แรงไหลรินเปรอะเปื้อนคางคมคาย เขาหาได้มีความสะทกสะท้านต่อกองทัพนับร้อยที่กำลังตีวงล้อมเข้ามาไม่ ดวงตาคู่คมยังคงพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาท ราวกับเหตุการณ์เบื้องล่างเป็นเพียงการละเล่นงิ้วฉากหนึ่งเท่านั้น "เฮ้อ... สุราดีปานนี้ เหตุใดพวกสุนัขรับใช้ราชสำนักจึงชอบมาขัดจังหวะเวลาสำราญอยู่เรื่อยนะ" หลี่มู่เหวินพึมพำกับตัวเอง พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มยั่วเย้า กลับซ่อนหยาดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดพรายตามไรผม ลมปราณเก้าตะวันในร่างของเขาเวลานี้กำลังตีรวนอย่างรุนแรงจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อแหกวงล้อมเมื่อชั่วยามก่อน บาดแผลฉกรรจ์ที่กลางหลังถูกอาบด้วยพิษสลายปราณ ทำให้การโคจรพลังติดขัดอย่างหนัก หากปล่อยไว้เช่นนี้ เกรงว่าอีกไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ร่างกายนี้คงได้กลายเป็นปุ๋ยใต้เงากระบี่ของมือปราบมารอย่างแน่นอน *ครืน... เสียงเกือกม้าย่ำสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกที่ถูกนกต่อดึงสายเล็งตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่* "ยิง!" เสียงคำรามสั่งการดังลั่นแหวกอากาศ ลูกศรนับร้อยพุ่งแหวกความมืดเข้าประหนึ่งห่าฝนสีดำทมิฬ หลี่มู่เหวินถอนหายใจยาวนาน เขากำลังจะสะบัดฝ่ามือซัดพลังปราณต้านรับ แม้รู้ดีว่ามันจะเป็นการเร่งเร้าให้พิษในร่างแล่นเข้าสู่หัวใจเร็วยิ่งขึ้นก็ตามที *ชิ้ง!* ประกายแสงสีฟ้าครามดุจน้ำแข็งพันปีสว่างวาบขึ้นกลางอากาศราวกับดาราดับแสง เสียงกระบี่กรีดกรายผ่านสายลมเบาหวิว ทว่าทรงพลังอำนาจจนสร้างม่านพลังน้ำแข็งหนาทึบขึ้นปกป้องเบื้องหน้า ห่าฝนลูกศรนับร้อยที่พุ่งเข้ามาปะทะเข้ากับม่านพลังนั้น ต่างพลันแข็งตัวร่วงหล่นลงพื้นราวกับเศษไม้เปียกน้ำ หลี่มู่เหวินชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนสตรีผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ ปรากฏกายขึ้นยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเขาอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลมปราณกระบี่ นางคือ เซียนจิ้งจื่อ ทายาทแห่งสำนักกระบี่เย็นชา ผู้ซึ่งเพิ่งจะประกาศตัดขาดกับเขาไปเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยความยึดมั่นในวิถีแห่งธรรมอันเคร่งครัด "เจ้า... เหตุใดจึงโง่เขลาถึงเพียงนี้" น้ำเสียงเย็นชาไร้ระลอกคลื่นเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน นางไม่ได้หันกลับมามองเขาแม้แต่น้อย สายตาคู่คมกริบดุจน้ำค้างแข็งจ้องมองไปยังกองทัพเบื้องล่างที่มีแม่ทัพมารโลหิตยืนคุมเชิงอยู่ "แม่นางจิ้งจื่อ นึกว่าท่านจะตัดขาดกิเลสจนลืมบุรุษรูปงามผู้พเนจรอย่างข้าไปเสียแล้วกระมัง" หลี่มู่เหวินแย้มยิ้มกวนประสาท แม้จะกระอักโลหิตออกมาคำโตจนอาภรณ์สีขาวเปื้อนเป็นวงกว้าง "หุบปากเสีย หลี่มู่เหวิน! หากเจ้าตายด้วยน้ำมือของพวกสุนัขรับใช้นี้ เกียรติภูมิของสำนักกระบี่ข้าที่เคยประมือกับเจ้าคงต้องมัวหมองไปด้วย" เซียนจิ้งจื่อกล่าวเสียงลอดไรฟัน นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่ในมือส่งเสียงร้องคำรามดังกังวาน ประกายปราณกระบี่เย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำค้างบนหลังคากลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา "ฮ่าๆๆ สมเป็นแม่นางจิ้งจื่อ เหตุผลช่างสูงส่งเสียจนข้าแทบอยากจะคุกเข่าคารวะ" หลี่มู่เหวินหัวเราะร่วน แม้ใบหน้าจะซีดขาวไร้สีเลือด "แต่เกรงว่าเบื้องล่างนั่นจะมี 'ราชครูอัคคีผลาญ' มารเฒ่าที่ฝึกวิชาหยินหยางโลหิตอยู่ด้วย ลำพังตัวเจ้าคนเดียว..." "ลำพังตัวข้า... ก็เพียงพอที่จะส่งพวกมันไปลงนรกพร้อมกันทั้งหมดแล้ว!" เซียนจิ้งจื่อไม่ปล่อยให้เขาเอ่ยจบ นางทะยานร่างพุ่งลงจากหลังคาดุจหงส์ขาวร่อนลม กระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งอัขระโบราณ 'เพลงกระบี่เหมันต์สะท้านฟ้า' ถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตาเดียว แสงกระบี่สีฟ้าครามแผ่พุ่งออกไปเป็นรัศมีร้อยวา อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนแทบติดลบ เหล่าทหารและมือปราบที่กรูกันเข้ามาต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อร่างของพวกมันถูกไอเย็นยะเยือกแช่แข็งจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วลมหายใจเดียว เบื้องล่าง... แม่ทัพมารโลหิตแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังปราณสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้าเพื่อต้านทานคลื่นกระบี่น้ำแข็ง "นังตัวดี! กล้าดียังไงมาขวางทางสำนักมารโลหิต!" การปะทะกันระหว่างพลังหยินสุดขั้วของเซียนจิ้งจื่อและพลังหยางโลหิตของมารเฒ่า ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาล แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรัศมีสามลี้ ฝุ่นควันและละอองน้ำแข็งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลี่มู่เหวินที่ยืนมองอยู่บนหลังคา หุบยิ้มกวนประสาทลงชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังแผ่นหลังอันบอบบางแต่กลับแบกรับภาระและปกป้องเขาไว้ในยามวิกฤต ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานานปี "ผู้หญิงคนนี้นี่นะ... ดื้อด้านเสียจริง" เขาพึมพำพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะฝืนโคจรลมปราณเฮือกสุดท้าย พุ่งทะยานร่างลงไปเคียงข้างนาง ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย "ใครอนุญาตให้เจ้าลงมาขวางทางข้า?" เซียนจิ้งจื่อเอ่ยถามเสียงเย็น ขณะที่กระบี่ในมือยังคงตวัดสังหารศัตรูอย่างไร้ความปรานี "ข้าเป็นบุรุษ จะยอมให้สตรีมาปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวได้อย่างไรเล่า?" หลี่มู่เหวินยิ้มมุมปาก มือขวาชักกระบี่ขึ้นจากฝักเป็นครั้งแรกในรอบสามปี ประกายแสงสีทองอร่ามตัดกับไอเย็นสีฟ้าครามของนางอย่างงดงาม "วันนี้ ต่อให้เป็นเงาของนรกภูต จงมาดูกันว่ากระบี่สุราและกระบี่เหมันต์ของพวกเรา จะแผ้วถางเส้นทางนี้ได้ไกลสักแค่ไหน!" ทว่า... ในวินาทีที่กระบี่ทั้งสองเล่มผสานพลังกันจนเกิดเป็นอัขระวิชาลับสะท้านยุทธภพ ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องดุจเสียงกรีดร้องของอสูรกาย สายฟ้าสีทองแดงเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่โดยตรง ทะลวงผ่านม่านพลังกระบี่ทั้งสองลงมาอย่างไร้การป้องกัน! เซียนจิ้งจื่อเบิกกว้างด้วยความตกใจ นางสัมผัสได้ถึงพลังกดดันระดับ 'ทัณฑ์สวรรค์' ที่ไม่อาจต่อต้านด้วยกำลังมนุษย์ "หลบไป!" นางผลักร่างของหลี่มู่เหวินออกไปด้านข้างด้วยกำลังทั้งหมด ท่ามกลางสายตาของหลี่มู่เหวินที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในชีวิต *เปรี้ยง!* แสงสีทองแดงกลืนกินร่างของเซียนจิ้งจื่อหายไปในพริบตา พร้อมกับกระบี่น้ำแข็งที่หักสะบั้นลงเป็นสองท่อน! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ เซียนสุราเมามาย
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%