เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 2

นางเซียนผู้มากับไอเย็น

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากพวกเจ้ายังดึงดันจะใช้กำลังตัดสินถูกผิด เกรงว่าสุราในไหของข้าคงจะจืดจางลงเสียก่อน และเมื่อสุราไร้รสชาติ... โลกใบนี้ก็คงน่าเบื่อจนเกินกว่าจะปล่อยให้พวกเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อแล้วล่ะครับ" น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันประหลาดดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ประกายไฟจากกระบี่เหล็กกล้าที่ปะทะกันเมื่อครู่ยังคงทิ้งไอความร้อนคุกรุ่นไว้บนพื้นดิน ทว่าเจ้าของประโยคกลับนอนพิงลำต้นสนโบราณอย่างสบายอารมณ์ ในมือข้างหนึ่งถือไหสุราดินเผาเก่าคร่ำครึ ข้างหนึ่งหยิบเนื้อแห้งเคี้ยวดームๆ อย่างไม่แยแสต่อสายตานับสชีวิตที่รายล้อม หลี่มู่เหวินปรายตามองกลุ่มมือสังหารจากพรรคอสูรโลหิตที่กำลังแผ่ไอสังหารทะลักทะลาย พวกมันคือยอดฝีมือที่ถูกส่งมาเพื่อแย่งชิงคัมภีร์ลับที่ซ่อนอยู่บนตัวเขา ร่างกายของจอมยุทธ์พเนจรผู้นี้ผ่อนคลายราวกับกำลังชมมหรสพริมถนน มิใช่เผชิญหน้ากับความตาย "ไอ้สารเลวหลี่! วันนี้ศาลาโลหิตไร้เงาทางรอดสำหรับเจ้าแล้ว จงคายคัมภีร์วิชาสวรรค์ออกมาเสีย มิฉะนั้นพวกข้าจะแล่เนื้อเถือหนังเจ้าทีละชิ้น!" ผู้นำกลุ่มมือสังหารแผדเสียงคำราม ลมปราณสีโลหิตพวยพุ่งออกจากร่างจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจอมยุทธ์ไร้ชื่อเสียงเรียงนามหยอกเย้าเช่นนี้ หลี่มู่เหวินถอนหายใจยาวนาน เป่าลมหายใจคละคลุ้งกลิ่นสุราใส่ความว่างเปล่า เขายันกายลุกขึ้นช้าๆ ปัดเศษฝุ่นบนอาภรณ์เก่าขาดอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคู่คมดั่งเหยี่ยวพยัคฆ์กวาดมองรอบตัว รอยยิ้มมุมปากยังคงไว้ซึ่งความกวนประสาทที่ชวนให้ผู้พบเห็นอยากกระชากหัวใจมันออกมาขยี้ "ความจริงแล้ว... ข้าชอบความสงบนะครับ แต่วิถีของพวกเจ้านี่ช่างน่ารำคาญเสียจริง ขัดจังหวะเวลาสุนทรีย์ในการดื่มด่ำน้ำอมฤทธิ์ของข้าแบบนี้ สมควรถูกลงโทษให้ไปคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าปรมาจารย์สุราสักสามร้อยปี" สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เหวินก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี! *ฉับ!* ประกายกระบี่ไร้ลักษณ์สพลานวาบ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของมือสังหารพรรคอสูรโลหิต ผู้นำกลุ่มพลནรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ลำคอ เมื่อยกมือขึ้นสัมผัส โลหิตสีชาดก็ทะลักพุ่งออกมาจากหลอดลมโดยที่มันยังไม่ทันได้ชักอาวุธด้วยซ้ำ ร่างของมันทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ขยายไปทั่วบริเวณ เหล่ามือสังหารที่เหลือหน้าถอดสี ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว วิชากระบี่ของบุรุษผู้นี้รวดเร็วและไร้ร่องรอยจนน่าสะพรึงกลัว เกินกว่าที่พวกมันจะต่อกรได้ ทว่า... ก่อนที่หลี่มู่เหวินจะได้ก้าวเท้าเดินหนี ทันใดนั้น อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับตกลงสู่ขุมนรกน้ำแข็ง! ใบไม้ใบหญ้าที่เคยเขียวขจีถูกเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา ไอเย็นเยือกเสียดกระดูกพัดพาเอาความหนาวเหน็บที่สามารถแช่แข็งวิญญาณให้หยุดนิ่งเข้ามาปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หลี่มู่เหวินชะงักฝีเท้า รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตาหรี่แคบลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสปราณอันบริสุทธิ์และเยือกเย็นยิ่งกว่ายอดเขาหมื่นปี "โอ้... ลมหนาวพัดมาผิดฤดูเสียแล้วกระมังครับเนี่ย" เขาพึมพำกับตัวเอง ท่ามกลางม่านหิมะโปรยปราย เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่า นางเป็นสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกยามเหมันต์ เส้นผมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลยาวสลวยถึงกลางหลัง ผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะกดทุกสายตาคือความเย็นชาและสง่างามราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะเอื้อมถึง ในมือเรียวบางถือกระบี่ฝักสีฟ้าครามที่แผ่ไอเย็นเยือกราวกระบี่พิฆาตวิญญาณ นางคือ "เซียนจิ้งจื่อ" ทายาทแห่งสำนักกระบี่เย็นชา ผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งธรรมและกวาดล้างมารร้ายอย่างไร้ความปรานี ดวงตาคู่สวยราวกับห้วงน้ำแข็งพันปีปรายตามองซากศพของมือสังหารพรรคอสูรโลหิตแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เหวิน ผู้ซึ่งยังถือไหสุราอยู่ในมือและมีท่าทีระมัดระวังตัวอย่างเห็นได้ชัด "พรรคอสูรโลหิตทำชั่วช้าสามานย์ สมควรตาย... แต่เจ้า" น้ำเสียงของเซียนจิ้งจื่อราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้ง "ใช้ วิชากระบี่มารโลหิต เมื่อครู่... เจ้ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับพวกมัน" หลี่มู่เหวินกะพริบตาปริบๆ เขายกไหสุราขึ้นจิบรวบหนึ่งเพื่อแก้หนาว ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบา ส่งสายตาแพรวพราวให้พางเซียนสาวตรงหน้า "แม่นางเซียนผู้งดงาม... ตาของท่านอาจจะฝ้าฟัวไปหน่อยกระมังครับ วิชากระบี่เมื่อครู่ของข้าสง่างามปานเทพเซียนร่ายรำ กลมกลืนกับธรรมชาติและเปี่ยมด้วยคุณธรรมสูงส่ง ไฉนจึงเหมาเอาว่ามันเป็นกระบี่มารโลหิตเล่า หรือว่า... ท่านแค่อยากหาเรื่องคุยกับข้า แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี?" บรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็งทันทีเมื่อสิ้นคำพูดของเขา เซียนจิ้งจื่อขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย แววตาส่งประกายความเย็นเยียบราวจะแช่แข็งคนให้ตายทั้งกลม ปราณกระบี่ในฝักเริ่มสั่นระริก เสียง "กริ๊ง" ใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด "ปากกล้า... เจ้าคิดว่าคำพูดไร้สาระพวกนี้จะช่วยชีวิตเจ้าจากคมกระบี่ของข้าได้งั้นหรือ" นางเอ่ยเสียงเยียบเย็น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ไอเย็นแผ่ขยายออกไปจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลี่มู่เหวินแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ หลี่มู่เหวินยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่มือสังหารกระจอกพวกนั้นจะเทียบติด นางคือตัวอันตรายระดับที่สามารถปลิดชีพเขาได้ในกระบวนท่าเดียวหากประมาท "ชีวิตข้าไม่เคยคิดจะฝากไว้ที่คำพูดของใครหรอกครับ... แต่ถ้าเป็นรอยยิ้มของแม่นางเซียนล่ะก็ ข้าไม่รังเกียจที่จะเก็บมันไว้พิจารณาเล่นนะ" เขายังคงหยอกเย้า แม้สถานการณ์จะคับขัน เซียนจิ้งจื่อไม่เอާމวาจาใดอีก นางยกมือขึ้นจับด้ามกระบี่สีฟ้าคราม นิ้วเรียวยาวออกแรงบีบเพียงเล็กน้อย ทันใดนั้น... *แคว่ก!* มิติรอบตัวคล้ายถูกกรีดออกเป็นสองเสี่ยง ปราณกระบี่เย็นเฉียบสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าประชิดลำคอของหลี่มู่เหวินด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ โดยไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับบทเพลงแห่งยุทธภพนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%