เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 3

เส้นทางที่ไม่ได้เลือก

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
ปราณกระบี่เย็นยะเยือกเสียดแทงผิวเนื้อจนแสบสันต์ ทว่าหลี่มู่เหวินมิได้ขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งชุ่น นิ้วมือข้างหนึ่งคีบไหสุราไว้มั่น นัยน์ตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยยามมองประกายกระบี่ที่หยุดห่างจากหลอดลมเพียงปลายเส้นขน "แม่นางจิ้งจื่อ ออกกระบี่รวดเร็วปานนี้ เกรงว่านอกจากจะไล่ล่ามือสังหารแล้ว คงอยากลองดูว่าคอของข้าคมกว่าคมกระบี่ของเจ้าหรือไม่กระมังครับ" เสียงหัวเราะในลำคอของหลี่มู่เหวินเจือความกวนประสาทอย่างถึงที่สุด ทว่าเซียนจิ้งจื่อหาได้ใส่ใจวาจานั้นไม่ ปลายกระบี่สัจธรรมน้ำแข็งในมือของนางยังคงแผ่ไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมพื้นดินรอบตัวเป็นวงกว้าง นางปรายตามองซากศพของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์นับสิบชีวิตที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหลัง ร่างกายไร้ลมหายใจเหล่านั้นถูกปลิดชีพด้วย "วิชาโลหิตมารทมิฬ" สำนักที่นางตามล่าล้างบางมาตลอดสามปี "หุบปากเสีย หลี่มู่เหวิน" น้ำเสียงของเซียนจิ้งจื่อเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู ปราณกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยแรงโทสะ "คนพวกนี้ตายเพราะเจ้า หากเจ้าไม่แสดงวิชาประหลาดนั่นล่อให้พวกมันปรากฏตัว ความตายย่อมไม่มาเยือนคนบริสุทธิ์เหล่านี้" "โอ้ โยนความผิดเก่งกาจสมเป็นศิษย์เอกสำนักกระบี่เซียนเสียจริงนะครับ" หลี่มู่เหวินถอนหายใจยาวนาน ยกไหสุราขึ้นจิบอึกหนึ่ง กลิ่นสุราฤทธิ์แรงผสมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศอันอึมครึม "ข้าเพียงแค่ต้มสุราและนั่งดื่มอยู่เงียบๆ แต่พวกมันมีตาหามีแววไม่ รนหาที่ตายเอง ข้าเกี่ยวอันใดด้วยเล่า? หรือว่า... แม่นางกลัวว่าหากปล่อยให้ข้าอยู่ร่วมฉากด้วย หัวใจอันสงบดั่งน้ำนิ่งของเจ้าจะกระตุกวูบไหวเพราะความหล่อเหลาของข้ากันแน่?" เปรี้ยง! ปราณกระบี่สายหนึ่งระเบิดลงเบื้องหน้าเท้าของหลี่มู่เหวินจนพื้นศิลาแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ไอเย็นแผ่พุ่งจนหนวดเคราของเขาขึ้นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เซียนจิ้งจื่อเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน ดวงตากลมโตคมกริบจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่ยอมแพ้ "เดินทางร่วมกัน" นางเอ่ยสั้นๆ ทว่าเด็ดขาด ไร้ซึ่งช่องให้ปฏิเสธ "หืม? เมื่อครู่ยังเอาเป็นเอาตายกับข้า ไฉนตอนนี้จึงชวนข้าเข้าหอ... เอ๊ย ร่วมเดินทางเสียเล่าครับ?" หลี่มู่เหวินเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "อย่าเข้าใจผิด" เซียนจิ้งจื่อสะบัดหน้าหนี แผ่นหลังบอบบางภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน "วิชาโลหิตมารทมิฬที่พวกมันใช้เมื่อครู่ มีเพียงร่องรอยพลังปราณที่เจ้าคุ้นเคย ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามีเบื้องหลังอันใดกับพวกมารเหล่านี้ แต่ในเมื่อเป้าหมายคือการลากคอมันออกมาลงทัณฑ์ เจ้า... คือเบาะแสเดียวที่ข้ามี และข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าคลาดสายตาเด็ดขาด" หลี่มู่เหวินหุบยิ้มลงชั่วขณะ นัยน์ตาคู่คมที่มักฉายแววหยอกเย้าเมื่อครู่กลับลึกล้ำดั่งห้วงมหาสนุก ภายในใจของเขาสั่นไหววูบหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องราวในอดีตที่ฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตวิญญาณกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทีละน้อย ความลับเกี่ยวกับสำนักที่ล่มสลายและวิชาต้องห้ามที่ติดตัวมา หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ชีวิตนี้ของเขาย่อมไม่เหลือแม้แต่ซาก "ตามใจท่านก็แล้วกัน แม่นางผู้สูงส่ง" หลี่มู่เหวินโยนไหสุราเปล่าทิ้งไปอย่างไร้ใยดี ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและอิสระเสรีแผ่ออกมาจากร่างราวกับพยัคฆ์หนุ่ม "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า การเดินทางร่วมกับข้า มิใช่เรื่องรื่นรมย์อันใด หนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยภูตผีปีศาจและคมดาบ หากเจ้าก้าวตามไม่ทัน ข้าไม่มีทางแบกศพงามๆ ของเจ้าหนีมารพวกนั้นหรอกนะจะบอกให้" "ห่วงตัวเจ้าเองเถอะ หลี่มู่เหวิน" เซียนจิ้งจื่อแค่นเสียงเบาๆ ก่อนจะทะยานร่างขึ้นสู่ยอดไม้ด้วยวิชาตัวเบาอันไร้ร่องรอย ราวกับภูตสาวแห่งเหมันต์ ทั้งสองทะยานผ่านผืนป่าทึบ ท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล ลมยามค่ำคืนพัดพาเอาความหนาวเหน็บและกลิ่นอายอันตรายเข้ามาใกล้ทุกที เบื้องหน้าคือเส้นทางที่ไม่ได้เลือกด้วยความสมัครใจ ทว่ากลับเป็นเส้นทางเดียวที่จะนำพาพวกinsไปสู่ความจริงอันดำมืดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของยุทธภพอันจอมปลอม ผ่านไปหลายชั่วยาม ทั้งคู่หยุดพักอยู่ภายในอารามร้างแห่งหนึ่งที่มีหยากไย่เกาะกุมหนาเตอะ แสงไฟจากกองกองฟิวมouvementสвาดส่องใบหน้าอันคมคายของหลี่มู่เหวินที่กำลังนั่งลับกระบี่ไม้ไผ่ในมืออย่างไร้ความกังวล ขณะที่เซียนจิ้งจื่อนั่งขัดสมาธิทำสมาธิอยู่มุมห้อง ห่างกันเพียงไม่กี่วา ทว่าบรรยากาศกลับอัดแน่นด้วยความระแวดระวัง "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าพวกมันจะหยุดแค่นี้?" หลี่มู่เหวินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยไม่ละสายตาจากคมกระบี่ไม้ไผ่ "หมายความว่าอย่างไร?" เซียนจิ้งจื่อลืมตาขึ้น ชำเลืองมองเขาด้วยความสงสัย "วิชาโลหิตมารทมิฬไม่ได้ถูกใช้เพื่อสังหารชาวบ้านกลุ่มนั้นหรอกครับ..." หลี่มู่เหวินเงยหน้าขึ้น สบตากับนางตรงๆ แววตาจริงจังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "พวกมันจงใจใช้ชาวบ้านเป็นเหยื่อล่อ... เพื่อต้อนพวกเราให้เข้ามาในอาณาเขตนี้ต่างหาก" สิ้นคำพูดของหลี่มู่เหวิน ทันใดนั้น เปลวไฟในกองไฟก็เปลี่ยนจากสีส้มกลายเป็นสีเขียวมรกตอันน่าสะพรึงกลัว! เงาดำนับร้อยสายพุ่งทะลุทะลายผนังอารามร้างเข้ามาพร้อมกัน ปราณมารสีดำทมิฬแผ่พุ่งจนอากาศบิดเบี้ยว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ผู้นำของกลุ่มมือสังหารเหล่านั้น หาใช่จอมมารไร้ชื่อ แต่กลับสวมหน้ากากเงินสลักลายรูป "กระบี่หัก" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ... เจ้าสำนักกระบี่เซียน ผู้เป็นอาจารย์ของเซียนจิ้งจื่อเอง! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%