โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังถ้ำศิลาอัคคี ราวกับดอกเหมันต์ที่เบ่งบานท่ามกลางเปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราด
ร่างระหงของเซียนจิ้งจื่อทรุดฮวบลงครึ่งเข่า กระบี่วิหคเหมืองฟ้าในมือสั่นสะท้านจนแทบหลุดร่วง ไอเย็นที่เคยแผ่ซ่านรอบกายบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความปั่นป่วนอลหม่าน ลมปราณย้อนกลับเข้าโจมตีจุดชีพจรหลักทั้งเก้าจนใบหน้าขาวดุจหยกสลักฉาบไว้ด้วยความซีดเผือก
"แม่นางจิ้งจื่อ... เจ้าฝืนโคจรวิชา 'ใจกระบี่ไร้ลักษณ์' เกินขอบเขตพลังของตนเองไปสามส่วนแล้วนะ"
หลี่มู่เหวินก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่รีเวลาร้อนรน แม้รอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากจะยังคงอยู่ ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับปรากฏประกายความเคร่งเครียดที่ยากจะได้เห็น เจ้าตัวหยิบไหสุราข้างกายขึ้นมากระดกอึกใหญ่ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วดีดหยดสุราสวรรค์พุ่งตรงเข้าสู่จุดสกัดมารกลางแผ่นหลังของนางเซียนผู้งดงามราวภาพวาดทันที
"อึก..." เซียนจิ้งจื่อส่งเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดจากการปะทะกันระหว่างปราณสุราหยางบริสุทธิ์และปราณกระบี่หยินอัสนี นางปรายตามองบุรุษผู้ไร้สำนักที่เอาแต่ทำตัวระรื่นในยามวิกฤตด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย "หลี่มู่เหวิน... เจ้ายัง... มีแก่ใจมาดื่มสุราในสถานการณ์เช่นนี้อีกหรือ"
"หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาแบกร่างอันหนักอึ้งของแม่นางเซียนผู้สูงส่งเช่นเจ้าหนีออกจากหุบเขาหมื่นพิษเล่า?" หลี่มู่เหวินหัวเราะในลำคอ ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลอย่างประหลาด เขาพับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยสักอักขระโบราณที่กำลังเรืองแสงสีทองจางๆ
นี่ไม่ใช่บาดแผลธรรมดา... พลังมารที่แฝงมากับคมดาบของ 'ราชาเงาโลหิต' เมื่อครู่ ได้กัดกินเข้าไปถึงทะเลปราณของเซียนจิ้งจื่อ หากปล่อยไว้เกินหนึ่งก้านธูป (สองชั่วโมง) ต่อให้เซียนผู้นี้บรรลุวิถีเซียนขั้นสมบูรณ์ ก็ยังยากที่จะรักษาเส้นชีพจรวิญญาณไม่ให้แตกสลาย
"ปล่อยข้า..." เซียนจิ้งจื่อกัดริมฝีปากแน่นจนหลั่งรอยเลือด นางฝืนยืดตัวขึ้นด้วยศักดิ์ศรีของทายาทสำนักกระบี่ "ข้า... ข้ายังสะสางบัญชีแค้นนี้ไม่จบ วิถีเซียนของข้ามิอาจแปดเปื้อนความอ่อนแอ"
"วิถีเซียน วิถีเซียน บ้าบออะไรกันนักหนา!" หลี่มู่เหวินแสร้งถอนหายใจยาวนาน เขาขยับกายเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กโอบกระหวัดรอบเอวบางของนางไว้แน่น ปราณสุราไร้สำนักระเบิดออกเป็นม่านพลังคุ้มกันรอบตัว ป้องกันไอพิษที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากปากถ้ำ
สัมผัสแนบชิดทำให้เซียนจิ้งจื่อชะงักงัน หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งน้ำในบึงลึกกลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นางพยายามจะสะบัดตัวออก แต่ยามนี้พลังปราณของนางเหือดแห้งไปแปดส่วน จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาต้านทานบุรุษผู้เจ้าเล่ห์ผู้นี้
"เจ้า... เจ้าทำบ้าอะไร ปล่อยนะ!"
"หากข้าปล่อย เจ้าคงกลายเป็นปุ๋ยบำรุงรากไม้อสูรไปตั้งนานแล้ว แม่นางจิ้งจื่อ... ฟังให้ดีนะ ข้าเป็นแค่จอมยุทธ์พเนจรผู้ต่ำต้อย ไม่สนกฎเกณฑ์สำนักกระบี่ ไม่สนฟ้าดินอะไรทั้งนั้น แต่สิ่งที่ข้าสน... คือสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนตอนนี้ต่างหาก"
คำพูดอุกอาจแต่จริงใจอย่างยิ่งยวด ทำให้ดวงหน้าของนางเซียนผู้เย็นชาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ แม้นางจะอยากต่อปากต่อคำกับเขาเพียงใด แต่ความเจ็บปวดร้าวรานที่หน้าอกก็แล่นพล่านขึ้นมาอีกระลอก จนต้องซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างหมดทางเลือก
"หลี่มู่เหวิน... ข้าหนาวเหลือเกิน..." น้ำเสียงที่เคยเย่อหยิ่งและราบเรียบบัดนี้สั่นเครือเล็กน้อย
หลี่มู่เหวินขบกรามแน่น นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาตระหนักดีว่าอาการบาดเจ็บของนางลุกลามเร็วกว่าที่คาดไว้ พิษมารในร่างกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของนางทีละน้อย มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตนางได้... นั่นคือการถ่ายเท 'แก่นแท้สุราสวรรค์' ผ่านวิถีลมปราณคู่ประสาน ซึ่งหมายความว่าเขาต้องยอมสละพลังบำเพ็ญเพียรครึ่งหนึ่งที่สะสมมานานนับสิบปี!
"ให้ตายสิ... ข้าคงทำบุญมาน้อยจริงๆ ถึงได้มาหลงรักแม่นางผู้ชอบหาเรื่องใส่ตัวเช่นนี้"
เขากระซิบเบาๆ ข้างใบหูของนาง ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงกลางกองเลือด รวบรวมลมปราณทั้งหมดในร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ฝ่ามืออุ่นร้อนทาบลงที่แผ่นหลังบอบบางของเซียนจิ้งจื่อ แสงสีทองเจิดจ้าสว่างวาบทั่วทั้งถ้ำศิลา ขับไล่ความมืดมิดและความหนาวเหน็บออกไปชั่วขณะ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและไอพลังที่กำลังหมุนวนอยู่นั้น สัมผัสอันแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นที่โสตประสาทของหลี่มู่เหวิน
เสียงฝีเท้าแผ่วเบา... แต่หนักแน่นราชาเหยียบย่างบนยอดหญ้า ดังขึ้นที่หน้าปากถ้ำ
*ตึง! ตึง! ตึง!*
ไม่ใช่เสียงของสัตว์อสูร และไม่ใช่ไพร่พลของราชาเงาโลหิตที่ถูกกำจัดไปแล้ว แต่เป็นกลิ่นอายลมปราณอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า...
เซียนจิ้งจื่อที่นอนหมดสติอยู่ในอ้อมกอดพลันสะดุ้งเฮือก นางลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก เอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นสะทั้น "นะ... นั่นมัน... ผู้อาวุโส...?"
หลี่มู่เหวินชะงักค้าง รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไปจากใบหน้าอย่างสิ้นเชิง เมื่อเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก้าวล่วงเข้ามาในเขตอาคม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ศิษย์หลานจิ้งจื่อ... เจ้าทำให้นิกายของเราผิดหวังยิ่งนัก ที่มาสมสู่กับมารร้ายนอกรีตเช่นนี้!"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีแห่งยุทธภพด้วยกันเสมอนะครับ
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 22
บาดแผลที่ใจ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!