เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 23

วิชาสุราไร้สติ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ศิษย์หลานจิ้งจื่อ... เจ้าทำให้นิกายของเราผิดหวังยิ่งนัก ที่มาสมสู่กับมารร้ายนอกรีตเช่นนี้!" เสียงตวาดก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางใจ ท่ามกลางหุบเขาเมฆาคล้อยที่บัดนี้ย้อมไปด้วยกลิ่นอายโลหิต อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเซียนจิ้งจื่อกระพือสะบัดตามแรงกดดันของลมปราณระดับมหาบรรพกาลที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของ 'ผู้อาวุโสไป๋' ผู้คุมกฎแห่งสำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ นัยน์ตาของนางไหววับชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี นางไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว กระบี่ในมือยังคงชี้ตรงไปเบื้องหน้า—มิใช่เพื่อปกป้องตนเอง แต่เพื่อขวางกั้นระหว่างสำนักที่นางเคยเติบโต กับบุรุษผู้กวนประสาทที่ยืนพิงโขดหินอยู่เบื้องหลัง "ผู้อาวุโส... เส้นทางที่ข้าเลือก ข้าเป็นผู้รับผิดชอบเอง" น้ำเสียงของเซียนจิ้งจื่อราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ลมหายใจสะดุด "รับผิดชอบรึ? เจ้าเด็กโง่เง่า! เอาตัวมันมา แล้วกลับสำนักไปรับทัณฑ์กระบี่ร้อยเล่มเสีย มิฉะนั้น อย่าหาว่าข้าผู้เฒ่าไม่เห็นแก่หน้าเจ้าสำนักผู้ล่วงลับ!" ผู้อาวุโสไป๋สะบัดแขนเสื้อ ปราณกระบี่นับพันสายพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่กดดันลงมาจนพื้นดินรอบบริเวณแตกร้าวเป็นใยแมงมุม หลี่มู่เหวินที่นั่งเช็ดคราบเลือดมุมปากหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาระคนทั้งความเย้ยหยันและความอ่อนล้า ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนเมาสุราที่ยังไม่ส่าง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงถือไหสุราที่รอยร้าวลึกจนของเหลวสีอำพันหยดติ๋งลงสู่พื้นดินทีละหยด... ทีละหยด... "ฮ่าๆๆ... ผู้อาวุโสไป๋ ท่านนี่ช่างใจร้อนเสียจริง แก่ป่านนี้แล้วยังชอบใช้กำลังมากกว่าเหตุ ระวังลมปราณตีกลับธาตุไฟเข้าแทรกจนต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มบนยอดเขาไม่รู้ตัวนะครับ" "สามหรอก! ไอ้สารเลวไร้สำนัก วันนี้ข้าจะดับลมหายใจเจ้าเสียตรงนี้!" สิ้นเสียงคำราม ร่างของผู้อาวุโสไป๋ก็หายวับไปจากจุดเดิม สายลมกรดพัดกรรโชกจนฝุ่นตลบอบอวล รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งตรงเข้าจุดตายกลางหน้าอกของหลี่มู่เหวินในพริบตาเดียว! *เร็วมาก!* หลี่มู่เหวินหรี่ตาลง ปฏิกิริยาตอบสนองของยอดฝีมือกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในร่างให้ตื่นตัวถึงขีดสุด เขาผลักร่างของเซียนจิ้งจื่อออกไปด้านข้างเบาๆ พร้อมกับพลิกตัวหลบคมกระบี่ที่เฉียดผ่านหัวไหล่ไปชั่วลมหายใจ ปราณกระบี่เฉือนเนื้อจนอาภรณ์ขาดวิ่น เลือดสีสดสาดกระเซ็นเคล้าไปกับกลิ่นอายสุราที่คละคลุ้ง "มู่เหวิน!" เซียนจิ้งจื่ออุทานออกมาอย่างลืมตัว แววตาที่เคยไร้ระลอกคลื่นบัดนี้ไหวระริกด้วยความร้อนรน นางสะบัดกระบี่ในมือเตรียมพุ่งเข้าช่วยเหลือ ทว่าถูกแรงกดดันมหาศาลของค่ายกลกระบี่กดทับจนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น กระรอกน้อยแห่งสำนักกระบี่ไร้พ่ายบัดนี้กลับไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานผู้คุมกฎรุ่นอาวุโส "อย่าเข้ามา... จิ้งจื่อ" หลี่มู่เหวินปาดเลือดที่มุมปากออกลวกๆ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่จ้องมองเหยื่อ "บอกแล้วไงว่าบุรุษผู้นี้... จะดูแลเจ้าเอง ถึงแม้ฟ้าดินจะล่มสลายลงตรงหน้าก็ตามที" "เจ้า... เจ้ายังปากดีได้อีก!" ผู้อาวุโสไป๋แค่น "เด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ฝึกวิชาสำนักใดก็ไม่ปรากฏหัวนอนปลายเท้า คิดจะต่อกรกับเคล็ดกระบี่สวรรค์เก้าขั้นของสำนักเราอย่างนั้นรึ ฝันไปเถอะ!" ผู้อาวุโสไป๋ประสานอินทร์มือทั้งสองข้าง ท้องฟ้าเหนือหุบเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆฝนก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นอัคคีและสายฟ้า นี่คือกระบวนท่าสูงสุดอันเลื่องชื่อ—*กระบี่อสนีบาตผ่าปฐพี*! แรงกดดันระดับนี้สามารถบดขยี้ผู้ฝึกยุทธขอบเขตหลอมรวมจิตวิญญาณให้แหลกเป็นจุลได้ในพริบตาเดียว หลี่มู่เหวินสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียนของเขา จุดชีพจรทั้งร้อยแปดจุดพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังปราณแปลกประหลาดที่ถูกผนึกไว้ด้วยเคล็ดวิชาลับ "สุราไร้สติ" เริ่มเดือดพล่านดั่งลาวาใต้พิภพ วิชาที่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับเคยกล่าวไว้ว่า—*ยามมีสติคือคนธรรมดา ยามเมามายคือเซียนสวรรค์*! "ในเมื่อท่านบังคับข้า..." หลี่มู่เหวินหลับตาลงช้าๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำ ก้องกังวานราวน้ำวนจากห้วงลึกแห่งกาลเวลา เขาโยนไหสุราในมือทิ้ง แตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวพันชิ้น พร้อมกับที่มือขวาแบออก ปราณสีดำสนิทผสมผสานกับประกายแสงสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานจากฝ่ามือ ทะลุทะลวงขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกมฆาอสนีบาตของผู้อาวุโสไป๋จนขาดวิ่นในพริบตา! "วิชา... สุราไร้สติ... กระบวนท่าที่หนึ่ง... เมามายพลิกฟ้า!" *ตูมมมมม!* คลื่นกระแทกมหาศาลระเบิดออกกลางอากาศ แรงสะท้อนทำให้ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ผู้อาวุโสไป๋เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพบว่าปราณกระบี่ของตนถูกกลืนกินหายไปในพริบตาอย่างไร้ร่องรอย ร่างชรากระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว กระอักเลือดออกมาคำโต ทว่า... ในจังหวะที่หลี่มู่เหวินกำลังจะซัดฝ่าท่าไม้ตายต่อเนื่องเพื่อปิดฉากสถานการณ์ ท้องฟ้าเบื้องบนกลับผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างไร้สัญญาณเตือน! เมฆสีดำสนิทรวมตัวกันเป็นรูปดวงตาขนาดยักษ์จ้องมองลงมายังเบื้องล่าง แรงกดดันระดับทัณฑ์สวรรค์กดทับลงบนร่างของทั้งสามคนจนแทบกระดุกกระดิกไม่ได้ ไม่ใช่แค่ปราณของมนุษย์... แต่การทะลวงขอบเขตของหลี่มู่เหวินในครั้งนี้ ได้ไปกระตุ้น "กฎเกณฑ์ต้องห้าม" ของสวรรค์เข้าแล้ว! และในวินาทีที่เงาดำลึกลับสายหนึ่งก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องหลังเซียนจิ้งจื่อ พร้อมกับปลายกระบี่เย็นเฉียบที่จ่อเข้าที่ลำคอของนางโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว... "หลี่มู่เหวิน... หากเจ้าขยับอีกเพียงก้าวเดียว หญิงนางนี้จะกลายเป็นศพแรกที่เซ่นสังเวยกฎแห่งสวรรค์" เสียงแหบพร่าและเย็นเยียบดังขึ้น พร้อมกับตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ที่เพิ่งก้าวเท้าออกมาจากความมืดมิด... --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%